เลือกตั้งปากน้ำ – พรรคเพื่อไทย ผนึก “ตระกูลอัศวเหม” บ้านใหญ่ม้าทองคำ เปิดตัว 8 ผู้สมัคร สู้ศึกเลือกตั้งสมุทรปราการ พร้อม 3 ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ทำสมรภูมิเลือกตั้งสมุทรปราการคึกคัก เพราะถือว่ามีสิ่งใหม่ในสนามแห่งนี้
ต้องยอมรับว่า การผนึกกำลังรอบนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี ที่ ตระกูลอัศวเหม ยอมมาร่วมชายคาในสีเสื้อพรรคในขั้วทักษิณ ชินวัตร
เพราะนับตั้งแต่การเกิดขึ้น พรรคไทยรักไทย หลังการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ 2540 วัฒนา อัศวเหม ประมุขแห่งบ้านใหญ่ม้าทองคำ ก็เริ่มสูญเสียพื้นที่ทางการเมืองในสมุทรปราการ กระทั่งก่อนการเลือกตั้งปี 2548 ทักษิณ ชินวัตร ส่ง ภูมิธรรม เวชยชัย มาเจรจากับ “กลุ่มปากน้ำ” เข้าร่วมกับพรรคไทยรักไทย
แต่ วัฒนา อัศวเหม ไม่ยอม จากนั้นเลือกตั้งใหญ่ก็พ่ายกระแสทักษิณและเสื้อแดง กระทั่งมีเหตุจากคดีคลองด่าน ทำให้ประมุขบ้านม้าทองคำต้องออกนอกประเทศไป ทำให้กลุ่มปากน้ำเหลือพื้นที่ทางการเมืองเพียงสนามเลือกตั้งท้องถิ่นนับแต่เท่านั้น
เป็นเวลา เกือบ 20 ปีที่ ส.ส.สมุทรปราการ ไม่มีชื่อคนในตระกูลอัศวเหม
กระทั่ง ปี 2562 เลือกตั้งครั้งแรก หลังรัฐประหาร 2557 กลุ่มปากน้ำ ภายใต้การนำของ เสี่ยเอ๋-ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ลูกชายคนเล็กของวัฒนา กลับมามีพื้นที่ทางการเมืองในสนามใหญ่อีกครั้ง เมื่อเข้าร่วมงานทางการเมือง พรรคพลังประชารัฐ กลุ่มปากน้ำสามารถกวาด ส.ส.สมุทรปราการ 5 จาก 7 เขตเลือกตั้ง และ 1 ปาร์ตี้ลิสต์มาครองได้ จนมีโควต้า ครม. ผลักดัน นายสุนทร ปานแสงทอง เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ก่อนการเลือกตั้งปี 2566 กลุ่มปากน้ำ ถือเป็นกำลังสำคัญของ บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่เปิดหน้าชัดเจน มาเป็นผู้นำพรรคพลังประชารัฐ หลัง บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตัดสินใจเดินแยกทางไปอีกพรรคที่รวมไทยสร้างชาติ
ในการเลือกตั้งรอบนั้น เสี่ยเอ๋-ชนม์สวัสดิ์ เตรียมสรรพกำลังอย่างเต็มที่ เพื่อผลักดัน “คนรุ่นที่ 3” ของตระกูลอัศวเหม ที่มีบทบาทในท้องถิ่นสมุทรปราการ ให้มายืนอยู่แถวหน้าในสนามการเมืองระดับชาติ
เห็นได้ชัดจากผู้สมัครในการเลือกตั้งปี 2566 ที่มีคนในตระกูลนี้ ลงเลือกตั้งถึง 5 คน
โดยในจำนวน 8 คน 8 เขต ของทีมสมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ มีผู้สมัครถึง 3 คน ที่มีนามสกุลอัศวเหมต่อท้าย และยังปรากฏคนในตระกูลอัศวเหม ในบัญชีรายชื่อ อันดับที่ 8 ของพรรคพลังประชารัฐด้วย
ที่สำคัญ “เพลง” ชนม์ทิดา อัศวเหม ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของ เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ กับ ตู่-นันทิดา ข้ามฟากไปปรากฏชื่อในลำดับที่ 5 บัญชีปาร์ตี้ลิสต์ของ พรรคภูมิใจไทย ด้วย โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยืนยันชัดมาในฐานะลูกสาว ซึ่งสังคมในขณะนั้นรับรู้ว่า “เพลง” กับ “เป๊ก” ลูกชายนายอนุทิน นั้นเป็นคนรักกัน
ท่ามกลางกระแสข่าวว่า กลุ่มปากน้ำ หรือกลุ่มสมุทรการก้าวหน้า ในขณะนั้น อาจจะยกมาร่วมงานทางการเมืองกับภูมิใจไทย ในเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่
แต่ทว่า เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ กลับมีเหตุต้องจากไปแบบกะทันหัน ประกอบกับกระแส “พิธาฟีเวอร์” ทำให้พรรคสีส้ม ก้าวไกล สร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมือง คว้าชัยแบบยกจังหวัด ทั้ง 8 เขต พลังประชารัฐและบ้านใหญ่อัศวเหม ต้องพ่ายไปหมดรูป ต้องกลับไปสู่ฐานที่มั่นท้องถิ่น ที่ก็เอาชนะผู้สมัครสีส้ม ในการเลือกตั้งนายก อบจ.สมุทรปราการ ได้อย่างหวุดหวิด
ปัจจุบัน บ้านใหญ่อัศวเหม กับ พรรคเพื่อไทย ในพื้นที่สมุทรปราการ ถือว่าอยู่ในสถานะที่ถูก “พรรคส้ม” ท้าทายเหมือนๆกัน ฉะนั้น การผนึกฐานทางการเมืองระหว่างกันครั้งนี้ จึงถูกมองว่าเป็น “ดีลทางการเมืองครั้งใหญ่” ที่คาดหวังในการเปลี่ยนสมการเลือกตั้งในสมุทรปราการอีกครั้ง
สำหรับโปรไฟล์ผู้สมัครทั้ง 8 เขต ของพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย
เขต 1 นายอัครวัฒน์ อัศวเหม
รองนายก อบจ.สมุทรปราการ อดีต ส.ส. เตรียมทวงเก้าอี้คืนจากพรรคประชาชน
เขต 2 ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร
อดีต ส.ส. สามีของนายกเทศบาลแพรกษา
เขต 3 ภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์
ลูกชาย นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีตที่ปรึกษานายกฯ พรรคเพื่อไทย
เขต 4 พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์
อดีตผู้กำกับ สภ.บางพลี และอดีตรองผู้การจังหวัดชลบุรี สามีของนายก อบต.บางพลี
เขต 5 ปิยะพงษ์ เหมะ
ทายาทการเมืองตระกูลเหมะ บุตรชายอดีต ส.ส.วรชัย เหมะ คนเสื้อแดง
เขต 6 นฤมล ธารดำรงค์
อดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทย
เขต 7 นายประชา ประสพดี
อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีต ส.ส.หลายสมัย
เขต 8 นางสลิลทิพย์ สุขวัฒน์
อดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทย
อย่างไรก็ตามจากโปรไฟล์ผู้สมัครทั้ง 8 เขตเลือกตั้ง ซึ่งสะท้อนชัดเจนว่า เป็นการจัดแบ่งพื้นที่ทางการเมือง โดยเป็นการผนึกกำลังกันของ ตระกูลการเมืองฝั่งเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดง และ ตระกูลอัศวเหม ที่คุมฐานท้องถิ่นอยู่ในปัจจุบัน
นี่จึงทำให้ “สมรภูมิเลือกตั้งสมุทรปราการ” เป็นที่จับตามองอย่างยิ่งว่า ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองนั้น ระหว่างฐานเสียงดั้งเดิมกับอิทธิพลทางการเมืองในพื้นที่ จะยังเป็นทางเลือกคนสมุทรปราการ สำหรับการชิงพื้นที่คืนจาก “พรรคประชาชน” ได้มากน้อยเพียงใด
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

