เจษฎ์ บี้ กกต. เร่งสอบ ปม พรรคประชาชน ใช้ “สเปกเตอร์ ซี” ทำไอโอ หรือไม่ ชี้ เข้าข่ายถึงยุบพรรค!
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ กล่าวกรณีที่มีการพูดถึงบริษัท “สเปกเตอร์ ซี” ว่า สังคมกำลังพูดถึงขบวนการซ่อนเงื่อนในพรรคการเมืองยุคดิจิทัล ในการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (ไอโอ) ในอาคารอนาคตใหม่ ซึ่งการเมืองยุคปัจจุบันไม่ได้สู้กันแค่การลงพื้นที่ หรือชูนโยบายตรงไปตรงมาเหมือนเก่า แต่มีปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารเป็นอาวุธหลักในโลกออนไลน์ ถล่มฝ่ายตรงข้ามและปั่นกระแสเชิดชูฝ่ายตัวเอง ถือเป็นเรื่องที่อันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย
นายเจษฎ์กล่าวว่า วันนี้ปรากฏว่ามีตัวละครตัวหนึ่งที่พูดถึงสเปกเตอร์ ซี ดำเนินการไอโอให้พรรคประชาชน ส่วนจะใช่หรือไม่ ไม่รู้ ไม่ได้ไปกล่าวหา แต่มีหลักฐานสำคัญคือสถานที่ตั้ง อยู่ภายในอาคารอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นที่ทำการของพรรคประชาชน โดยกลไกการทำงานจะเกี่ยวกับเนื้อหา ข้อมูล และเรื่องการต่อสู้กับบรรดาคนที่เห็นต่างผ่านระบบออนไลน์
“ในแง่กฎหมาย พ.ร.ป.พรรคการเมือง อาจเข้าข่ายความผิดใน 2 มาตรา ประกอบมาตรา 20 พรรคการเมืองจดทะเบียนแล้วต้องทำกิจกรรมการเมือง ห้ามทำธุรกิจแสวงหากำไรมาแบ่งปันกัน และมาตรา 92 หากพรรคใด ฝ่าฝืนทำกิจการต้องห้ามตามมาตรา 20 มีโทษสถานหนักคือ ยุบพรรคการเมือง โดยไม่ได้ดูกันแค่ว่าใครถือหุ้น หรือมีชื่อใครไม่มีชื่อใคร แต่มองอำนาจครอบงำกิจการ สมมุติว่าอำนาจครอบงำกิจการมาจากพรรคการเมือง จะเข้าข่าย มาตรา 92 ถ้าพรรคการเมืองไปทำในสิ่งที่มาตรา 20 ห้ามคือ ไปทำกิจการที่เป็นกิจการเอากำไรมาแบ่งกัน ก็จะเข้าข่ายยุบพรรคการเมือง” นายเจษฎ์กล่าว
นายเจษฎ์กล่าวว่า ขอส่งสัญญาณถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องเร่งตรวจสอบเรื่องนี้โดยด่วน อย่าปล่อยให้พรรคการเมืองทำตัวไม่โปร่งใส ซับซ้อนซ่อนเงื่อน ปิดบังประชาชน หากพรรคการเมืองไม่ใช่ที่รวมตัวของผู้มีอุดมการณ์ แต่กลายเป็นที่รวมตัวของขบวนการทำธุรกิจไอโอ ปัญหาจะกระจายตัวจนแก้ไม่ได้ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่หากว่าจริง กกต.ต้องดำเนินการเรื่องนี้ว่าขัดต่อ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งจะนำไปสู่การยุบพรรคหรือไม่ โดยมีหลักคิดคือ ควรหรือไม่ หากพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมในลักษณะที่มีบริษัทใช้ชื่อ สเปกเตอร์ ซี แล้วทำหลายสิ่งที่ใครบอกว่าเป็นปฏิบัติการข้อมูลทำสิ่งที่อาจจะไม่ชอบมาพากล

