ผอ.กกต.กำแพงเพชร ท้า ใครเจาะระบบความลับบัตรเลือกตั้ง รู้เป็นของใคร เลือกอะไร ยอมลาออก
การจัดการเลือกตั้ง ส.ส.2569 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกิดคำถามและข้อกังขาขึ้นมากมาย โดยประเด็นล่าสุดที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกังวล นั่นคือ “บาร์โค้ด” และ “คิวอาร์โค้ด” ทั้งบนบัตรเลือกตั้ง ส.ส.เขต และบัตรเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ แม้ว่า กกต.จะตั้งโต๊ะชี้แจง แต่มิได้ลดความไม่สบายใจของประชาชนลงแต่อย่างใด
จากการตรวจสอบพบว่า เมื่อสแกนบาร์โค้ดบนบัตรแล้ว จะปรากฏข้อมูลที่ป็นรหัสเฉพาะตัว มีทั้งตัวอักษรภาษาอังกฤษและตัวเลข จำนวน 8 ตัว ไม่ซ้ำกัน โดยโลกออนไลน์ตั้งข้อสงสัยว่า สิ่งเหล่านี้สืบย้อนไปถึงผลการลงคะแนนของประชาชนหรือไม่
ซึ่ง กกต.ชี้แจงว่า เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัย ทำให้สามารถรู้ล็อตในการจัดพิมพ์ เป็นข้อมูลที่ไปที่มาว่า พิมพ์เมื่อไหร่ อย่างไร แจกจ่ายไปเขตไหน แต่มีข้อกังวลของผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่า หากสแกนบาร์โค้ดแล้ว หมายเลขบัตรลงคะแนน เชื่อมโยงกับหมายเลขบนต้นขั้ว ที่มีการลงชื่อผู้ลงคะแนนอยู่ด้วย
ทำถ้าเป็นแบบนี้อาจเป็นปัญหาขัดต่อมาตรา 85 ของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดว่า ให้การเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ หรือไม่
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ นายคงยศ บุญรักษ์ ผอ.กกต.กำแพงเพชร โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก Kongyos Boonrak ระบุว่า
“ผมขอท้า ใครเจาะระบบความลับบัตรเลือกตั้งกำแพงเพชรได้ว่า บัตรเป็นของใคร เลือกใคร ผมยอมลาออก”

ก่อนี่จะโพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า
เหล่ากูรูคนเก่งทั้งหลายบอกว่า
ลงคะแนนโดย “ตรง” และ “ลับ” ย่อมหมายถึง ไม่มีโอกาสที่ผู้ใดจะรู้ได้ แม้แต่ผู้เป็นกรรมการก็ไม่มีสิทธิรู้ได้ เช่นกัน
แต่ความเป็นจริงคือ
มาตรา 92 ของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ระบุให้ กปน.สามารถลงคะแนนแทนผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ กรณีเป็นผู้พิการหรือผู้สูงอายุ โดยให้ถือว่าเป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับ
ถ้าหากเป็นไปตามความเห็นกูรูผู้รู้ทั้งหลาย กปน.ที่ลงคะแนนแทน คงต้องหลับตากากบาท
เพราะความลับ หลังการลงคะแนน จะถูกจัดเก็บและผนึกด้วยกระบวนการทางกฎหมาย มิใช่เพียงแค่รูปแบบทางกายภาพโดยลำพัง



