หน้าแรก การเมือง เสวนาเดือด&#8...

เสวนาเดือด’ธนาธร-จาตุรนต์’ปลุกสู้สืบทอดอำนาจ ‘อภิสิทธิ์’จี้พลังดูดเลิกให้เงิน-ตำแหน่ง

24.06.18 | 16:40 น.

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 24 มิถุนายน ที่สถานีโทรทัศน์วอยซ์ ทีวี จัดงาน “86 ปี ประชาธิปไตยไทยก้าวต่ออย่างไรให้ยั่งยืน” โดยมีตัวแทน 10 พรรคการเมืองทั้งเก่าและใหม่ร่วมล้อมวงคุยกันถึงอนาคตประชาธิปไตยไทย นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง พรรคเพื่อไทย (พท.) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายวราวุธ ศิลปอาชา พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายไพบูลย์ นิติตะวัน พรรคประชาชนปฏิรูป (ปชช.) นายสมบัติ บุญงามอนงค์ จากพรรคเกรียน นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ จากพรรคพลังพลเมือง (พพพ.) และนายชวน ชูจันทร์ พรรคพลังประชารัฐ โดยในวงเสวนาได้ตั้งคำถามกับตัวแทนพรรคการเมืองว่า พรรคของท่านจะมีส่วนร่วมในการส่งเสริมประชาธิปไตยได้อย่างไร

นายสมบัติกล่าวว่า อันดับแรกขอให้ตนได้ตั้งพรรคก่อน พรรคเกรียนจะทำสิ่งที่เรียกว่าเป็นพรรคมวลชน คือมวลชนสามารถเดินเข้าเดินออกเพื่อมีส่วนร่วมได้ เพื่อความก้าวหน้าพรรคการเมืองต้องเป็นพรรคเปิด คือเปิดโอกาสให้คนที่มีความสามารถเข้ามาทำงาน และเข้ามามีส่วนร่วมได้ ประชาธิปไตยผ่านการโหวตคือวิวัฒนาการที่สำคัญ แม้คุณจะบอกว่าทำให้มีการซื้อสิทธิขายเสียงก็ตาม แต่มันก็ยังมีวิวัฒนาการให้เราได้เห็น เพราะสุดท้ายแล้วอย่างไรก็จะต้องมีการเสนอนโนยายเพื่อให้ประชาชนพิจารณา

นายธนาธรกล่าวว่า นับตั้งแต่ 2549 เราอยู่กันแบบนี้ ถ้าฝ่ายประชาธิปไตยแพ้เราจะต้องอยู่กับระบอบ คสช.ไปอีก 4 ปี แต่ ส.ว.ที่ คสช.ตั้งมีอายุ 5 ปี และถ้าเราไม่อยากอยู่แบบนี้เราต้องชนะการเลือกตั้งให้ขาดในครั้งหน้า พรรคฝ่ายประชาธิปไตยจะต้องได้เกิน 376 เสียง คือเกินครึ่งหนึ่ง และอย่าให้ใครมาตีกินเรื่องความเป็นประชาธิปไตย ต้องแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือไม่ และต้องแก้หยุดการสืบทอดอำนาจของเผด็จการหรือไม่ต้องตอบให้ชัด ต้องขีดเส้น ถ้าพรรคไม่ตอบ ขีดฆ่าไปได้เลย ถ้าเรายืนยันและจับมือกันแน่นจะไม่มีทางเกิดรัฐประหารได้เลย และถ้าได้ 376 เสียงได้แล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เราประชาชนจะแพ้กี่ครั้งก็ได้ แต่ขอชนะครั้งนี้ครั้งเดียวแล้วล้างผลพวงของคณะรัฐประหาร

นายชวนกล่าวว่า วันนี้เราสรุปกันได้แล้วว่าระบบประชาธิปไตยต้องมีพรรคการเมือง ดังนั้นพรรคการเมืองทุกพรรคต้องเป็นพรรคของทุกคนที่ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วม พรรคตนจะไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อใครทั้งสิ้น จะเปิดโอกาสให้ทุกกลุ่มเข้ามาพูดคุย ต่อรองกันได้อย่างสมศักดิ์ศรี และเป็นพรรคที่ทำให้ประชาชนเขามั่นใจ และศรัทธาให้ได้ว่าเขาพึ่งเราได้ ส่วนที่ถามว่าเห็นด้วยกับยุทธศาสตร์ของ คสช.หรือไม่นั้น พรรคประชารัฐคิดว่าจะทำอย่างไรเพื่อสานต่อเอาระบอบที่เราต้องเดินทำให้ยั่งยืนให้ได้

นายสัมพันธ์กล่าวว่า นอกจากการต้องขจัดความเหลื่อมล้ำแล้ว พรรคตนจะปลูกฝังและปูพื้นให้ประชาชนเคารพสิทธิ และหวงแหนสิทธิของตนเอง พรรคจะเสนอให้มีสภาพลเมืองในแต่ละหมู่บ้าน แล้วให้หมู่บ้านทุกหมู่บ้านเลือกผู้นำของตัวเอง ให้รัฐบาลจัดสรรงบ แล้วให้ประธานหมู่บ้านทำงานดูแลพี่น้องประชาชนในหมู่บ้าน แล้วตั้งคณะกรรมการในหมู่บ้านขึ้นมาตรวจสอบการทำงาน

Advertisement

นายไพบูลย์กล่าวว่า เมื่อก่อนตนมีส่วนร่วมกับระบอบประชาธิปไตยเพียงไปหย่อนบัตรเลือกตั้ง การมีส่วนร่วมอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ตนคิดว่าต้องให้ประชาชนไปมีบทบาทโดยตรง เพราะพรรคการเมืองที่เกิดขึ้นในอดีตมีกลุ่มบุคคลใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือ เราจึงต้องทำให้ประชาชนสามารถใช้พรรคการเมืองเป็นเครื่องมือให้ได้ ให้ประชาชนมีอำนาจอย่างแท้จริง และต้องน้อมนำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาเปลี่ยนการเมืองให้เป็นการเมืองที่ดี

นายอนุทินกล่าวว่า ตนคิดถึงประชาชน คือต้องลดอำนาจรัฐ และเพิ่มอำนาจให้ประชาชน คิดถึงคำว่าเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน ส่วนใหญ่ที่ทำให้การรัฐประหารเข้ามาเราทำตัวเองทั้งนั้น เช่น การไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง สร้างวาทกรรมทางการเมือง วันนี้ประชาชนต้องการความสงบสุข เรียบร้อยในสังคมไทย ถ้าเริ่มมาแล้วนั่งกันตรงข้ามเลยปัญหาก็จะเป็นปัญหาต่อไป ตนคิดว่าไม่มีใครไม่เชื่อในระบอบประชาธิปไตย พรรคตนใครจะรู้ดีกว่าตน พรรค ภท.เป็นพรรคเดียวที่จะส่งหัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ แล้วยังจะถามอีกไหมว่าพรรคตนจะหนุนใคร แต่ทุกตึกต้องมีทางหนีไฟ ไม่มีใครให้อยากไฟไหม้หรอก แต่ก็ต้องมีทางหนีเผื่อไว้ ดังนั้นหากวันหนึ่งต้องมีนายกฯคนเดิม ก็ต้องเป็นนายกฯคนเดิมที่ไม่มีมาตรา 44 ตนต้องคิดของตน เอาแบบนี้

นายวราวุธกล่าวว่า ความแตกต่างทางความคิดระหว่างสังคมเมืองกับสังคมชนบทต้องถูกขจัด ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เศรษฐกิจ ฯลฯ จะต้องได้รับการแก้ไข เมื่อสามารถยกระดับให้เท่าเทียมกันได้ตนเชื่อมั่นว่าความคิดเรื่องการเมืองจะมีความใกล้เคียงกันมากขึ้นด้วย ประชาธิปไตยจะมั่นคงได้ทุกคนในประเทศต้องเท่าเทียมกันทั้งความคิด การศึกษา เศรษฐกิจ และทุกๆ เรื่อง

นายจาตุรนต์กล่าวว่า ระบบที่ คสช.กับพวกสร้างไว้ไม่ใช่การจักรสาน แต่เป็นคอนกรีตเสริมใยเหล็ก ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องที่เราจะมาสานต่อ แต่ต้องรื้อทิ้งแล้วสร้างใหม่ให้ยั่งยืน อย่างไรก็ตาม เรื่องเฉพาะหน้าเราขอให้มีการเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรม ไม่มีอำนาจ คสช.เข้ามาแทรกแซง ส่วนเรื่องรัฐธรรมนูญ พท.คัดค้านรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาตั้งแต่ต้น เราจะแสวงหาความร่วมมือกับทุกฝ่ายในการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับตามแนวทางที่รัฐธรรมนูญกำหนด และจะทำทุกวิธีเพื่อไม่ให้ คสช.สืบทอดอำนาจได้ ถ้า คสช.มาเป็นรัฐบาลพรรค พท.ยินดีที่จะเป็นฝ่ายค้าน ตนว่าพรรคการเมืองต้องสร้างสถาบันความเป็นพรรคการเมือง เราต้องพัฒนานโยบาย สร้างความเชื่อมั่น ต้องไม่ใช่เป็นสโมสรที่รวมกันชั่วคราวในการสนับสนุนใครเป็นนายกฯ พรรคการเมืองไม่ใช่คิดถึงแต่การบริการประเทศแต่ต้องร่วมกับประชาชนสร้างประชาธิปไตย ส่งเสริมเสรีภาพให้ทุกฝ่าย ทุกองค์กร

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อุปสรรคประชาธิปไตยของเราอยู่ที่กฎกติกาและผู้มีอำนาจ หากประเทศไทยต้องการประชาธิปไตยที่ยั่งยืนเราต้องมี 1.มีการเลือดตั้งที่เสรี และเป็นธรรม ต้องปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำหน้าที่ของตนเองได้ แล้วให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เพราะหากทำไม่ได้ พรรคการเมืองจะกลายเป็นพรรคที่ปิด 2.การเลือกตั้งต้องเป็นการเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม ต้องเลิกการทุจริตการเลือกตั้งทุกรูปแบบ เริ่มต้นจากที่ต้องเลิกการดูดที่ใช้ทั้งเงิน ตำแหน่ง อำนาจเข้ามาเสนอให้ผู้สมัคร และเมื่อเข้าไปสู่สภาแล้วทำให้ประชาชนศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย แล้วชวนคนในสังคมมาแก้ไขรัฐธรรมนูญร่วมกัน