2 พล.ต.อ.ยก’วสิษฐ เดชกุญชร’ ปูชนียบุคคล เป็นตำรวจด้วยจิตวิญญาน จงรักภักดีสถาบัน

พล.ต.อ.เอก อังสนนนท์ (ซ้าย) พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช(ขวา)

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช 2541 และอดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ได้ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2561 เวลาประมาณ 22.30 น.ที่โรงพยาบาลตำรวจ หลังจากเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งตับอ่อน สิริรวมอายุ 88 ปีว่า ติดตามผลงานของพล.ต.อ.วสิษฐ ตั้งแต่ใช้นามปากกา โก้บางกอก เขียนบทความในหนังสือชาวกรุง อ่าน ติดตามทุกเรื่อง ต่อมาท่านเป็นบรรณาธิการวารสารตำรวจ ก็ติดตามอ่านผลงาน กระทั่งคุ้นเคยสนิทสนมกันสมัยท่านเป็นอาจารย์ในโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ท่านสอนวิชาสันติบาล สืบสวน สะกดรอย บริหารงานตำรวจ จนสมัยหนึ่งที่ท่านบวชและจำพรรษาที่วัดดอยธรรมเจดีย์ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ตนก็ได้ไปกราบท่านหลายครั้ง ท่านกลับมารับราชการก็ก็ได้คุ้นเคยกัน

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวด้วยว่า กระทั่งช่วงบั้นปลายชีวิตของท่าน หลายครั้งที่มีความคิดความเห็นความเชื่อแตกต่างกัน ตนเองก็โต้แย้งท่านด้วยเหตุผลในเชิงวิชาการหลายครั้ง ความคิดความเห็น ต่อบางเรื่องเปลี่ยนแปลงไป แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านพล.ต.อ.วสิษฐ มั่นคงมาตลอด ไม่เปลี่ยนแปลง คือความรัก ความภักดีในสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเห็นมาตลอดและสัมผัสได้

“สิ่งที่เราเห็นจากพล.ต.อ.วสิษฐ ท่านเป็นตัวอย่างของนายตำรวจที่มีสติปัญญา กว้าง ลึก ไกล ในมุมมองความคิดเรื่องตำรวจ และในด้านของวรรณกรรม ความเป็นศิลปินแห่งชาติของท่าน ท่านได้ถ่ายทอดเรื่องของตำรวจผ่านวรรณกรรมต่างๆ เรียงร้อยถ้อยคำเรื่องของตำรวจที่ดี ตำรวจที่มีอุดมคติ อุดมการณ์ สู่ประชาชน ให้ประชาชนได้รับรู้เรื่องราวเหล่านี้ ในงานที่่ท่านได้ทำจริงๆสมัยเป็นตำรวจ และมีประสบการณ์โดยตรง เรื่องสมัยท่านดำรงตำแหน่ง ท่านได้ถ่ายทอดเรื่องนั้นผ่านวรรณกรรม เป็นเรื่องจริงที่ท่านประพฤติปฏิบัติ ไม่เพี้ยนผิด สอดคล้องกัน ท่านทำอย่างที่ท่านเขียน เป็นตัวอย่างของตำรวจที่มีอุดมคติ สะท้อนให้ประชาชนได้รู้ว่าตำรวจดี มีอุดมคติ เป็นที่พึ่งของประชาชนมีอยู่จริง และตำรวจแบบนี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังดำรงอยู่”พล.ต.อ.อชิรวิทย์กล่าว

พล.ต.อ.เอก อังสนนนท์ อดีตปลัดสำนักนายกฯ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กรรมการปฎิรูปตำรวจฯ และอดีตรองผบ.ตร.กล่าวว่า นี่คือการสูญเสียปูชนียบุคคลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นแบบอย่างของตำรวจที่มีจิตวิญญาณตำรวจ จิตวิญญานในการทำงาน เป็นแบบอย่าง ตามแนวทางของตำรวจที่ยึดทางปฏิบัติตามแนวพระราชดำริ คำสอน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9

อดีตรองผบ.ตร.กล่าวว่า ตนมีโอกาสได้รู้จักและร่วมงานกับพล.ต.อ.วสิษฐ ครั้งแรกเมื่อครั้งที่ท่านเป็นรองอธิบดีกรมตำรวจตอนนั้นได้รับรู้ว่าท่านเป็นนายตำรวจที่มีความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9 และพระบรมราชินีนาถในพระองค์ อย่างสูงสุด ในฐานะที่ท่านได้สนองงานรับใช้ใกล้ชิดท่านได้รับรู้ถึงพระราชกรณียกิจที่ทรงอดทนและทรงงานมากมาย เพื่อคนไทยทำงานเพื่อประเทศไทยและประชาชน ท่านได้ถ่ายทอด เรื่องราวเหล่านี้ไทยทุกคนได้ทราบ และได้สำนึกในพระมหากรุณาที่คุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9

พล.ต.อ.เอก กล่าวว่า อีกช่วงหนึ่งที่ได้ใกล้ชิดทันตอนนั้นท่านเป็นรองอธิบดีกรมตำรวจและดูแลงานด้านบริหารท่านได้ปรับรุงระเบียบต่างๆของตำรวจเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจ ตอนนั้นท่านนำระบบการประเมินผลงานเพื่อการแต่งตั้งโยกย้ายมาใช้อย่างเป็นทางการในครั้งแรกจากเดิมใช้ระบบดุลพินิจ แนวทางการประเมินผลงานของพลตำรวจเอกวสิษฐ ใช้อยู่พักหนึ่งตอนหลังก็ยกเลิกไป

“ต่อมาหลังจากท่านเกษียณอายุราชการไปแล้วและผมมีตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติท่านได้โทรศัพท์มาหาชวนให้เป็นกรรมการปฏิรูปตำรวจ ท่านเป็นนายตำรวจที่ให้ความสำคัญในการพัฒนาปฏิรูปเพื่อให้ตำรวจไทยดีขึ้นโดยท่านเองเป็นกรรมการปฏิรูปตำรวจครั้งแรกในสมัยรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีแต่ตอนนั้นกฎหมายยังไม่ทันผ่านสภาก็หมดอายุเสียก่อนเรียกว่าแท้งกลางสภาฯแต่ตอนนั้นก็ฝาก 10 ประเด็นเพื่อการปฏิรูปไว้ ต่อมาในสมัยรัฐบาลที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.วสิษฐ ก็เป็นกรรมการปฏิรูปตำรวจอีกครั้ง ได้ชวนผมเป็นกรรมการด้วยโดย ในช่วงการเป็นกรรมการฯ การทำงานก็มีอุปสรรคบ้างเรื่องผ่านร่างกฎหมายต่างๆท่านจึงหารือกับผม อะไรที่สามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขโดยไม่ต้องแก้กฎหมายเพียงแต่แก้ระเบียบบางอย่างก็ให้ทำก่อนตอนนั้นก็มีการแก้ไขระเบียบต่างๆเพื่อให้การทำงานของตำรวจดีขึ้นและท่านก็เป็นคนผลักดันให้มีมติคณะรัฐมนตรีกำหนดในกฎ ก.ตร. ที่ให้การแต่งตั้งตำรวจต้องพิจารณาจากความอาวุโสร้อยละ 33 ซึ่งใช้อยู่จนบัดนี้ ท่านเป็นผู้ที่มีความพยายามทุกอย่างเพื่อให้ตำรวจพัฒนาปรับปรุงให้ดีขึ้นท่านรักตำรวจมาก พยายามทำทุกอย่างภายใต้ข้อจำกัดที่มีทำให้ได้มากที่สุด”พล.ต.อ.เอก กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สีสันบรรยากาศแฟนบอล “โคนม-จิงโจ้” ก่อนเกมฟาดแข้งกลุ่มซี ฟุตบอลโลก 2018
บทความถัดไปอินทัช จัดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ สร้างโอกาสและเครือข่ายที่เข้มแข็งแก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนชาวนา  เน้นการพัฒนาคนและใช้เทคโนโลยีหนุนเสริมตามแผนขับเคลื่อน Smart Agricultural Curve