‘กมธ.พัฒนาการเมือง ส.ว.’ เชิญ กกต.-กลุ่มนับใหม่ OK นะ เข้าแจงคดีชลบุรี เขต 1 เปิดช่องหาทางไกล่เกลี่ย ด้าน ‘เบญจพร’ ยันไม่มีเจตนาเอาบัตรออกนอกพื้นที่ เชื่อ กกต.ฟ้องเพราะได้ข้อมูลไม่ครบ มองใช้กฎหมายปิดปาก แนะอธิบายข้อเท็จจริง ปชช. จ่อสอบปมบาร์โค้ด
เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ที่มีนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ส.ว. เป็นประธาน กมธ. วาระพิจารณากรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินคดีกับประชาชนผู้เข้าร่วมเรียกร้องให้นับคะแนนผลการเลือกตั้งใหม่ ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี โดยมีการเชิญฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง อาทิ น.ส.เบญจพร สุขสว่าง น.ส.กนกวรรณ สร้อยสน ขณะที่ฝ่าย กกต. ได้ส่งนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. นายประยูร วัฒนศิริบรรรจง ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง จ.ชลบุรี เขต 1 เข้าชี้แจงต่อ กมธ.ผ่านระบบออนไลน์
นายนรเศรษฐ์ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมว่า การเชิญตัวแทน กกต.และประชาชนที่ได้รับผลกระทบเข้ามาหารือเพื่อต้องการให้ทั้ง 2 ฝ่ายชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยหวังว่าจะทำให้เกิดการไกล่เกลี่ยไม่ต้องฟ้องคดีกับประชาชนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบกระบวนการการเลือกตั้ง ส่วนตัวมองว่าหาก กกต.เลือกฟ้องคดีกับประชาชนแทนอธิบายข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและปัญหาที่ประชาชนสงสัยอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของ กกต.ได้ เพราะกระบวนการดังกล่าวเท่ากับเป็นการฟ้องปิดปาก

“กรณีกระบวนการการนับคะแนนที่มีปัญหา และประชาชนเข้าไปตรวจสอบ จนทำให้ กกต.แจ้งข้อกล่าวหากับประชาชน จะให้ กกต.ชี้แจงว่าการแจ้งข้อกล่าวหาเป็นการตีความตามตัวอักษรของกฎหมายว่าประชาชนละเมิด หรือเป็นการตีความตามเจตนารมณ์ กรณีที่ กกต.จะดำเนินการกับประชาชนได้สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนอย่างมาก เพราะการใช้อำนาจของผู้มีอำนาจสร้างความหวาดกลัวให้ประชาชนไม่กล้าตรวจสอบ อาจเกิดกรณีฟ้องปิดปากได้” นายนรเศรษฐ์กล่าว
นายนรเศรษฐ์กล่าวต่อว่า สำหรับกระบวนการเลือกตั้งที่พบว่ามีปัญหาหลายอย่าง รวมไปถึงการนับคะแนนเลือกตั้ง และเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเป็นประเด็นต่อไปที่ กมธ.การพัฒนาการเมืองจะตรวจสอบและเชิญ กกต.ชี้ว่าในกระบวนการแต่ละหน่วยเลือกตั้ง รวมถึงการจับเก็บเป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้องหรือไม่
เมื่อถามถึงกรณีภาคประชาชนเตรียมยื่น ส.ว.ให้เข้าชื่อเพื่อส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาเลิกการเลือกตั้งที่มีปัญหา หรือให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ นายนรเศรษฐ์กล่าวว่า การยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ส.ว. แต่ขณะนี้ยังไม่ได้หารือกัน และยังไม่ทราบประเด็น ดังนั้น ต้องขอหารือกับ ส.ว.อีกครั้งเพื่อให้เกิดความชัดเจน อย่างไรก็ตาม ในกระบวนการเลือกตั้งที่มีปัญหา กกต.ควรอธิบายให้ทราบว่าการทำงานและตามข้อสงสัยของสังคมนั้นข้อเท็จจริงเป็นอย่างงไร เพราะหากอธิบายแล้วประชาชนยังรู้สึกไม่เชื่อมั่น หรือขาดความเชื่อมั่น มองว่าไม่ได้กระทบต่อผลการเลือกตั้งเท่านั้น แต่จะส่งผลต่อกระบวนการประชาธิปไตย

ขณะที่ น.ส.เบญจพรกล่าวว่า ขณะนี้ กกต.ชลบุรี เขต 1 ได้ฟ้องตนในข้อหาบุกรุกและขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ มองว่าสิ่งที่ กกต.ทำอาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะการตัดสินใจฟ้องประชาชนอาจเป็นเพราะได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือไม่ ขณะที่ภาคประชาชนได้แจ้งความ กกต.ชลบุรีกลับข้อหาแจ้งความเท็จ ส่วน กกต.กลางอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดี
น.ส.เบญจพรกล่าวต่อว่า เหตุผลที่ประชาชนต้องต่อสู้เพราะเห็นความน่าสงสัยหลายอย่าง และประชาชนไม่มั่นใจในความโปร่งใส ขณะที่เจ้าหน้าที่ กกต.ที่ทำหน้าที่ไม่มีการชี้แจงข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม รู้ว่าสิ่งที่ทำผิดกฎหมาย แต่ยืนยันว่าไม่มีเจตนานำเอกสารเลือกตั้งออกมาพื้นที่ แต่ที่ต้องเข้าไปต้องการแสดงให้ประชาชนเห็นว่ากระบวนการจัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้งนั้นมีความน่าสงสัย แทนที่ กกต.จะชี้แจงตรงไปตรงมา กลับใช้กฎหมายเล่นงาน ซึ่งคิดว่าเป็นการฟ้องปิดปากจากนี้ประชาชนต้องดำเนินการต่อไป






