ผู้สมัครปชน. ยื่นฟัน PDPA กกต. เอาผิดทางปกครอง-อาญา ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง จี้ทำลายทิ้ง

16.02.26 | 13:12 น.

ผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี ปชน. ร้อง สคส.เอาผิด กกต.ทั้งทางปกครองและอาญา ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งทำข้อมูลประชาชนรั่วไหล สั่งทำลายบาร์โค้ดแถวล่างทิ้ง ลั่นไม่มีประโยชน์ ทำคูหาเลือกตั้งให้ปลอดภัย ไม่ใช่กล้องสอดแนม

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 8 ปทุมธานี พรรคประชาชน และเป็นอดีต ส.ส.ปทุมธานี พรรคประชาชน เปิดเผยก่อนเดินทางไปยื่นคำร้องต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ให้เอาผิด กกต.กรณีจัดทำบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดที่สามารถทำให้สอบทานกลับไปถึงตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยตรงและลับ

นายประสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวผิดกฎหมายข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล โดยที่ผ่านมาก็เคยเอาผิดแล้วในการทำข้อมูลรั่วไหล แต่ยังไม่เคยมีการเอาผิดในขั้นของการรวบรวมข้อมูล ซึ่งคำร้องของตนจะเอาผิดตั้งแต่ขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล จนถึงขั้นตอนการเผยแพร่ การติดบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งทำให้สามารถค้นไปถึงคนที่กาบัตรว่าคือใคร สามารถติดตามได้ทั่วประเทศไทย ถือเป็นความผิดตามมาตรา 19 เป็นการเก็บข้อมูลข่าวสารโดยไม่ได้รับการยินยอม มาตรา 22 กำหนดว่าการเก็บข้อมูลต้องเก็บเท่าที่จำเป็น แต่คิวอาร์โค้ดไม่มีความจำเป็นต่อการนับคะแนน มาตรา 23 การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งให้ทราบก่อนล่วงหน้า แต่ครั้งนี้ก็ไม่มีการแจ้งเช่นกัน มาตรา 26 ห้ามไม่ให้มีการเก็บข้อมูลความคิดเห็นทางการเมือง โดยไม่ได้รับการยินยอมจากเจ้าของความเห็น ซึ่งอันนี้สำคัญที่สุด มีความผิดทางอาญาจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 500,000 บาท

นายประสิทธิ์กล่าวว่า ดังนั้น จึงต้องการให้ สคส.ทำการตรวจสอบว่าบาร์โค้ดที่บัตรเลือกตั้งสามารถย้อนกลับไปถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้จริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม จากคำแถลงของ กกต.ก็ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้ การตรวจคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ถึงแม้จะไม่ได้ลิงก์โดยตรงไปยังต้นขั้ว แต่ถ้าเรามีฐานข้อมูลที่สามารถจับคู่ระหว่างเลขที่บัตรกับคิวอาร์โค้ดดังกล่าวก็สามารถตรวจได้โดยตรงเช่นกัน

นายประสิทธิ์กล่าวอีกว่า ตอนนี้ขอให้มีการทำลายบัตร หรือแยกต้นขั้ว แยกบาร์โค้ด ออกจากบัตรเลือกตั้งอย่างถาวร จะใช้วิธีการทำลายทิ้งก็ได้ เพื่อไม่ให้มีการเชื่อมข้อมูลต่อไป เพราะบาร์โค้ดจะอยู่ด้านล่าง ไม่มีความจำเป็นก็ตัดออก รายละเอียดของเบอร์ผู้สมัครยังอยู่ข้างบน และขอให้ สคส.ลงโทษ กกต.ทั้งทางอาญาและปกครอง ซึ่ง กกต.อาจจะมีข้อโต้แย้งว่าการจัดการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของ กกต. กกต.สามารถจัดเก็บข้อมูลได้ ซึ่งตามกฎหมาย PDPA มาตรา 4 (4) แม้จะมีข้อยกเว้นว่าทางรัฐสภา หรือองค์กรที่แต่งตั้งโดยรัฐสภา สามารถเก็บข้อมูลเหล่านี้ได้เพื่อการพิจารณาคดี แต่ไม่ใช่การเก็บรวบรวมเพื่อการบริหาร ซึ่งการพิมพ์บัตรที่มีบาร์โค้ดเป็นขั้นตอนของการบริหารจัดการ การนับคะแนนก็ยังอยู่ในขั้นตอนของการบริหารจัดการ ไม่ได้อยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาคดี ดังนั้น ที่ กกต.โต้แย้งว่าสามารถทำได้นั้นจึงฟังไม่ขึ้น หรือที่อ้างว่าการพิมพ์บาร์โค้ดก็เพื่อสร้างระบบความปลอดภัยขึ้นนั้น ตนเห็นว่าการจะสร้างความปลอดภัยป้องกันการปลอมแปลงมีวิธีการอื่นมากมาย ที่ไม่ใช่บาร์โค้ด และความปลอดภัยต้องไม่แลกมาด้วยการละเมิดสิทธิ ข้อมูลพื้นฐานของประชาชน

Advertisement

นายประสิทธิ์กล่าวต่อว่า ยืนยันว่าไม่ได้มาร้องเรียนเพื่อตัวเอง เพราะข้อมูลตรงนี้เป็นของประชาชน 30 กว่าล้านคนที่มาใช้สิทธิ ไม่ได้เกี่ยวกับคะแนนเลือกตั้ง แต่เกี่ยวกับการรวบรวมข้อมูลและการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล การไปล้วงความคิดเห็นทางการเมืองถือเป็นเรื่องอันตรายมาก อย่างที่ตนได้ยื่นเหตุผล 5 ข้อ ประกอบการฟ้องร้องต่อศาลปกครองไปเมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา ต่อศาลปกครองว่า ถ้าพรรคการเมืองได้ข้อมูลการเลือกตั้งของบุคคลไปเขาก็จะรู้ว่าใครเลือกเขาหรือไม่เลือก หรือสมมุติว่ามีการซื้อเสียง คนที่ซื้อเสียงก็จะซื้อเสียงได้ตรงเป้ามากขึ้น ข้อมูลตรงนี้จึงเป็นความได้เปรียบเสียเปรียบของพรรคการเมือง และจะทำให้ชนะการเลือกตั้งไปอีกหลายครั้งในอนาคต อีกทั้งการรู้ข้อมูลเหล่านี้ก็จะส่งผลกระทบต่อผู้ที่เป็นข้าราชการ เพราะถ้ารู้ว่าข้าราชการคนไหนไม่เลือกพรรคของตน หากเขาได้เข้าไปมีอำนาจข้าราชการคนนั้นก็จะไม่เจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน ดังนั้น จึงเห็นว่าคูหาเลือกตั้งของเราควรจะเป็นที่ปลอดภัยที่สุด ไม่ใช่เป็นกล้องสอดแนม

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นายประสิทธิ์ได้ระบุทางเฟซบุ๊กเพิ่มเติม กรณีคำร้องที่ยื่นต่อศาลปกครอง ล่าสุดสำนักงานศาลปกครองกลางได้รับเรื่องแล้ว เป็นคดีดำหมายเลข 310/2569 ทั้งนี้ เพื่อขอให้ทำลายบัตรเลือกตั้ง หรือแยกส่วนบาร์โค้ด และ QR code ออกจากบัตรเลือกตั้งอย่างถาวร โดยเร็วที่สุด เพื่อรักษาความลับในการลงคะแนนเสียงของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ