มีความชัดเจนมากขึ้นอีก เมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เผยเมื่อเร็วๆ นี้ว่า จะหารือพรรคการเมืองในเรื่องการเลือกตั้ง ช่วงสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ ส่วนการปลดล็อก จะปลดทันทีหลังจากกฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้ง 2 ฉบับประกาศใช้แล้ว แต่ตอนนี้กฎหมายยังไม่ออกก็ทำอะไรไม่ได้ แต่คลายล็อกนั้นคลายได้ ส่วนปัจจัยที่จะทำให้ไม่สามารถปลดล็อกได้นั้น เห็นว่าก็มีแค่กฎหมาย 2 ฉบับ ไม่ต้องมีนอกเหนือจากนั้น ยืนยันว่าการเลือกตั้งยังเกิดในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าหากมีการคลายล็อกแล้วจะมีการออกมารวมตัวชุมนุม พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ถ้ากลัว ผมก็ไม่ต้องปลด ไม่กลัว กลัวอะไร เราทำไปตามกฎหมาย ก็ไม่มีอะไร
สำหรับกฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับที่ พล.อ.ประวิตรกล่าวถึง ก็คือ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ซึ่งผ่าน สนช. ผ่านการตีความของศาลรัฐธรรมนูญไปหมดแล้ว รอขั้นตอนประกาศใช้ ส่วนการปลดล็อก ทางรัฐบาลและ คสช.จะต้องพิจารณายกเลิกการห้ามชุมนุมทางการเมือง ซึ่งเป็นคำสั่งของ คสช. รวมถึงคำสั่งหรือระเบียบอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้อง ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลและ คสช.มีท่าทีที่คลุมเครือ และห่วงใยในประเด็นความมั่นคงว่าจะมีผู้ฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ แต่มีผลอย่างมากต่อการเตรียมเลือกตั้ง เนื่องจากพรรคการเมืองจะต้องดำเนินการต่างๆ ผ่านการประชุมพรรคในระดับต่างๆ
ประเทศไทยอยู่ในสภาพที่จำกัดสิทธิเสรีภาพมาเป็นเวลา 4 ปี หลังการรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 ถือว่าเป็นห้วงเวลาที่ยาวนานที่สุดอีกครั้งของการเมืองประเทศไทย ตลอดเวลา 4 ปี แม้จนกระทั่งบัดนี้ การรวมตัว การวิพากษ์วิจารณ์ อันเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ กลายเป็นความผิดและมีผู้ถูกดำเนินคดีมาเป็นระยะ แม้ คสช.จะเห็นว่าทำให้ประเทศมีความมั่นคง บ้านเมืองสงบเงียบ แต่ก็มีค่าใช้จ่ายที่สูญเสียไปเพื่อความสงบเงียบนี้มากมาย ทั้งประชาชนเองที่ไม่สามารถใช้สิทธิของตนเองได้ ส่วนนานาชาติเห็นว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้และไม่ให้ความเชื่อถือ การปลดล็อกจึงไม่ใช่การคืนสิทธิให้พรรคการเมืองเท่านั้น แต่หมายถึงการคืนสิทธิเสรีภาพให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของโดยชอบธรรมด้วย

