สถานีคิดเลขที่12 : คำตอบ-กอบกู้ประเทศ : โดย จำลอง ดอกปิก

ทั้งที่ ‘บิ๊กตู่’ ปักหมุด ย้ำหมุด เลือกตั้งกุมภาพันธ์ 2562

แต่ฝ่ายการเมือง นักวิชาการ ภาคธุรกิจเอกชน กลับไม่มั่นใจ

อยากได้หลักประกัน ความชัดเจน หนักแน่น แน่นอนมากกว่านี้

ข้อเรียกร้องนี้เหมือนมากเกินไป แต่ถ้าอยู่กับความจริง เรื่องนี้มิได้เป็นการเรียกร้องที่เกินเลยแต่อย่างใด

มิพักต้องพูดถึง คำมั่นสัญญาขอเวลาไม่นาน แต่ลากยาว 4 ปีกว่า ไม่ยอมคืนอำนาจประชาชนที่ยึดไว้ก็ได้

พูดไปก็เท่านั้น ทวงคืนก็เท่านั้น

อ้างสารพัดติดนั่น ติดนี่ เร็วกว่ากุมภาฯ 62 ไม่ได้ ทั้งที่มีเครื่องมือพิเศษ ที่นำมาใช้ในทางสร้างสรรค์ แก้ปัญหาได้ แต่กลับนำมาใช้ในทางถ่วงรั้ง

หนทางเดียวที่จะพลิกฟื้นประเทศ

ให้หลุดพ้นสภาพการเมืองการปกครอง ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

คือ ‘เลือกตั้ง’

มีแต่ความชัดเจน แน่นอนในการจัดให้มีเลือกตั้งทั่วไปเท่านั้น ที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นได้

ความเชื่อมั่นที่ไม่สามารถประเมินมูลค่าเป็นตัวเลขได้ แต่มหึมา มหาศาล สำคัญยิ่งในทางการเมืองและเศรษฐกิจ

ไม่มีความเชื่อมั่น ก็มองไม่เห็นอนาคตประเทศ

การเมือง-เศรษฐกิจเกี่ยวพันกันอย่างลึกซึ้ง

การเมืองระบบพิเศษ ที่ขึ้นอยู่กับบุคคล คณะบุคคล และกฎหมายเครื่องมือพิเศษ ระบบนี้มันบ่อนเซาะความเชื่อมั่น ทำลายหลายสิ่งอย่าง

ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

เนื่องจากไม่มีแผนที่ทางเดินชัดเจน

ทำให้เกิดภาวะชะงักงัน ไม่จบไม่สิ้นเช่นกัน

ต่างจากการเมืองที่ยึดมั่นระบบ มีกฎหมายแม่บทการปกครองประเทศเป็นกรอบใหญ่ กำหนดทุกอย่างชัดแจ้ง เปิดเผยทุกอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีบิดพลิ้ว ออกนอกลู่ทาง ระบบนี้ใช้อำนาจ ทำตามอำเภอใจไม่ได้

ทุกฝ่ายจึงร้องหา หลักประกันการเลือกตั้ง

เพราะหากวัน เวลาเลือกตั้งเปลี่ยนผ่านสู่ระบบปกติไม่นิ่ง การวางแผนก็ทำไม่ได้ ตัดสินใจลงทุนก็ไม่ได้

เมื่อไม่มีอะไรแน่นอนสักอย่าง ใครจะเสี่ยงเอาเงินทองไปทิ้งขว้าง

ฉะนั้นแค่ประกาศ กุมภาพันธ์ 2562 อย่างเดียวจึงไม่พอ

ไม่พอเพราะ เคยสัญญาอย่างนี้มาแล้ว แต่ในที่สุดก็เลื่อนแล้วเลื่อนอีก

วันนี้แม้ดูมั่นคง ไม่เปราะบางเท่าคำมั่นเก่าก่อน

แต่การเปลี่ยนแปลงก็มีเปอร์เซ็นต์เกิดขึ้นได้ ตัวอย่างมีให้เห็น พ.ร.บ.พรรคการเมือง 2560 มีผลบังคับใช้ แต่ก็มีการใช้อำนาจ ม.44 แก้ไข ระงับใช้บางมาตรา โดยให้ไปใช้คำสั่งหัวหน้า คสช.แทน

อีก 8-9 เดือน จะเลือกตั้ง แต่ยังไม่ปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม

ไม่ว่าจะดูจากร่องรอยในอดีต หรือการปฏิบัติในปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่าความไม่แน่นอนยังมีสูง

เพราะวันนี้ ม.44 ก็ยังอยู่

ใครจะมั่นใจว่า เมื่อกฎหมายลูกเลือกตั้ง 4 ฉบับบังคับใช้แล้ว จะไม่มีการใช้ ม.44 เบรก-ยื้ออีก

ใครจะมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า การเลือกตั้งจะมีขึ้นจริง เดือนกุมภาพันธ์ 2562

เมื่อไม่มั่นใจก็ย่อมต้องร้องหา หลักประกันความมั่นใจ

ในช่วงรอหลักประกัน เศรษฐกิจที่ว่าแย่แล้ว ก็ยิ่งซึมหนัก ขาดความมั่นใจ

ตัวเลขยื่นขออนุญาตตั้งโรงงานใหม่/ขยายกิจการ 5-6 เดือนที่ผ่านมาก็ฟ้องอยู่ว่า มูลค่าเพิ่มขึ้นหรือลดลง

ตลาดหุ้นที่ไม่ไปไหน ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ชี้ว่าปัจจัยหนึ่ง ที่ส่งผลคือ นักลงทุนให้น้ำหนักสถานการณ์ทางการเมือง และความชัดเจนวันเลือกตั้ง

อีกเสียงอย่าง ประณิธาน พรประภา มองว่ายอดขายเครื่องจักรกลที่ทรงตัวนั้น มาจากการรอความชัดเจนต่างๆ พร้อมเสนอแนะ รัฐบาลประกาศเลือกตั้งให้ชัดเจน เพื่อจะได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

ปลุกชีพเศรษฐกิจจริงๆ วันนี้มีแต่ตัวเลข ตัวเลขลงทุนบีโอไอ ตัวเลขลงทุนอีอีซี

ภาพลวงตาทั้งนั้น

ยังไม่มีการลงทุนอย่างแท้จริงแต่อย่างใด

ที่ทุกอย่างเงียบงัน เนื่องจาก ไม่มีความเชื่อมัน

ไม่มีหลักประกัน ชัดเจนแน่นอน ว่าจะมีการเลือกตั้งจริงหรือไม่

การเลือกตั้ง คือคำตอบสุดท้าย

ที่จำเป็นต้องทวงถาม ถึงความชัดเจน

เพราะมันเป็นทางออกประเทศไทย ในการกอบกู้การเมือง เศรษฐกิจที่บอบช้ำ ย่ำแย่

และคำตอบของการหลุดพ้นจากการปกครองแบบอำนาจนิยม ประชาชนไม่มีส่วนร่วม

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้การ์ตูนอรุณ : ทุจริตเงินช่วยเหลือคนจน : โดยอรุณ วัชระสวัสดิ์
บทความถัดไปคอฟฟี่เบรก ต้นเหตุ?