เมื่อวันที่ 9 เมษายน นาชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า กรณีที่ สนช.ได้ผ่านความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. … โดยมีการแก้ไขสาระสำคัญของร่างเดิมมาตรา 7 ด้วยการตัดข้อความคำว่า “รณรงค์” ออกคงให้เสรีภาพของบุคคลเฉพาะในการแสดงความคิดเห็นและเผยแพร่ความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติเท่านั้น จะทำในลักษณะของการรณรงค์ไม่ได้ นั้น เห็นว่าการตัดขัอความอันเป็นสาระสำคัญดังกล่าวออกไปจะทำให้การเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญในส่วนที่มีปัญหาเพื่อให้ประชาชนลงประชามติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั้นทำได้ยากขึ้นเพราะอาจถูกตีความว่าฝ่าฝืนกฎหมายและมีโทษจำคุกและปรับสูงมากซึ่งเห็นว่าเจตนารมณ์ของการออกเสียงประชามติคือต้องให้ประชาชนได้ทราบเนื้อหา ผลดีและผลเสียของรัฐธรรมนูญให้มากที่สุดก่อนที่จะตัดสินใจลงคะแนนออกเสียงประชามติ การไปจำกัดมิให้มีการรณรงค์ก็เท่าเป็นการปิดกั้นการรับรู้ข้อมูลของประชาชน คงจะไม่มีใครกล้าเสี่ยงที่จะเสนอความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญเท่าที่ควร ต่างกับการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งเปิดกว้างมากกว่า จึงเห็นว่าการห้ามรณรงค์ดังกล่าวเป็นเจตนาที่ต้องการห้ามพรรคการเมือง หรือกลุ่มการเมืองเป็นหลัก เพราะเป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับประชาชน จะทำให้การลงประชามติครั้งนี้ถูกวิพากวิจารณ์ได้ว่าไม่มีความเป็นธรรม ไม่สง่างามและจะเป็นตราบาปติดตัวไปอีกยาวนาน

