เลขาฯสภา แจงไทม์ไลน์เปิดประชุมรัฐสภา เผยรอจำนวน สส.ที่เหมาะสมก่อน
วันที่ 5 มี.ค.69 เวลา 09.40 น. ที่รัฐสภา นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความพร้อมของสภาผู้แทนราษฎร หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรอง ส.ส.แล้ว 499 คน ว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้เตรียมพื้นที่สำหรับการเข้ามารายงานตัวให้กับสมาชิก ซึ่งไม่จำเป็นต้องรอให้รายงานตัวครบ 95% หรือ 499 คน เพียงรอให้มีสมาชิกมารายงานตัวจำนวนหนึ่งมากเพียงพอที่จะประกอบการทูลเกล้าฯ ของนายกรัฐมนตรี เพื่อขอกราบบังคมทูลเปิดประชุมรัฐสภา ซึ่งขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้ประสานงานมาโดยตรง แต่อาจจะประสานมากับเจ้าหน้าที่แล้ว
“คาดว่า หากมีการรายงานตัวของสมาชิกมากพอสมควร ก็จะทำหนังสือไปถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ทราบว่า ตอนนี้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้รับรายงานตัวจำนวนเท่าไหร่” นายศิโรจน์กล่าว
นายศิโรจน์ยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาชนจะมารายงานตัวในวันที่ 9 มี.ค.นี้ ว่า ไม่ได้เป็นปัจจัยในการให้นายกรัฐมนตรีนำทูลเกล้าฯ ซึ่งพรรคการเมืองสามารถเข้ามารายงานตัววันไหนก็ได้ ขอแค่มีจำนวนมากเพียงพอ อาจจะเป็นวันที่ 5 มี.ค. หรือ 6 มี.ค.ที่มีจำนวนมากพอสมควร เพื่อให้เกิดความเหมาะสมสำหรับการเปิดพิธีประชุมรัฐสภา และสมพระเกียรติสำหรับพระองค์ท่านที่จะเสด็จมาเปิด
หลังจากนั้นกำหนดการของสภาภายหลังพิธีประชุมรัฐสภา ก็จะมีการประสานงานกับพรรคการเมือง ที่รวบรวม ส.ส.ได้มากที่สุด ว่า จะมีความพร้อมในการเลือกประธานสภา และรองประธานสภา ในวันใด เมื่อมีการประสานมาจะทำหนังสือนัดประชุม เพื่อปฏิญาณตนของสมาชิก และเลือกประธานสภา รองประธานสภา และเมื่อประธานสภาได้รับโปรดเกล้าฯลงมา ก็จะมีการเลือกนายกรัฐมนตรี โดยประธานสภาจะใช้ดุลพินิจในการนัดวัน เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีต่อไป
เมื่อถามว่า การเลือกประธานสภาจะสามารถขึ้นได้ภายในเดือนมีนาคมนี้ได้หรือไม่ นายศิโรจน์กล่าวว่า เป็นไปได้ทั้งหมด โดยปกติเมื่อมีพิธีเปิดประชุมรัฐสภาเมื่อไหร่ ในวันรุ่งขึ้นจะเป็นการนัดประชุมเพื่อเลือกประธานสภา แต่ก็ไม่เสมอไป แล้วแต่ความพร้อมของพรรคการเมืองที่ได้จำนวนเสียงมากที่สุด
เลขาธิการสภากล่าวว่า สำหรับภาพรวมในการรายงานตัวที่ผ่านมา สมาชิกให้ความร่วมมือ แต่อาจจะน้อยไปบ้าง วันนี้ (5 มี.ค.) คาดว่าน่าจะมาเยอะขึ้น น่าจะถึง 300 คน ขอย้ำว่ามีความพร้อมในการรองรับการรายงานตัวของสมาชิก อย่างเช่น พรรคภูมิใจไทยที่มี ส.ส.จำนวนมาก ก็ได้ประสานงานกับทางพรรค เพื่อให้กรอกข้อมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ก่อน เมื่อมาถึงที่รายงานตัว ก็มาตรวจสอบ เซ็นชื่อ และมอบบัตรประจำตัว ซึ่งจะใช้เวลาไม่นาน

