อ.ม.ราม ยัน ‘ย้ายขรก.ก่อนเลือกตั้ง’ ขัดรัฐธรรมนูญ เห็นแย้ง ‘สังคมเลี้ยวขวา’ ส้มแพ้เพราะยุทธศาสตร์

18.02.26 | 17:18 น.

อาจารย์ ม.ราม เห็นแย้ง ‘สังคมเลี้ยวขวา’ เชื่อ พรรคส้มแพ้เพราะยุทธศาสตร์ – ชี้ ‘ย้ายขรก.ก่อนเลือกตั้ง’ รัฐธรรมนูญเขียนห้าม ตั้งคำถามเรากำลังกลับไปสู่ ‘ระบบชนเผ่า?’ ต้องพึ่งผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น – กฎหมายล่มสลาย

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ เวลา 13.00 น. ชมรมรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จัดกิจกรรมสิงห์รามเสวนา ในหัวข้อ “วิเคราะห์ผลการเลือกตั้ง 69 : ประเทศไทยไปทางไหนต่อ” นำเสวนาโดย รศ.ดร.มูฮัมหมัดอิลยาส หญ้าปรัง, ผศ.ดร เพิ่มศักดิ์ จะเรียมพันธ์, รศ.ดร.ชญาน์ทัต ศุภชลาศัย และ ผศ.นิมิต อังก์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ในตอนหนึ่ง รศ.ดร.มูฮัมหมัดอิลยาส หญ้าปรัง กล่าวว่า ส่วนตัวเป็นเสรีนิยม จุดยืนส่วนตัวคือ เชื่อมั่นและยึดมั่นว่า ประชาชนต้องมีอำนาจมากกว่ารัฐบาล รวมทั้งอำนาจในการตรวจสอบถ่วงดุล ที่ต้องมากกว่าฝ่ายบริหาร

จากผลการเลือกตั้ง นำมาสู่ข้อถกเถียงว่าสังคมเลี้ยวขวา ด้วยเหตุว่า

Advertisement

1.ฝ่ายอนุรักษนิยมได้รับชัยชนะ

2.ระบบ สองนคราประชาธิปไตย มันกลับมาแล้ว (เชื่อว่าสองโลกทัศน์ต่างกัน ระหว่างคนเมือง-คนในชนบท)

3.กระแสโลกเลี้ยวขวา

โดย รศ.ดร.มูฮัมหมัดอิลยาส กล่าวถึงกระแสสังคมที่มองว่า ‘ประเทศไทยกำลังเลี้ยวขวา?’ แม้กระทั่งในปัจจุบัน สหรัฐอเมริกา เยอรมนี อิตาลี หรือญี่ปุ่น ที่เลี้ยวขวา ซึ่งตนไม่ซื้อความคิดนี้ และเชื่อว่าสังคมไทยเรายังไม่เลี้ยวขวา

แต่สถานการณ์ในปัจจุบันเกิดจากการที่ ‘ฝ่ายอนุรักษนิยม’ ใช้กลไกที่ตนเองมีอยู่อย่างมาก จากการเลือกตั้งในอดีต ในการโยกย้ายข้าราชการช่วงก่อนเลือกตั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครยอมรับ

“ย้ายได้ แต่มันลำบากมาก แต่ในปัจจุบันเป็นเรื่องปกติ แม้แต่รัฐบาลรักษาการณ์ก็สามารถทำได้ ซึ่งรัฐธรรมนูญมีข้อห้ามนั้นอยู่ด้วย [มาตรา 169 (2) ] นี่แหละ ไม่ได้หมายความว่าผลเลือกตั้งครั้งนี้ อนุรักษนิยม หรือฝ่ายขวา เป็น Main Idea ในสังคม ว่าคนไปฝ่ายขวาแล้ว ไม่ใช่” รศ.ดร.มูฮัมหมัดอิลยาสกล่าว และว่า

ดังนั้น ขึ้นอยู่กับคุณให้น้ำหนักกับอะไร ซึ่งปัจจุบันเราให้น้ำหนักกับ Number หรือจำนวนตัวเลข ที่พรรคภูมิใจไทยได้ โดยที่อาจจะไม่ได้มององค์ประกอบหลัก ของการให้ได้มาซึ่งตัวเลขนั้น

ในตอนหนึ่ง รศ.ดร.มูฮัมหมัดอิลยาส กล่าวถึงผลการเลือกตั้งที่ออกมาเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่า ‘ความสัมพันธ์ในเชิงอำนาจ’ ในจังหวัดต่างๆ นั้น ยังคงเหมือนเดิม และหนักกว่าเดิม กล่าวคือเป็น ‘ความสัมพันธ์เชิงอำนาจ ที่ถ่างมากขึ้น’ คือเกิดกลุ่มคนที่มีอำนาจมากๆ และ กลุ่มคนที่มีอำนาจน้อยมากๆ จากที่ควรต้องเป็นความสัมพันธ์ที่เท่าเทียมกันด้วยกฎหมาย

ด้วยความสัมพันธ์ในระดับปัจเจกที่ต่างกัน ผลการเลือกตั้งเขต ชี้ให้เห็นถึง
1.ความสัมพันธ์เชิงอำนาจในสังคม ที่ยิ่งห่างมากขึ้นเรื่อยๆ
2.ช่องว่างระหว่างคนรวย-คนจน ยิ่งถ่างมากขึ้น
3.ระบบกฎหมายในประเทศไทยนั้นล่มสลาย

คุณพึ่งกฎหมายไม่ได้ ต้องไปพึ่งนักการเมือง พูดง่ายๆ เรากำลังกลับไปสู่ ‘ระบบชนเผ่า’ เหมือนตอนที่ผมย้ายจังหวัด ไปจังหวัดที่มีเหตุการณ์ไม่สงบ ผมไม่รู้จักใคร เวลามีอะไรเดือดร้อน ก็ต้องไปหาหัวหน้าเผ่า ต้องไปหาโพรเท็กชั่น ให้คนมาดูแลผม ‘ฝากดูแลผมด้วยนะครับ’ การอยู่ในต่างจังหวัด ไม่เหมือนการอยู่ในกรุงเทพ” รศ.ดร.มูฮัมหมัดอิลยาสเผย

รศ.ดร.มูฮัมหมัดอิลยาส กล่าวต่อว่า ในความเห็นส่วนตัว ‘พรรคส้มแพ้ เพราะยุทธการแพ้ ยุทธศาสตร์แพ้’ ไม่ใช่แพ้เพราะคนเห็นด้วยกับ Conservative เช่นเดียวกัน สองโลกทัศน์ที่ต่อสู้กับระหว่างคนในเมืองกับต่างจังหวัด

“ผมมองว่า ในปัจจุบัน ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยี ความขัดแย้งในโลกทัศน์มันไม่มากเท่าอดีตแล้ว ข้อถกเถียงในปัจจุบัน เวลาเราพูดถึงการเมืองการปกครองแบบ ‘สองนคราประชาธิปไตย’

มันไม่ใช่ความขัดแย้งในเชิงโลกทัศน์แล้ว แต่แพ้ในเชิง Strategic” รศ.ดร.มูฮัมหมัดอิลยาสกล่าว