นักการเมืองวิพากษ์ อนาคต ปชต.ก้าวพ้น-ติดกับดัก?

15.06.18 | 18:01 น.

หมายเหตุ – นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) และนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป (ปชช.) ร่วมเสวนาหัวข้อ “อนาคตประชาธิปไตยไทย ข้ามพ้น กับดัก ความหวัง” ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์


 

จาตุรนต์ ฉายแสง

สิ่งที่ยังเป็นปัญหาและกับดักในอนาคตคือการไม่มีความพยายามที่จะหาทางออก และหาทางแก้ปัญหาร่วมกันอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่กับดักของนักการเมืองแล้ว แต่อนาคตในวันข้างหน้าจะเป็นกับดักของประเทศไทย และประชาธิปไตย อีกหน่อยสังคมไทยจะกลายเป็นสังคมที่ขาดผู้มีอำนาจที่ใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดไม่ได้ คือ ขาด คสช.ไม่ได้ อีกหน่อยอาจจะมีการทำผิดแล้วไม่ถูกลงโทษตามกฎหมาย กับดักต่อมาคือ กับดักที่จะทำให้เกิดเงื่อนไขนำไปสู่ความขัดแย้ง และเป็นข้ออ้างที่ทำให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกในอนาคต

ตามกติกาที่เขียนขึ้นได้นำประเทศไทยย้อนกลับไป 30-50 ปีที่แล้ว ทำประเทศถอยหลังไปมาก อุปสรรคที่สำคัญมากคือ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนปฏิรูปประเทศ มีรายละเอียดมาก แล้วรัฐธรรมนูญบัญญัติให้รัฐบาลทำตามแผนปฏิรูปมิเช่นนั้นจะถูกตรวจสอบ และนำไปสู่การถูกถอดถอนในที่สุด การพัฒนาจึงเกิดได้ยากมาก หาก คสช.เข้ามาเป็นรัฐบาลเท่ากับได้วางแผนการบริหารประเทศไว้แล้ว ประชาชนไม่มีส่วนร่วมในการวางแผน ดังนั้นเชื่อขนมกินได้เลยว่าไม่ตรงกับความต้องการของประชาชน จะทำให้ประเทศไทยปรับตัวไปไม่ทันกับพัฒนาการ และภาระจะตกไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน ระบอบประชาธิปไตยที่ถูกพัฒนามาจะถูกกับดัก

Advertisement

ได้หารือกับพรรคแบบไม่ได้ประชุมอย่างเป็นทางการมาแล้วว่า ทางที่จะหลุดจากกับดักไม่ให้รุนแรงคือ 1.กำหนดวันเลือกตั้งโดยเร็ว ระบุวันมาเลย 2.คสช.งดใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการเลือกตั้ง 3.ก่อนการเลือกตั้ง 3 เดือน ให้นายกฯและ ครม.ทั้งคณะลาออก ให้ปลัดกระทรวงต่างๆ มาทำหน้าที่ตามมาตรา 168 แล้วใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 169 มาห้ามไม่ให้ ครม.ทำอะไรบ้าง เช่น การใช้งบประมาณ ฯลฯ 4.ให้ยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม 5.เพื่อป้องกันไม่ให้ คสช.สืบทอดอำนาจ

พรรค พท.ยืนยันไม่สนับสนุนคนนอกเป็นนายกฯ และจุดมุ่งหมายคือการคัดค้าน ขัดขวาง คสช.ที่จะสืบทอดอำนาจ 6.พรรคการเมืองต้องมีความมุ่งมั่น และตั้งใจที่จะแก้รัฐธรรมนูญ โดยจะต้องไม่ลืมเรื่องนี้เมื่อเข้าไปเป็นรัฐบาล พรรคการเมืองจะต้องประกาศเป็นนโยบายไว้เลย ซึ่งเราตั้งเป้าไว้ว่าจะแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ถ้าประชาชนทั้งประเทศเข้าใจ และสนับสนุนอย่างจริงจังการแก้รัฐธรรมนูญจึงจะเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ เราจะเสนอให้แก้ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนปฏิรูปประเทศ โดยจะชี้ให้เห็นว่าทั้ง 2 อย่างนี้เป็นปัญหาต่อการก้าวไปข้างหน้าของประเทศอย่างไร


 

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

สิ่งที่เราน่าจะคิดตรงกันคืออยากให้ประเทศไทยคืนสู่ระบอบประชาธิปไตย 4 ปีที่ผ่านมา ผู้มีอำนาจวางกับดักโดยการใช้วิธีจำกัดสิทธิเสรีภาพ เพื่อป้องกันความขัดแย้ง นี่คือสิ่งที่ผมถอดรหัสมาจากสิ่งที่นายจาตุรนต์พูด และเห็นด้วย แม้ปัจจุบันจะมีรัฐธรรมนูญ และกฎหมายลูกที่จะใช้สำหรับการเลือกตั้งแล้ว แต่คำสั่งต่างๆ ของ คสช.กลับทำให้ไม่สามารถเดินไปตามกฎหมายต่างๆ ได้ ทั้งที่บอกว่ามีโรดแมป แต่การเดินตามตรงนี้ยังติดขัดด้วยคำสั่ง คสช.

ต่อมาคือ กระบวนการเลือกตั้งที่จะทำให้ประชาธิปไตยสมบูรณ์ได้ต้องเริ่มต้นอย่างเสรีและเป็นธรรม แต่มีคำถามว่า กกต.ที่จะดำเนินการจัดการเลือกตั้งจะทำหน้าที่ได้อย่างเที่ยงธรรมมากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ผู้มีอำนาจที่เคยประกาศตัวว่าจะเป็นกรรมการกลับลงมาเป็นผู้เล่นเสียเอง

อีกอย่างคือ ส.ว.250 คน ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งจะมีอำนาจเลือกผู้นำรัฐบาล สามารถใช้อำนาจสวนทางกับความต้องการของประชาชนที่แสดงออกผ่านการเลือกตั้ง อีกกับดักคือ กติกาสูงสุดของประเทศในปัจจุบันยังไม่มีความเป็นประชาธิปไตย มีบทบัญญัติอีกหลายบทที่ไม่สามารถนำไปสู่การพัฒนาประชาธิปไตย ทั้งนี้ นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งทั่วโลก ถูกตั้งคำถามจากประชาชนเรื่องการมีส่วนร่วม และเป็นเจ้าของประเทศโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ดังนั้นนักการเมือง พรรคการเมืองจะต้องเร่งกอบกู้ศรัทธาจากประชาชน

การย้อนอดีตไม่ว่าหยิบส่วนไหนมาก็เป็นปัญหาได้ทั้งสิ้น อย่ามองด้านใดด้านเดียว แต่ต้องเกี่ยวทุกสถานการณ์มาหาทางออกร่วมกัน ผมไม่ได้พูดถึงอนาคตใหม่ แต่พูดถึงอนาคตที่ใหม่กว่า ผมตั้งคุณค่าของประชาธิปไตยไว้ว่าเป็นระบอบที่คนจะได้รับการเคารพศักดิ์ศรี และเสรีภาพ ถ้าเราเน้นคุณค่าและรูปแบบตรงนี้ได้จึงจะเป็นประชาธิปไตย

หากบอกว่าระบบการเลือกตั้ง เป็นการเลือกตั้ง 4 วินาที แต่มันก็ยังนานกว่าการที่ไม่ใช่ระบบการเลือกตั้ง และเราต้องรักษาสถาบันที่คอยตรวจสอบถ่วงดุล คนที่อาสาเข้ามาเลือกตั้งครั้งนี้หากมีข้อเสนอที่ดีกว่ายุทธศาสตร์ชาติ เสนอไปเถิด และต้องทำให้ได้ เพราะคุณได้รับอำนาจมาจากประชาชนแล้ว คุณต้องทำให้ได้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ใช่รัฐธรรมนูญฉบับถาวรหรอก วันหนึ่งต้องมีการแก้ไข แต่หากเรากระโดดไปที่เรื่องนี้เลย ผมกลัวว่าจะเข้าไปติดกับดักเดิม คุณต้องบอกให้ได้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาชีวิตที่ดีกว่าของประชาชนได้อย่างไร แล้วระดมพลังของคนในสังคมแล้วไปแก้ไข แต่ถ้าเราตั้งไว้ว่าจะต่อกร แตกหักกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตั้งแต่ต้นเกรงว่าเราจะก้าวเข้าไปติดกับดักเดิม การแก้รัฐธรรมนูญนั้นต้องไม่ใช่การแก้เพื่อตนเอง

ทั้งนี้ ทางออกจากกับดัก 1.การปลดหรือเลิกคำสั่ง คสช. ควรทำให้เร็วที่สุด ผมยืนยันมาตลอดว่า การทำกิจกรรมต่างๆ ของพรรคการเมืองแล้วจะไปกระทบความมั่นคงผมมองไม่เห็นจริงๆ 2.คสช.ต้องทำให้เกิดความชัดเจน และความมั่นใจจริงๆ ว่าจะไม่มีการใช้อำนาจใดๆ ไปแทรกแซงการทำหน้าที่ของ กกต. 3.คสช.ต้องชัดเจนกับประชาชนว่าเจตนารมณ์ของท่านจะเอาอย่างไร ประกาศตัวมาให้ชัด แล้วแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม และวุฒิสภาจะมาฝืนเสียงข้างมากในสภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนไม่ได้ 4.ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนปฏิรูปสองพันกว่าหน้ามีการอ้างถึงยุทธศาสตร์ชาติ ทั้งที่ยุทธศาสตร์ชาติยังไม่ประกาศเลย ไม่ต้องไปพูดถึงว่าจะมีอุปสรรคแค่ไหนอย่างไรเลย ต้องให้ประชาชนเป็นผู้ชี้ทิศทางของประเทศ ควรทำให้ประชาชนยอมรับด้วยความสบายใจ และเมื่อได้รับการยอมรับแบบนี้ก็จะไม่เป็นปมไปสู่ความขัดแย้ง


 

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

หลังปี 2475 มีเพียง 24 ปี 310 วัน เท่านั้นที่นายกฯไทยมาจากการเลือกตั้ง ดังนั้นกับดักไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในรอบนี้ ชีวิตผมผ่านการทำรัฐประหารมาแล้ว 5 ครั้ง สำเร็จ 3 ล้มเหลว 2 แต่ไม่มีผู้นำการรัฐประหารคนใดถูกนำตัวมาลงโทษ การทำรัฐประหารซ้ำแล้วซ้ำเล่าในประเทศไทยมีผลอย่างมากต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย นอกจากนี้ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจเป็นอันดับ 3 ของโลก ผมคิดว่ามีความชัดเจน 1 อย่างในรอบ 60 ปีที่ผ่านมาว่าอะไรฉุดรั้งการเปลี่ยนแปลงและการก้าวไปข้างหน้าของสังคมไทยไว้ พรรค อนค.ปวารณากับตัวเองว่าจะให้มันหยุดที่ยุคของเรา จะไม่ส่งผ่านการรัฐประหารไปยังลูกหลานของเรา วันนี้โลกหมุนเร็วมากจะรักษามาตรฐานของไทยในสังคมโลกไว้ได้ต้องหมุนเร็วให้ทันโลก ซึ่งระบอบที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยตามไม่ทัน ดังนั้นต้องทำให้คนกลับมาเชื่อมั่นในระบบรัฐสภาให้ได้

เหตุที่ผมลงมาทำงานการเมืองเพราะความสิ้นหวัง และมองไม่เห็นทางออก รวมทั้งโกรธที่ทำไมสังคมไทยก้าวไปข้างหน้าไม่ได้ ในฐานะนักธุรกิจที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองไทยเป็นข้ออ่อนมาก แค่ไปเสนองานยังโดนดูถูกว่าประเทศคุณแค่นิติรัฐยังไม่มีเลย วิธีที่ผมขอเสนอเพื่อก้าวพ้นกับดัก คือ ทุกคนเห็นร่วมกันว่าเราไม่มีฉันทามติในการที่จะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร ต้องสร้างฉันทามติให้ได้ก่อนโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน ผมมองว่า ส.ส.และ ส.ว.หากอยากให้สังคมออกจากความขัดแย้ง แล้วเล่นตามรัฐธรรมนูญซึ่งเขียนโดยทหารนี้ พรรคการเมืองที่เป็นฝ่ายประชาธิปไตยทั้งหมดเสียงรวมกันต้องได้ 376 เสียง เพื่อเป็นรัฐบาล จากนั้นขอมติจากประชาชนในการแก้รัฐธรรมนูญ จากนั้นตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้ง แล้วทำประชามติรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญอีกครั้ง จะชนะและนำสังคมกลับมาเป็นประชาธิปไตยได้โดไม่เกิดความวุ่นวาย ถ้าอยากจะชนะได้ต้องรวมกัน เพราะต้องชนะในคูหาถึง 3 ครั้ง เพื่อทำลายประชามติที่โกงเรา 1 ครั้ง ต้องอย่ายอมจำนนต่อความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นในสังคมไทย

เราต้องใช้ประชามติเป็นเครื่องมือในการหาฉันทามติของคนในสังคม อย่าไปให้ความสำคัญกับเทคนิค การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอดีตไม่ใช่การเดินไปตามเทคนิคทางกฎหมาย แต่เกิดจากกระแสสังคม ปัจจัยที่จะชี้ขาดคือประชาชนทุกคน จากนี้ไปผมจะเดินหน้าทำความเข้าใจกับประชาชน ให้ประชาชนรู้ว่าอนาคตที่ดีกว่าคืออนาคตที่ปราศจากรัฐธรรมนูญ 2560 เพราะรัฐธรรมนูญ 2560 ทำให้เราพัฒนาไปข้างหน้าไม่ได้ ดังนั้นจากนี้ต้องรณรงค์อย่างจริงจัง ทุกคนที่ต้องการสร้างประชาธิปไตยให้แข็งแรงต้องทำงานร่วมกันตรงนี้ให้ได้


 

ไพบูลย์ นิติตะวัน

มุมมองของผมอาจจะไม่เหมือนทั้ง 3 ท่าน ปี 2549 และปี 2551 ผมเข้าไปสู่การรับรู้ทางการเมืองในฐานะ ส.ว. เจอเรื่องราวความวุ่นวายที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการแก้รัฐธรรมนูญ หรือการเคลื่อนไหวชุมนุมของประชาชนมาจนถึงปี 2557 วาทกรรมขณะนั้นคือการเมืองแบบแบ่งขั้ว ช่วงนั้นเราเรียกว่าประชาธิปไตยหรือไม่ ถ้าเป็น เราชอบแบบนั้นหรือ ชอบความวุ่นวายหรือ ประชาชนได้ใช้อำนาจเพียง 4 วินาที จากนั้นตัวแทนก็เข้ามาแสวงหาประโยชน์ และอำนาจโดยอ้างว่ามาจากประชาชน ครั้งหน้าไม่เจอแน่ เพราะได้วางแผนป้องกันไว้ให้ประชาธิปไตยเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

ผมตั้งพรรคเพราะเห็นโอกาส เห็นวิกฤตที่ผ่านมา ได้รับรู้ปัญหา คิดว่ากลไกที่เราได้วางไว้คือกลไกที่จะไม่ทำให้ย้อนกลับไปเป็นเช่นในอดีต เรามี ส.ว. เพื่อถ่วงดุล ส.ส. แต่ที่ผ่านมาถ่วงดุลไม่ได้เพราะมีจำนวนน้อย ถามว่าผมอยากให้มีรัฐประหารไหม ขอบอกเลยว่าไม่อยากให้มีรัฐประหาร และถ้าท่านยังมีอคติว่าหน้าอย่างนี้ต้องเผด็จการ ต้องทหาร ท่านจะไม่ฟังสิ่งที่ผมพูด ทั้งนี้ต้องขอบคุณท่านที่เห็นต่าง แต่ผมขอสงวนสิทธิในการแสดงความเห็นในมุมของผม ผมอยากเห็นสังคมที่สงบ ไม่เกิดความวุ่นวาย สังคมไทยหลังการเลือกตั้งจะเดินไปตามระบอบนิติรัฐที่ถูกต้อง ไม่มีใครทำร้ายประเทศของเราได้ ขอให้เชื่อมั่นในความเป็นคนไทยที่จะพาประเทศไปข้างหน้าได้

ประชาธิปไตยของแต่ละคนมองกันคนละอย่าง แต่การมองคนละอย่างไม่ใช่สิ่งที่เลว หรือไม่ดี แต่เป็นสิ่งที่สวยงามตามระบอบประชาธิปไตย ผมเห็นหลายฝ่ายทุกข์กันตั้งแต่ต้นในการเข้าสู่การเลือกตั้ง ซึ่งผมไม่เห็นด้วย ท่านต้องมองโลกในแง่ดีหน่อย คิดเชิงบวก อย่าไปเพิ่มความขัดแย้งให้มาก ทุกอย่างมันมีทางไปของมัน ทั้งนี้ ไม่อยากพูดเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ใครจะแก้ก็แก้ไป แต่ผมยังมีความหวังที่จะเห็นการเลือกตั้งที่หลากหลาย มีพรรคต่างๆ เข้าไป ส่วนจะก้าวข้ามกับดักอย่างไรนั้น ผมเห็นแต่อนาคตที่ดี อย่าไปคิดให้มันมาก เมื่อก่อนผมเคยคิดจึงออกไปชุมนุม แต่ท่านต้องมองทุกอย่างด้วยความหวัง ในมุมของผมท่านจะเห็นด้วยหรือไม่ก็แล้วแต่ แต่ผมมีความหวัง เห็นว่าเราจะเข้าสู่โหมดนิติรัฐ จะเป็นสังคมที่ใช้กฎหมาย วันข้างหน้ากฎหมายก็ถอยไม่ได้ กฎระเบียบต่างๆ ก็ออกมาหมดแล้ว อีก 5 ปีข้างหน้า เขาวางให้ ส.ว.มาคุมสังคมไทยเราจะเดินไปได้ แม้จะไม่ถูกใจใครแต่จะเดินไปได้ และผมคิดว่าทุกอย่างต้องเดินหน้าไปตามรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้เราต้องเริ่มประชาธิปไตยที่แท้จริงจากในพรรคการเมืองด้วย กฎระเบียบที่ออกมานั้นจะทำให้พรรคการเมืองทุกพรรคเกิดการปฏิรูป และได้พรรคการเมืองที่ดีขึ้น ขอให้ท่านทนไป 5 ปี และเมื่อท่านทนได้แล้วท่านจะชอบ