ทำไมการที่นิตยสารไทม์สเปรียบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าเป็นเหมือนกับ “สฤษดิ์น้อย”จึงกลายเป็นปัญหาคำถามก็คือ เป็นการยกย่อง หรือว่าเป็นการแดกดัน
หากมองจากมุมของ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ที่มีความ เชื่อว่า “ในเวลานั้นมีคนไทยส่วนใหญ่ยอมรับการทำงานของ จอม พลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ไม่อย่างนั้นประเทศไทยก็คงไม่เดินมาถึงจุดนี้”
ก็ต้องถือว่าคำเปรียบของไทม์สเป็นการยกย่อง
แล้วเหตุใดการเปรียบเทียบว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นดั่ง “สฤษดิ์น้อย”จึงกลายเป็นปัญหา จึงกลายเป็นประเด็นทางการเมือง
กระทั่งมีความจำเป็นที่กระทรวงการต่างประเทศจะต้องมีคำชี้แจง
ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ มิได้มีแต่ด้านเหมือน อัน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ได้ยกมาเปรียบเทียบเท่านั้น
นั่นก็คือ 1 เหมือนตรงที่มาจาก”รัฐประหาร”
นั่นก็คือ 1 เหมือนตรงที่ประสบความสำเร็จในการบริหารและรักษาความสงบของประเทศ
หากแต่ที่กลายเป็น”ประเด็น”อันล่อแหลมเป็นอย่างยิ่งก็คือ
จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ มีพฤติการณ์”ส่วนตัว”บางประการอันนำไปสู่การถูกใช้อำนาจมาตรา 17 จากรัฐบาล จอมพลถนอม กิตติขจร ในการยึดทรัพย์
เพราะเชื่อได้ว่าเป็นทรัพย์สินอันได้มาจากการทุจริต คอรัปชั่น เบียดบังเข้าไปเป็นของตนเอง
ตรงนี้ย่อมเป็นความมัวหมองอย่างแน่นอน
เป็นความมัวหมองที่เมื่อนำไปวางเรียงเคียงข้างกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็อาจทำให้ชื่อเสียงเกียรติคุณที่มีของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องเสียหาย
การเปรียบเทียบและนิยามความหมาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นดั่ง “สฤษดิ์น้อย”จึงก่อให้เกิดการแตกแขนงในทางความคิด
และหากมีการอธิบายและขยายความอย่างพิสดารต่อไปก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในทางการเมือง
ก่อให้เกิดการทบทวนและสรุปมาเป็น”บทเรียน”
ไม่ว่าของ”สฤษดิ์จริง” ไม่ว่าของ”สฤษดิ์น้อย”

