ปิดหน้าออนไลน์ : สอบบาร์โค้ด กกต.ไม่เท่ากับการเลือกตั้งโมฆะ
ยังเป็นปมการเมืองร้อนฉ่า สำหรับบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ด บัตรเลือกตั้ง ที่กกต.เองก็แถลงยอมรับแล้วว่าสามารถเช็กย้อนหลังได้ถึงขั้นว่าใครลงคะแนนให้ใคร อย่างไร
.
แน่นอนแม้จะบอกว่าเป็นเรื่องยาก แต่ไม่ใช่ทำไม่ได้ เพียงแค่หาต้นขั้ว บัตรเลือกตั้ง เอามาให้ครบ
.
ยิ่งข้อเท็จจริงพบอีกว่า ทั้งหมดทุกเก็บไว้ด้วยกันในหีบบัตรเลือกตั้ง แถมยังเกิดความไม่เชื่อใจว่าสุดท้ายแล้วกปน. หรือกรรมการประจำหน่วยจะมีความเป็นกลางแน่นอนอย่างที่พยายามพร่ำบอก
เพราะหากการ ‘ซื้อหน่วยเลือกตั้ง’ ทำได้จริง ดังจะเห็นได้ว่าจำนวนบัตรแต่ละชนิดไม่ตรงกันเลย จนน่าสงสัยว่ามีเพิ่มบัตร หรือลดบัตร แบบกดปุ่มสั่งตรงได้จริงหรือไม่
ยิ่งทำให้ข้อมูลที่ควรจะลับ ไม่ลับอีกต่อไป และสามารถตรวจสอบย้อนทวนว่าใครลงคะแนนอะไรอย่างไร
ซึ่งแน่นอนว่าผิดรัฐธรรมนูญชัดเจน เพราะกำหนดให้เป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับ ซึ่งคำว่า ‘ลับ’ จะไปตีความว่าลับแค่ตอนกาบัตรไม่ได้ มันจะต้องลับตลอด แม้การลงคะแนนจะเสร็จสิ้นเรียบร้อย
ไม่งั้นกระบวนการ ‘เช็กบิล’ จะตามมาอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามต้องทำความเข้าใจด้วยว่า การที่ประชาชนออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้ ไม่ได้หมายความว่าไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง
ไม่ใช่ว่าขี้แพ้ชวนตี เพราะไม่ว่าจะให้ลงคะแนนใหม่ หรือทำวิธีใด ก็ยากที่จะเปลี่ยนฉันทามติของประชาชนได้
ที่สำคัญการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะหรือไม่ ก็อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย
ไม่ใช่ทุกกรณีที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
เหมือนเมื่อปี 2549 ที่ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ก็เชื่อว่าวิญญูชนที่ทราบข้อมูลข่าวสาร ก็ตั้งคำถามว่ามันถึงขั้นนั้นได้เลยเหรอ
ไม่ได้มีใครเห็นด้วยว่าการหันคูหาเพียงแค่นั้น จะทำให้มติของประชาชนถูกล้มไปได้
ดังที่เรียกว่าความได้สัดส่วนของความผิดตามกฎหมาย ว่าความผิดเรื่องนี้จะต้องรับผิดชอบถึงขั้นไหนอย่างไร
แต่ปัญหาสำคัญ ก็คือ การอ้างกลัวเลือกตั้งโมฆะ จะมาทำให้เรามองไม่เห็นความผิดปกติของการจัดการเลือกตั้งกกต.ไม่ได้
ใครทำผิดก็ต้องรับผิดทางกฎหมาย แล้วจะแก้ไขให้ถูกต้องเหมาะสมอย่างไร ก็ต้องว่ากันไป
ไม่ใช่คิดว่าปล่อยไป กลัวผลกระทบนั่นนี่ ไม่เช่นนั้นก็ไม่หลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์สักที
และที่สำคัญ กกต.เองก็หยุดได้แล้ว ที่ออกมาขู่ฟ้องดำเนินคดี คนที่ตั้งข้อสงสัยว่านำเข้าข้อมูลบิดเบือน
องค์กรที่มีความรับผิดชอบเพียงอันเดียว ก็คือการจัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม แต่กลับทำงานแล้วมีแต่ข้อกังขา
ถ้าเป็นที่อื่นก็คงต้องพิจารณาตัวเอง ไม่ใช่มาขู่ฟ้องปิดปากประชาชน
จึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจว่านี่ไม่ใช่การล้มเลือกตั้ง แต่เป็นการทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ และถูกต้องตามรัฐธรรมนูญว่าไว้
.
หยุดบิดเบือน แล้วเดินหน้าสู่ความจริงสักที!!!

