‘3 แกนนำพรรคเพื่อไทย’ เผยเหตุร่วมรัฐบาล ‘ภูมิใจไทย’ บอก อยากผลักดันนโยบาย ยัน ยังไม่คุยโควตา-ตำแหน่ง ขอลืมความขัดแย้งเดินหน้าประเทศ ‘ภูมิธรรม’ ลั่น ไม่มีอะไรไม่กล้า เขากระโดง – ฮั้ว สว. เดินหน้าตามกระบวนการ
เมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเข้าหารือร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ถึงทิศทางการร่วมรัฐบาล ว่า วันนี้พรรคเพื่อไทย ได้รับเกียรติจากพรรคภูมิใจไทยที่เชิญเข้าร่วมการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งการพบปะกันในเบื้องต้นทุกอย่างเป็นไปด้วยดีและได้ตอบรับเข้าร่วมรัฐบาล รวมถึงถือโอกาสแสดงความยินดีที่พรรคภูมิใจไทยได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้
เมื่อถามถึง เหตุผลหลักที่เข้าร่วมรัฐบาลนั้น นายประเสริฐกล่าวว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเห็นภาวะของประเทศต้องเดินไปข้างหน้า มีความจำเป็นต้องมีรัฐบาลที่แข็งแกร่ง ทำงานร่วมกัน นำพาประเทศไปสู่เป้าหมายที่ตั้งใจ โดยที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยไม่ได้พูดเรื่องอะไรที่เป็นข้อจำกัด หรืออุปสรรคในการร่วมรัฐบาลแต่อย่างใด
เมื่อถามว่า มองว่ามวลชนที่สนับสนุนพรรคจะเข้าใจและเห็นด้วยหรือไม่หรือไม่ เพราะมีความเห็นทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย นายประเสริฐกล่าวว่า เชื่อว่ามวลชนจะเข้าใจ เพราะการร่วมรัฐบาลจะช่วยประเทศชาติได้มากกว่า และมีนโนบายของพรรคเพื่อไทยในบางเรื่องที่จะก็ต้องคุยกับพรรคหลักตั้งรัฐบาลในการทำงานร่วมกัน
เมื่อถามว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ จะทำงานด้วยกันได้หรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดาในการทำงานก่อนหน้านี้ที่กระทบกระทั่งกัน ซึ่งมีทุกรัฐบาลและเป็นธรรมชาติของการเลือกตั้ง แต่หลังเลือกตั้งก็ไม่ได้เอาเรื่องเหล่านั้นมาเป็นข้อจำกัด
ด้าน นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวเสริมว่า ความจริงแล้วหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยได้พูดไปแล้วว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นตามกระบวนการหาเสียงทั่วไป เมื่อปัญหาประเทศมีมาก จึงอยากให้เอาเรื่องนี้เก็บไว้และช่วยกันทำสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งทั้ง 2 พรรคมีบุคลากรที่มีคุณภาพที่จะทำงานได้ ช่วยกันทำนโนบายที่แต่ละส่วนเกี่ยวข้อง สามารถนำมาใช้งานได้ และเรายืนยันมาตลอดว่า พรรคที่ได้อันดับหนึ่งจะต้องเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลคือพรรคภูมิใจไทย คิดว่าเรามีส่วนจะนำนโยบายไปผลักดันได้มากขึ้น ประชาชนจะได้ประโยชน์มากขึ้น หากเราไปทำงาน

เมื่อถามถึง ประเด็นเรื่องที่เขากระโดง และฮั้ว ส.ว. พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าอย่างไรอย่างไร นายภูมิธรรมกล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ที่กระบวนการ ซึ่งทุกเรื่องเข้าสู่กระบวนการกฎหมายแล้ว ต้องอยู่ที่รัฐมนตรีดูแลกำกับกระทรวงนั้นๆ
ถามย้ำว่า จะมีความเกรงใจและกล้าลุยเหมือนครั้งที่เป็นแกนนำรัฐบาลหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่มีอะไรที่ไม่กล้าลุย อะไรที่ถูกต้องเราก็สนับสนุน
เมื่อถามว่า ในการร่วมรัฐบาลครั้งนี้มีการยื่นโควต้าหรือเงื่อนไขอะไรหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ยังไม่คุยเรื่องนี้ เพียงแต่ยืนยันเจตนารมณ์ในการทำงานร่วมกันในอนาคต
ด้าน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนมีโอกาสคุยกับ ส.ส.ทั้งที่สอบได้และไม่ได้ เขาอยากให้เราร่วมรัฐบาล เพราะสามารถผลักดันนโยบายต่างๆ ของพรรค ที่ทำให้สร้างประโยชน์ให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่ และจะสามารถทำให้เป็นรูปธรรม เป็นประโยชน์ในระยะยาวได้ จากนี้คนที่ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงใดก็ต้องทำงานให้หนัก เพื่อให้พรรคเพื่อไทยมีผลงาน สามารถเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนกลับมาให้ได้ นั่นคือสาเหตุที่ทำให้พรรคเพื่อไทยร่วมรัฐบาลในครั้งนี้ ส่วนนโยบายใดของพรรคเพื่อไทยที่จะผลักดันนั้น ก็ขึ้นอยู่กับกระทรวงที่จะได้รับ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกัน รวมถึงยังไม่ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องจำนวนเก้าอี้รัฐมนตรี
นายภูมิธรรมกล่าวเสริมว่า วันนี้โดยหลักการถือ ว่าเราประชุมร่วมกันและคิดว่าจะพยายามทำในสิ่งที่ดีที่สุดให้มีโอกาสทำงานตามนโยบาย ถือว่าทำทั้งหมดให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและประเทศ ให้มากที่สุด
เมื่อถามว่า มั่นใจว่ากระแสของพรรคเพื่อไทยจะดีขึ้นหรือไม่หากไปร่วมรัฐบาล นายภูมิธรรมกล่าวว่า ยังไม่ได้คิดเรื่องนั้น คิดเพียงแต่ว่าทำอย่างไรให้เราได้ทำงานที่เป็นประโยชน์ที่สุด


