เจาะลึกสนามโคราช ศึกชิงส.ส. 16 เขตเดือด

1.02.26 | 12:15 น.

จังหวัดนครราชสีมา หรือเมืองย่าโม เป็นเมืองใหญ่มี 16 เขตเลือกตั้ง เป็นรองเพียงกรุงเทพฯเท่านั้น

ในการเลือกตั้งปี 2566 ที่ผ่านมา “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” บ้านใหญ่ชาติพัฒนา พลาดท่าเสียที่นั่งให้พรรคก้าวไกลในพื้นที่เมืองหลวงของพรรคไปถึง 3 เขต

การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ จึงเป็นการ “แก้มือ” เพื่อทวงคืนพื้นที่เขต 1, 2 และ 3 และหวังกู้เครดิตทางการเมือง

โดยรอบนี้พรรคชาติพัฒนา “เว้นวรรค” ไม่ส่งผู้สมัคร แต่เปิดทางอดีต ส.ส.ของพรรคสวมเสื้อ “เพื่อไทย” ลงสนามแทน พร้อมดันน้องชาย “เทวัญ ลิปตพัลลภ” เข้าบัญชีปาร์ตี้ลิสต์พรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 25

ส่วน ส.ส.เขตที่เหลือหัวเรี่ยวหัวแรงใหญ่คือ “กำนันป้อ วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล” และ “ยลดา หวังศุภกิจโกศล” นายก อบจ.นครราชสีมา บ้านใหญ่โรงแป้งมันเอี่ยมเฮง

Advertisement

ที่มอบให้ลูกสาว “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” เป็นแม่ทัพคุมศึกเลือกตั้ง รวมทั้ง “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ช่วยเสริมอีกแรง

โดยประกาศจะกวาดเก้าอี้ทั้ง 16 เขต!?

ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ของ “นายกฯหนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” มอบหมาย “พลพีร์ สุวรรณฉวี” บุตรชาย “ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี” อดีต รมช.พาณิชย์ เป็นแม่ทัพคุมสนามดูแลทั้ง 16 เขต

จัดทีมลงแข่งขันทุกเขต โดยคาดหวังอย่างน้อยต้องได้ 5 ที่นั่ง เพื่อปูทางไปสู่เก้าอี้รัฐมนตรี ขณะที่แชมป์เก่าเขตเมืองหลวงโคราช พรรคประชาชน ให้ “ฉัตร สุภัทรวณิชย์” อดีต ส.ส.เขต 1 ก้าวไกล เป็น “กุนซือ” คุมเกมหาเสียงดึงแกนนำของพรรคมาสร้างกระแสเพื่อป้องกันแชมป์ทั้ง 3 เขต และยังมีความหวังลึกๆ กับเขต 7 ของ “อธิรัฐ รัตนเศรษฐ” อีก 1 เก้าอี้

ส่วนพรรคกล้าธรรม ผู้กองธรรมนัส พรหมเผ่า แม้ส่งขุนพลลงสนามเพียงเขตเดียว “มารุต ชุ่มขุนทด” เขตเลือกตั้งที่ 15 แต่ประกาศสู้เต็มที่หวังสอดแทรกแจ้งเกิดในสนามโคราชให้ได้

หากเทียบฟอร์มการแข่งขัน เขต 1 ถูกจับตามากที่สุด เป็นเขตเป้าหมายที่ทุกพรรคหวังคว้าชัยมาครอง ทำให้เขตนี้มีผู้สมัครตัวเต็งหลายราย

โดยแชมป์เก่า “ฉัตร สุภัทรวณิชย์” พรรคประชาชน ซึ่งมีฐานเสียงหลักกลุ่มคนรุ่นใหม่ FC พรรคก้าวไกลเดิม หรือพรรคประชาชนในปัจจุบัน กับกลุ่มคนไทยเชื้อสายจีนบางส่วน กับพรรคเพื่อไทย ซึ่งสุวัจน์ส่ง “ประเสริฐ บุญชัยสุข” อดีต รมว.อุตสาหกรรมและอดีตนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ลงสนามทวงคืนพื้นที่เมืองหลวงของพรรคชาติพัฒนามานาน

มีฐานเสียงเหนียวแน่นใน 98 ชุมชนของเทศบาลนครนครราชสีมา พรั่งพร้อมด้วยการสนับสนุนของกลุ่ม ส.อบจ.และ ส.ท. ทั้งยังมีกำลังพลในค่ายสุรนารี ผู้นำชุมชน กลุ่มแม่บ้าน ทั้งในเขตเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง และเทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อมอีกด้วย

มาถึงช่วงโค้งสุดท้าย กระแสของพรรค ปชน.ไม่ร้อนแรงเท่า “ก้าวไกล” ฟีเว่อร์ เหมือนในการเลือกตั้งปี 2566

ขณะที่ “ประเสริฐ” เป็นต่อ “ฉัตร” พรรค ปชน.จึงปรับแผนดึงผู้ช่วยหาเสียงลงพื้นที่เพื่อดึงคะแนนเสียง ตั้งเป้าสู้กันถึงนาทีสุดท้ายแน่นอน

ส่วนพื้นที่เขต 2 เพื่อไทยส่ง “พี่โต-วัชรพล โตมรศักดิ์” ลงสนามเพื่อล้างตาหลังเสียที่นั่งให้ “ซัว-ปิยชาติ รุจิพรวศิน” พรรคประชาชน หรือ พรรคก้าวไกลเดิม

ครั้งนี้ “วัชรพล” ทำการบ้านอย่างละเอียดยิบ ปิดจุดอ่อน สร้างจุดแข็ง สู้ทุกกระบวนท่า มีฐานเสียงหลักในเขต ต.หัวทะเล ต.หนองระเวียง ต.บ้านโพธิ์ ต.ตลาด ต.หนองบัวศาลา และ ต.มะเริง คอการเมืองประเมินอย่างมั่นอกมั่นใจว่า “วัชรพล” จะทวงคืนที่นั่งจากพรรคส้มได้แน่นอน

ขณะที่เขต 3 เป็นอีกเขต ที่บ้านใหญ่ “กำนันเบ้า สมศักดิ์ กาญจนวัฒนา” เสียรังวัดให้ “ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์” ม้ามืดที่ได้กระแสพรรคส้มเข้าไปนั่งสภา

ครั้งนี้ “สุวัจน์” ส่ง “สมบัติ กาญจนวัฒนา” น้องชาย “กำนันเบ้า” เป็นอดีตประธานสภา อบจ.นครราชสีมาและอดีต ส.จ.หลายสมัย สวมเสื้อเพื่อไทยท้าชิงเก้าอี้ มีฐานเสียงหลักใน ต.โคกกรวด ต.บ้านใหม่ ต.สุรนารี ต.พลกรัง ต.พุดซา ต.สีมุม

ส่วนแชมป์เก่า “ศุทธสิทธิ์” มีฐานเสียงกลุ่มวัยรุ่น FC ด้อมส้ม เน้นใช้คอนเทนต์ หาเสียงผ่านทางสื่อโซเชียล ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ จึงเป็นการป้องกันแชมป์ หรือนัดล้างตากันอีกครั้ง

สำหรับ 13 เขตที่เหลือ เป็นที่นั่งเดิมของพรรคเพื่อไทยทั้ง 12 เขต ส่วนอีก 1 เขต พรรคภูมิใจไทยสอดแทรกเข้ามาในเขต 9 เจ้าของเก้าอี้ คือ พลพีร์ สุวรรณฉวี ภูมิใจไทย

ขณะที่การเลือกตั้งรอบนี้ เพื่อไทยยังคงส่งแชมป์เก่าลงสนาม ยกเว้นบางเขตที่อดีต ส.ส.เปลี่ยนย้ายไปสวมเสื้อน้ำเงิน

เพื่อไทยจึงต้องส่งขุนพลคนใหม่มาลงแข่งขันแทน โดยมีคู่แข่งจากทั้งพรรคเล็ก พรรคใหญ่ โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรม

ถือว่าเป็นงานหนักของแชมป์เก่าไม่น้อยทีเดียว!?

ไล่เรียงจากเขต 4 “ณัฐจิรา อิ่มวิเศษ” อดีต ส.ส.เพื่อไทยหลานสาว “บุญมา อิ่มวิเศษ” เจ้าของสตาร์เวลล์ สังกัดบ้านใหญ่โรงแป้งมันเอี่ยมเฮง มี “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” เป็นแม่ทัพ ฐานเสียงหลักอยู่ในเขต อ.ขามทะเลสอ อ.โนนไทย และ อ.สูงเนิน

มีคู่แข่งสำคัญคือ “เสี่ยดุ่ย-รักชาติ กิริวัฒนศักดิ์” อดีตประธานสภา อบจ.นครราชสีมาและรองนายก อบจ.นครราชสีมา ซึ่งออกจากสังกัดบ้านใหญ่โรงแป้งมัน

กลับมาเป็นคู่ต่อกร มีฐานเสียงหลักในกลุ่มสตรีแม่บ้านสูงเนิน และบารมีพ่อ “เฮียชิ้ง-สมชาย กิริวัฒนศักดิ์” อดีตประธานสภาวัฒนธรรม อ.สูงเนิน คหบดีชื่อดังเมืองโคราชสนับสนุน

นาทีนี้ อดีต ส.ส. “ณัฐจิรา” ยังมีแต้มต่อ “รักชาติ” อยู่เล็กน้อย

เขต 5 “สมเกียรติ ตันดิลกตระกูล” แชมป์เก่าเพื่อไทย เจอคู่แข่งสำคัญ “ทวิรัฐ รัตนเศรษฐ” ลูกชายคนกลางของ “เสี่ยปาน-วิรัช รัตนเศรษฐ” เขตนี้เดิมเป็นฐานเสียงของ “ตระกูลรัตนเศรษฐ” มาตลอด

แต่เสียพื้นที่ให้พรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา รอบนี้ “เสี่ยปาน” ส่งลูกชายลงสนามในนามพรรคสีน้ำเงิน หวังโค่นแชมป์เก่าให้ได้

ชื่อชั้นบ้านใหญ่โรงแป้งมันไม่ยอมจำนนง่ายๆแม้เสี่ยปานตั้งเป้าลูกชายทวงคืนเก้าอี้เขตนี้ แต่ยังมีคดีสนามฟุตซอลเป็นชนักปักหลัง ที่อาจตัดแต้มลูกเสี่ยปานไม่มากก็น้อย

ด้วยแรงสนับสนุนของโรงแป้งมัน น่าจะส่งแชมป์เก่าถึงฝั่งฝันไปได้ด้วยดี

เขต 6 เป็นอีกเขตที่การแข่งขันน่าสนุก มี “โกศล ปัทมะ” เป็นแชมป์เก่า ลงสนามรอบนี้ย้ายจากพรรคเพื่อไทยไปอยู่ภูมิใจไทย มีฐานเสียงหลักในเขต อ.บัวใหญ่ อ.สีดา และ อ.บัวลาย ทั้งขยันลงพื้นที่แก้ปัญหาต่างๆ ให้ชาวบ้านมาตลอด

ส่วนเพื่อไทย คว้า “ปอ-พัชราวรรณ ภิญโญ” อดีต ส.อบจ.แก้งสนามนาง น้องสาว “สุชาติ ภิญโญ” อดีต ส.ส.เพื่อไทย ลงมาชิงเก้าอี้สู้ศิษย์เก่าเพื่อไทย

แม้วันนี้ “โกศล” ยังเป็นต่อ แต่ “ปอ พัชราวรรณ” ก็ทำคะแนนตีตื้นแบบหายใจรดต้นคอ คอการเมืองประเมินว่าคู่นี้ “กระแส” สูสีอาจชี้ขาดกันที่ “ปัจจัย” อื่น

เขต 7 แชมป์เก่าค่ายแดง “ปิยะนุช ยินดีสุข” ลงสนามป้องกันแชมป์ มีฐานเสียงหลักๆ กลุ่มผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ และสตรีแม่บ้าน 4 อำเภอ วัดกับคู่แข่งจากพรรคภูมิใจไทย “อัครวัฒน์ กุลเฉลิมพัฒน์” อดีตรองประธานสภา อบจ.นครราชสีมา และผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่เมืองโคราช

โดยมีปลัดแบงค์ “อธิรัฐ รัตนเศรษฐ” ลูกชายคนโตของ “เสี่ยปาน” ซึ่งลงสนามในนามพรรคประชาชน และอาจเป็นตัวสอดแทรกจากกระแสพรรคและฐานเสียงของเสี่ยปาน

อย่างไรก็ตาม แชมป์เก่าน่าจะมีภาษีดีกว่า!?

เขต 8 “นิกร โสมกลาง” คนสนิท “สุดาวรรณ” โรงแป้งมัน เป็นเจ้าของเก้าอี้ มีฐานเสียงหลักกลุ่ม ผู้นำท้องที่ผู้นำชุมชนและ อสม.อำเภอพิมายค่อนข้างเหนียวแน่น

เจอคู่แข่งอย่าง “พีรกานต์ วิเศษจินดาวัฒน์” พรรคภูมิใจไทย ลูกชายอดีต ส.ส.อนุวัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์ พรรคเพื่อแผ่นดิน

กูรูการเมืองวิเคราะห์ตรงกัน “นิกร” นอนมาสบายๆ!

เขต 9 เดิม “เต้ย พลพีร์ สุวรรณฉวี” พรรคภูมิใจไทย ลูกชาย “ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี” อดีต รมช.พาณิชย์ และ “ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี” อดีตนายก อบจ.นครราชสีมา เป็นแชมป์เก่า รอบนี้ เต้ย-พลพีร์ ลงสนามเหมือนเดิม

แถมนายกฯหนู “อนุทิน ชาญวีรกูล” ยังมอบหมายให้เป็นแม่ทัพคุมสนามเลือกตั้งโคราช ด้วยฐานเสียงค่อนข้างปึ้กทั้งใน อ.ห้วยแถลง และ อ.จักราช สร้างผลงานพอสมควร

มีคู่แข่งทั้ง “นาถรดา อึ้งสวัสดิ์” จากเพื่อไทย และ “ธนวรรณ เกษเมธีการุณ” พรรคกล้าธรรม อดีตนายกเล็กห้วยแถลง

แต่ “เต้ย-พลพีร์” ยังเป็นต่ออยู่หลายขุม!?

เขต 10 สนามนี้ถูกจับตาร้อนแรงแข่งดุเดือด “ปื๊ด-อภิชา เลิศพชรกมล” สังกัดเพื่อไทย แชมป์เก่าสายบ้านใหญ่โรงแป้งมัน มีฐานเสียงทั้งผู้นำท้องถิ่น กลุ่มสตรีแม่บ้าน และเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลัง อ.โชคชัย และ อ.ครบุรี รับศึกหนัก เมื่อเจอคู่แข่งเบอร์ใหญ่อย่าง “บุญจง วงศ์ไตรรัตน์” อดีต รมช.มหาดไทยและอดีต ส.ส.หลายสมัย

แม้เจ้าตัวเรื้อเวทีไปนานแต่ลงสนามในพรรคภูมิใจไทย ได้แรงหนุนจากเสี่ยหนูให้สู้เต็มที่แบบไม่มีลิมิต แถมพ่วง แรมโบ้อีสาน-เสกสกล หรือสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หมายเลข 5 จากกล้าธรรม

อย่างไรก็ตาม “ดีกรี” แชมป์เก่าและแรงหนุนจากบ้านใหญ่ “อภิชา” ยังมีภาษีเหนือคู่แข่ง!?

เขต 11 สนามนี้ระดับ “อาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล” พรรคเพื่อไทย แชมป์เก่าทายาท “กำนันป้อ วีรศักดิ์-นายกหน่อย ยลดา หวังศุภกิจโกศล” ฐานเสียงแน่นปึ้กทั้งชาวไร่มันสำปะหลัง กลุ่มสตรีแม่บ้าน ผู้นำชุมชนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน 3 อำเภอ

ทำให้โอกาสของ “สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์” คู่แข่งจากพรรคภูมิใจไทย พี่ชายแรมโบ้อีสาน ยังค่อนข้างริบหรี่

เขต 12 “นรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล” แชมป์เก่าพรรคเพื่อไทย ทายาทโรงแป้งมันเอี่ยมธงชัย แรงสนับสนุนส่วนใหญ่มีทั้งผู้นำหมู่บ้าน กลุ่มสตรีแม่บ้าน และชาวไร่มันสำปะหลัง ส่วนคู่แข่ง “จิรภัทร พันธ์เกษม” พรรคภูมิใจไทย ลูกชายอดีต ส.ส. “สมศักดิ์ พันธ์เกษม” มีฐานเสียงหลักในเขต อ.ปักธงชัย

สภาพโดยรวมยังเป็นรองแชมป์เก่าหลายช่วงตัว!

สำหรับเขต 13 มี “พชร จันทรรวงทอง” ลูกชาย “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” เลขาธิการพรรคเพื่อไทยเป็นเจ้าของพื้นที่ มีคู่แข่งจากพรรคประชาชน “นาลันทาบุญชิต” ซึ่งมีกระแสพรรคและแรงหนุนจากด้อมส้ม

ถึงโค้งสุดท้ายยังเป็นรองลูกชายเฮียเสริฐ ค่อนข้างไกลโข

เขต 14 เดิม “ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ” พรรคเพื่อไทยครองพื้นที่นี้มาหลายสมัย แต่รอบนี้ “ศิริสิทธิ์” ส่งลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนรุ่นใหม่ “หมอดาวุฒิ-นพ.วัชรากร
เลิศด้วยลาภ” ลงสนามแทน เจอคู่ชิง “มัช-ศรัณยพงศ์อนิวัตกูลชัย” นักการเมืองหน้าใหม่จากค่ายน้ำเงิน แม้เป็นหน้าใหม่ในสนามทั้งคู่

แต่เทียบฟอร์มแล้ว “มัช ศรัณยพงศ์” ยังเป็นรองหลายขุม คงต้องใช้เวลาสะสมประสบการณ์สร้างฐานคะแนนไปก่อนอีกพักใหญ่

เขต 15 เดิมเก้าอี้ ส.ส.เป็นของ “รชตะ ด่านกุล” เพื่อไทย สายบ้านใหญ่โรงแป้งมันเอี่ยมเฮง รอบนี้พรรคกล้าธรรมส่ง “กอล์ฟ-มารุต ชุ่มขุนทด” อดีตผู้สมัครนายก อบจ.นครราชสีมา เจ้าของคลาสคาเฟ่ ท้าชิง

ที่ผ่านมามารุตลงพื้นที่เดินหาเสียงอย่างหนักมาพักใหญ่ ในฐานะคณะทำงานของผู้กองธรรมนัส พรหมเผ่า ทำให้บรรยากาศสนามนี้เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

วัดพลังกันถึงขณะนี้ สูสี-คู่คี่ พลิกผันได้ตลอดเวลาสู้กันดุเดือดห้ามกะพริบตา!?

เขตสุดท้ายเขต 16 แชมป์เก่า “พรเทพ ศิริโรจนกุล” เพื่อไทย มีฐานเสียงหลักใน อ.บ้านเหลื่อม พระทองคำ ขามสะแกแสง รอบนี้เจองานยาก เสี่ยปานส่งลูกชายคนเล็ก “ตติรัฐ รัตนเศรษฐ” ลงสนาม มีแรงสนับสนุนกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่น อ.คง และ อ.ขามสะแกแสง

ทั้งได้ “โกศล ปัทมะ” ศิษย์เก่าเพื่อไทยเป็นกุนซือวางแผนช่วยรบ สู้เครือข่ายบ้านใหญ่โรงแป้งมันเอี่ยมเฮง

เขตนี้ถือเป็นอีกเขตที่สู้กันดุเดือด-เข้มข้น แต่หน้าใหม่อย่าง “ตติรัฐ” ยังฐานเสียงไม่แน่นพอ โอกาสจึงน่าจะเป็นของแชมป์เก่ามากกว่า

นอกเสียจากจะปรับแผนลุยสู้โค้งสุดท้าย!?

จากบรรยากาศการแข่งขันดุเดือด อาจารย์ อดิศร เนาวนนท์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ประเมินว่า สนามโคราชมีการแข่งขันสูงมาก บางเขตอาจใช้เงินซื้อเสียงสูงถึง 50-100 ล้านบาท

ขณะที่ผลโพลหลายสำนักยังชี้ไปที่พรรคเพื่อไทย มีโอกาสคว้าที่นั่งมากที่สุด รองลงมาเป็นของพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชน ตามลำดับ

โดยมีพรรคกล้าธรรมเป็นตัวสอดแทรก

หากฟันธงยามนี้ พรรคเพื่อไทยน่าจะกวาดที่นั่งถึง 12 เก้าอี้ พรรคภูมิใจไทย 3 ที่นั่ง เก้าอี้สุดท้ายมีโอกาสเป็นของพรรคประชาชน หรือพรรคกล้าธรรม

อย่างไรก็ตาม การเมืองไทยยังมีจุดพลิกผันได้ตลอดเวลา จนกว่าจะถึงวันหย่อนบัตร นับคะแนน!?!