ณพลเดช ชี้ การนับคะแนนใหม่ ยึดตาม รธน. ม.224 ช่วยเลือกตั้งสุจริต แนะกกต. เคลียร์ข้อพิรุธ ดีกว่าฟ้องปชช.
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ นายณพลเดช มณีลังกา ส.ว.สำรอง จ.เชียงราย เปิดเผยว่า จากที่ทราบการทจริตเลือกตั้งในพื้นที่ จ.เชียงราย ทั้งที่เป็นประเด็นข่าวที่ อ.พาน ที่จับเงิน ซื้อเสียง 500 บาท/หัว และยังไม่นับคะแนนเขย่ง ในหลายพื้นที่ ซึ่งตรงนี้ไม่สบายใจ จึงเห็นด้วยกับการนับคะแนนใหม่ในหลายพื้นที่
นายณพลเดช กล่าวว่า หลักการสำคัญของการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยไทยถูกบัญญัติไว้อย่างชัดเจนในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 83 ที่กำหนดให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องเป็นไปโดยเสรี เป็นธรรม และสุจริต การที่มีข้อกล่าวหาเรื่องซื้อเสียงหรือความผิดปกติในการนับคะแนน ย่อมกระทบต่อหลักการดังกล่าวโดยตรง และทำให้เกิดเหตุอันควรสงสัยว่ากระบวนการอาจไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
นอกจากนี้ มาตรา 224 ของรัฐธรรมนูญ กำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่และอำนาจควบคุมและจัดให้มีการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม รวมทั้งมีอำนาจสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ หรือเพิกถอนผลการเลือกตั้งได้เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ดังนั้น การนับคะแนนใหม่จึงไม่ใช่เรื่องนอกเหนืออำนาจ แต่เป็นกลไกที่รัฐธรรมนูญออกแบบไว้โดยตรงเพื่อแก้ไขข้อคลางแคลง ในระดับกฎหมายลำดับรอง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 114 และมาตรา 115 กำหนดขั้นตอนเกี่ยวกับการนับคะแนน การรวมคะแนน และการตรวจสอบความถูกต้องของผลการนับ หากปรากฏว่าจำนวนบัตรเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ หรือเอกสารรายงานผลประจำหน่วยเลือกตั้งมีข้อผิดพลาด คณะกรรมการประจำหน่วยหรือคณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจตรวจสอบและสั่งให้นับคะแนนใหม่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น มาตรา 132 และมาตรา 133 ของกฎหมายฉบับเดียวกัน เปิดช่องให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง เมื่อเห็นว่าการเลือกตั้งในหน่วยหรือเขตใดมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม และหากข้อเท็จจริงปรากฏว่าความผิดปกตินั้นอาจมีผลต่อผลการเลือกตั้ง กกต.มีอำนาจสั่งนับคะแนนใหม่ หรือสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ในหน่วยหรือเขตนั้นได้
อย่างไรก็ตาม หากพยานหลักฐานที่ตรวจสอบได้ เช่น ภาพถ่ายบัตรที่ไม่ถูกต้อง คลิปเหตุการณ์ในหน่วยเลือกตั้ง พยานบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ หรือความคลาดเคลื่อนของตัวเลขที่ปรากฏในเอกสารทางราชการ หากพบว่าคะแนนที่คลาดเคลื่อนมีจำนวนใกล้เคียงกับผลแพ้ชนะ ก็ยิ่งมีเหตุผลทางกฎหมายเพียงพอที่จะสั่งนับใหม่เพื่อความกระจ่าง
บางคนบอกว่านับคะแนนใหม่ไม่ได้ แต่ผมจำได้ว่าในอดีตประเทศไทยเคยมีกรณีสั่งนับคะแนนใหม่หลายครั้ง ทั้งในระดับหน่วยเลือกตั้งและระดับเขต เมื่อพบความผิดปกติของเอกสารหรือความไม่ตรงกันของจำนวนบัตร ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการนับคะแนนใหม่เป็นกลไกปกติของระบบ มิใช่เรื่องผิดปกติหรือการล้มล้างผลการเลือกตั้ง หากแต่เป็นการยืนยันผลการเลือกตั้งให้ชัดเจนและปราศจากข้อสงสัย
สำหรับกรณี อ.พาน จ.เชียงราย ที่มีบันทึกจับกุมทุจริตเลือกตั้ง และข้อครหาว่ามีคะแนนเขย่งในบางหน่วย ย่อมเป็นเหตุอันควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้อำนาจตามมาตรา 224 ของรัฐธรรมนูญ และมาตรา 132–133 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฯ ตรวจสอบอย่างละเอียด การสั่งนับคะแนนใหม่ รวมถึงสามารถนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่
ขอพูดต่อในกรณีที่มีข้อถกเถียงในพื้นที่อื่น อาทิ ชลบุรี เขต 1 ซึ่งมีประเด็นการดำเนินคดีต่อประชาชนจากการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้งว่า เรื่องดังกล่าวควรถูกพิจารณาอย่างระมัดระวังในมิติของหลักเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 34 ที่รับรองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และมาตรา 41 ที่รับรองสิทธิของประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของราชการและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ การตั้งข้อสงสัยโดยสุจริตควรถูกมองว่าเป็นพลังของประชาธิปไตย ไม่ใช่ภัยคุกคาม
นายณพลเดช กล่าวว่า หากรัฐต้องการสร้างความเชื่อมั่น ควรให้ความสำคัญกับการชี้แจง เปิดเผยเอกสาร และเปิดพื้นที่ให้ตรวจสอบ มากกว่าการใช้มาตรการทางกฎหมายตอบโต้เสียงวิจารณ์ เพราะหลักนิติธรรมตามมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญ มิได้หมายถึงเพียงการใช้อำนาจตามตัวบทเท่านั้น แต่รวมถึงความได้สัดส่วน ความเหมาะสม และความเป็นธรรมในการใช้อำนาจนั้นด้วย
ยกตัวอย่างกรณีของประเทศญี่ปุ่นที่มีรายงานว่าพบบัตรเลือกตั้งตกค้างเพียงหนึ่งใบ หน่วยงานที่รับผิดชอบได้ออกมาขอโทษประชาชนอย่างเป็นทางการ น้อมรับความผิดพลาด และเร่งตรวจสอบหาสาเหตุอย่างละเอียด แม้จะเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อย แต่การแสดงความรับผิดชอบอย่างรวดเร็วช่วยรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบเลือกตั้งอย่างมีนัยสำคัญ
จากบทเรียนสำคัญจากต่างประเทศ คือ ความศักดิ์สิทธิ์ของคะแนนเสียงไม่ได้อยู่ที่การปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่อยู่ที่ความกล้าเปิดเผยข้อเท็จจริง หากมีความผิดพลาดต้องกล้ายอมรับและแก้ไข หากไม่มีความผิดพลาดก็ต้องชี้แจงด้วยหลักฐานที่ตรวจสอบได้ การนับคะแนนใหม่ในหน่วยที่มีข้อสงสัยจึงมิใช่การลดทอนอำนาจของผู้จัดการเลือกตั้ง แต่เป็นการเสริมสร้างความชอบธรรมให้ระบบโดยรวม
อย่างไรก็ตาม การนับคะแนนใหม่คือกระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกฎหมาย มิใช่การเอาใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากผลการนับใหม่ยืนยันผลเดิม ก็ยิ่งเพิ่มความชอบธรรมให้ผู้ชนะ แต่หากพบความคลาดเคลื่อน ก็เป็นโอกาสแก้ไขให้ถูกต้องตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ดังนั้น เพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของคะแนนเสียงประชาชน และเพื่อคุ้มครองหลักการเลือกตั้งโดยสุจริตและเที่ยงธรรม จึงสนับสนุนอย่างชัดเจนให้มีการนับคะแนนใหม่ในหน่วยที่มีข้อสงสัยโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยึดหลักความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และความเคารพต่อเสียงของประชาชนเป็นสำคัญ

