ทนายรัชพล ยื่น ป.ป.ช. เอาผิด กกต. ชี้ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69 นายรัชพล ศิริสาคร ทนายความชื่อดัง เดินทางมาที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถนนสนามบินน้ำ ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี เพื่อเข้ายื่นหนังสือแจ้งความเอาผิดเจ้าหน้าที่ กกต. ตามประมวลกฏหมายอาญา ม.157 เรื่อง ขอให้สืบสวนสอบสวนเจ้าหน้าที่สำนักงาน กกต. ซึ่งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ได้รับเรื่องไว้
นายรัชพลกล่าวว่า ตนรวบรวมเอกสารที่เป็นข่าวทุกอย่างมายื่นต่อ ป.ป.ช. เพราะเห็นกระแสบอกว่าอยากให้เจ้าหน้าที่ กกต.ติดคุก แต่เท่าที่ตนดูแล้วมีการแจ้งความเพียงไม่กี่ราย ต้องบอกว่าคดีนี้ต้องไม่ใช่แค่พูดเพียงอย่างเดียวแล้ว กกต.จะติดคุก วันนี้ตนจึงมาเป็นสารตั้งต้นในการแจ้งความให้ ป.ป.ช.ดำเนินคดีมาตรา 157 เพราะว่าถ้าเราไม่แจ้งความ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.เขาก็ไปสอบสวนไม่ได้ หรือไม่มันก็มีอีกทางหนึ่ง ก็คือการฟ้องตรงต่อศาล ซึ่งในส่วนนี้เอกสารอะไรต่างๆ มันรวบรวมได้ยาก วันนี้ตนก็เลยมาเป็นฐานตั้งต้นในการยื่นเรื่องเพื่อที่จะดำเนินคดีกับ กกต. ในส่วนที่เราทราบกันอยู่ ซึ่งกำลังเป็นข่าว
ตนตั้งข้อสังเกตว่าการที่ลิงก์จากบัตรเลือกตั้งต้นขั้วตามที่ กกต.อ้างว่าเป็นการป้องกันยังไง ตรงนี้ตนไม่ทราบ กกต.ก็ตอบกลับว่าเป็นความลับ ซึ่งเป็นการกล่าวอ้างโดยง่าย ควรจะอธิบายให้ประชาชนฟังว่ามันจะป้องกันไม่ให้บัตรปลอมยังไง ถ้าอ้างว่าเป็นการป้องกัน ตนก็ว่ามันก็ไม่น่าจะใช่ ตอนที่มีการเลือกตั้งเสร็จ บัตรเลือกตั้งกับต้นขั้วทาง กกต.อ้างว่านำไปเก็บแยกกันไว้ ไม่สามารถที่จะหากันเจอ หรือว่าหากันเจอยาก แล้วถ้าเกิดว่ามันมีบัตรปลอมจริงๆ คุณจะไปหายังไง มันก็ไม่สามารถที่จะหาได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ กกต.พูดมามันไม่สามารถเป็นไปได้
การที่บัตรเลือกตั้งกับต้นขั้วมันลิงก์ถึงกันได้ มันก็ไม่เป็นความลับแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ กกต.แถลงมาทั้ง 2 ทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ลิงก์ได้ หรือลิงก์ไม่ได้นั้น ตนมองว่ามันไม่ชอบด้วยกฎหมาย วันนี้ก็เลยมายื่นเรื่องเอาผิด กกต.
เมื่อถามว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้จะโมฆะหรือไม่ ตนมองว่าเป็นไปได้ เพราะว่าถ้าถามว่าความลับคือเราต้องรู้ของเราคนเดียว ไม่ใช่ว่ารู้กันหลายคน หรือว่าเจ้าหน้าที่คนอื่นคนใดมาร่วมรู้ แล้วไปเผยแพร่ต่อ มันก็ไม่เป็นความลับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของความลับพจนานุกรมก็บอกว่า เป็นเรื่องที่ปกปิด ตนรักใคร ชอบใครมันเก็บเป็นความลับ มันจะไปเผยแพร่ไปบอกคนอื่นไม่ได้ หรือว่าจะไปจีบใครหรืออะไรตนเก็บเป็นความลับส่วนตัว ตนเข้าช่องไปคูหาเลือกตั้งมันก็เป็นความลับ คนอื่นจะมาร่วมรู้ได้อย่างไร
ตนหวังว่าจะมีการดำเนินคดีกับ กกต.ชุดนี้ อย่างน้อยการมายื่นเรื่องในวันนี้มันก็เป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินคดี ทาง ป.ป.ช.ก็จะมีอำนาจเรียก กกต.มาสืบสวนสอบสวนหรืออะไรก็ว่าไป ถึงเวลาจริงๆ ก็ต้องดูที่ทางศาลเป็นคนตัดสิน ซึ่งตนก็หวังผลว่าจะมีความยุติธรรม เพราะว่าวันนี้ตนเดินทางมาในฐานะผู้เสียหาย ในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง แล้วก็บัตรเลือกตั้งของตนก็อยู่ที่ กกต. ซึ่งเขาสามารถที่จะรู้ได้ว่าตนไปเลือกใครมา เพราะฉะนั้นมันก็ไม่เป็นความลับ
ดังนั้นวิธีการที่จะเอาผิดกับ กกต.ชุดนี้ได้คือไปฟ้องศาลโดยตรง กับแจ้งความร้องทุกข์ แต่ถ้าไปแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ ตำรวจก็ต้องทำเรื่องส่งมาที่ ป.ป.ช.อยู่ดี ดังนั้นในวันนี้ตนจึงมายื่นโดยตรงกับ ป.ป.ช.เลยในฐานะผู้เสียหาย เพื่อให้เกิดกระบวนการยุติธรรมในการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ กกต. โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ กกต.คนที่คิดเอาคิวอาร์โค้ดไปใส่ไว้ในบัตรเลือกตั้ง

