ประธาน กสม.”เผย ยื่นตรงต่อศาลรธน.ตีความปมเซตซีโร่แล้ว หลังผู้ตรวจการแผ่นดินตีตกเรื่อง เชื่อเข้าข่ายผู้ถูกละเมิดสิทธิที่จะรับคำร้องไว้ได้
วันนี้ (22 มิ.ย) นายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เปิดเผยว่า ภายหลังผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติไม่ส่งคำร้องของกสม.ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยกรณีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 มีเนื้อหาขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญปี 2560 หรือไม่นั้น ตนและกรรมการกสม. รวม 3 คน ได้ใช้สิทธิตามมาตรา 48 ของ พ.ร.ป.ศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง เพื่อให้วินิจฉัยกรณีการเซตซีโร่กสม.ทั้งคณะตาม พ.ร.ป.กสม. ว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญปี 2560 หรือไม่ โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังพิจารณาวินิจฉัยว่าจะรับคำร้องของพวกตนหรือไม่อย่างไร
ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 และ พ.ร.ป.ศาลรัฐธรรมนูญ กำหนดว่าบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพสามารถยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ 2 กรณี คือ 1.ยื่นขอให้วินิจฉัยว่าการกระทำขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญตามมาตรา 7 (11) ประกอบมาตรา 46 ของ พ.ร.ป.ศาลรัฐธรรมนูญ และ 2.ยื่นขอให้วินิจฉัยว่าการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพเป็นผลจากบทบัญญัติแห่งกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 48 ของ พ.ร.ป.ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งทั้งสองมาตรา มีเงื่อนไขสำคัญว่าบุคคลนั้นต้องไปร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินก่อน
นายวัส กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ดีทั้งกรณีตามมาตรา 46 และมาตรา 48 ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจไม่รับคำร้องไว้พิจารณาได้ด้วยเหตุผล 2 ข้อเท่านั้น คือ 1.คำร้องไม่เป็นสาระอันควรได้รับการวินิจฉัย หรือ 2.เป็นกรณีต้องห้ามตามมาตรา 47 ดังนั้น หากศาลรัฐธรรมนูญจะไม่รับคำร้องที่บุคคลผู้ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ และการละเมิดนั้น เป็นผลจากบทบัญญัติแห่งกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ จึงน่าจะไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและ พ.ร.ป.ศาลรัฐธรรมนูญ

