เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เดินทางไปบริเวณเชิงเขาบูโด เขตรอยต่อระหว่าง บ.เจาะกะพ้อ ม.7 ต.กะรุบี อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี กับ บ.ปูลามอง ม.6 ต.เกะรอ อ.รามัน จ.ยะลา เพื่อมารอรับตัวนายมือลี (นามจัดตั้ง ) มือประกอบระเบิดระดับแกนนำคนสำคัญของกลุ่มก่อความไม่สงบ เนื่องจากเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการทำระเบิดแสวงเครื่องในรูปแบบต่างๆ ให้กับกลุ่มแนวร่วมนำไปก่อเหตุรอบวางระเบิดป่วนในหลายพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมือประกอบระเบิดคนดังกล่าวยอมรับว่าเคยก่อเหตุในรูปแบบสร้างสถานการณ์ก่อกวน ป่วนให้เกิดความวุ่นวาย โดยเฉพาะการใช้ลูกระเบิดแสวงเครื่องก่อเหตุมารวมกว่า 60 ครั้งในช่วง 3 ปีที่ถูกชักชวนให้เข้าร่วมขบวนการก่อความไม่สงบ แต่ด้วยการระมัดระวังในการดำเนินชีวิตประจำวัน หรือการออกก่อเหตุทุกครั้ง โดยที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานด้านความมั่นคงไม่สามารถหาหลักฐานสาวถึงตัวได้เลย จึงทำให้เป็นบุคคลที่ไม่มีประวัติเป็นคนร้ายในแฟ้มอาชญากรรม แต่ด้วยยะระหลังมีความรู้สึกสำนึกผิด ประกอบกับเป็นช่วงเดือนรอมฎอน หรือเดือนถือศีลอด ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามถือเป็นเดือนอันประเสริฐ จึงตั้งใจแนวแน่พร้อมปรึกษาเพื่อนรวม 3 คน ติดต่อไปยังแม่ทัพภาคที่ 4 ตามเบอร์โทรศัพท์ที่ติดไว้หากมีความต้องการความช่วยเหลือ โดยขอร่วมโครงการพาคนกลับบ้านและยอมรับการดำเนินตามกรรมวิธีภายใต้หลักบังคับใช้กฎหมาย
นายมือลี (นามจัดตั้ง ) มือประกอบระเบิด กล่าว่าตนเองมีหน้าที่ให้รับผิดชอบประกอบระเบิดให้กลุ่มก่อความไม่สงบนำไปก่อเหตุต่างๆ โดยล่าสุดได้ถูกแกนนำระดับสูงกว่าให้ประกอบระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊สนำหนัก 25 กิโลกรัมและ 80 กิโกกรัม รวมจำนวน 2 ลูก เพื่อเตรียมนำไปก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความรุนแรงในห้วงก่อนเสร็จสิ้นเดือนรอมฎอน หรือเดือนถือศีลอด แต่มีความรู้สึกเกรงกลัวต่อบาปที่ตนเองจะก่อขึ้นในช่วงเดือนที่ถือว่าเป็นช่วงประเสริฐที่ทุกคนจะต้องทำแต่ความดีและจะได้อภัยจากโทษที่เราเป็นผู้ก่อก็จะได้รับการอภัยหากมีการกลับตัวกลับใจ จึงตัดสินใจที่จะนำเอาลูกระเบิดแจ้งให้เจ้าหน้าที่มานำไปทำลาย เนื่องจากไม่อยากเห็นการกระทำผิดๆ ในเดือนที่ทุกคนต่างทำความดี

พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว่าการเข้ารายงานตัวของ ผู้เห็นต่างในครั้งนี้ เป็นครั้งประวัติศาสตร์ในลักษณะรูปแบบการปฏิบัติที่ดี โดยผู้ที่มาเข้าร่วมโครงการได้นำระเบิดเเสวงเครื่องเป็นถังเเก๊สปิคนิค บรรจุวัตถุระเบิดที่พร้อมใช้งานขนาด 15- 20 กิโลกรัม รวมทั้งอาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนขนาน 5.56 มม.จำนวน 26 นัด มามอบให้ และหากว่าระเบิดลูกดังกล่าวถูกนำไปใช้งานจริงจะสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างแน่นอน จึงอยากขอบใจน้องๆ ทั้ง 3 คน ที่แสดงตนด้วยความกล้าที่จะมาขอเข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน อีกทั้งนำปืนสงครามและระเบิดขนาดใหญ่มามอบให้ เพื่อแสดงความจริงใจ และไม่อยากต้องอยู่อย่างลำบาก ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ตามป่าเขา เพราะเกรงจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัว จึงขอเชิญชวนน้องๆ ที่ยังคิดผิดอยู่กลับตัวกลับใจมาร่วมพัฒนาชาติไทย มาร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน ซึ่งที่ผ่านมาล่าสุดกลุ่มเห็นต่างที่เคยอยู่อย่างลำบากในประเทศเพื่อนบ้าน ตอนนี้หลายคนมีชีวิตที่ดี บ้างก็กลับไปอยู่กับครอบครัว หรือเครือญาติ ส่วนที่ยังต้องอยู่ในระหว่างกรรมวิธีตามกฎหมายก็ว่ากันไป แต่ทุกคนถือว่ามีความสุขและอยู่อย่างปกติสุขได้

