‘หมอเลี้ยบ’ลุกถามกลางวง ปลุกสู้ไม่ให้ ส.ว.โหวตนายกฯ-‘มาร์ค’เห็นด้วย ส.ว.ไม่มีสิทธิขวาง

24.06.18 | 17:06 น.

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 24 มิถุนายน ที่สถานีโทรทัศน์ว๊อยซ์ ทีวี จัดงาน “86 ปี ประชาธิปไตยไทยก้าวต่ออย่างไรให้ยั่งยืน”โดยมีตัวแทน 10 พรรคการเมืองทั้งเก่าและใหม่ ร่วมล้อมวงคุยกันถึงอนาคตประชาธิปไตยไทย นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง พรรคเพื่อไทย (พท.) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายวราวุธ ศิลปอาชา พรรคชาติไทยพัฒนา(ชนพ.) นายไพบูลย์ นิติตะวัน พรรคประชาชนปฏิรูป (ปชช.) นายสมบัติ บุญงามอนงค์ จากพรรคเกียน นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ จากพรรคพลังพลเมือง (พพพ.) และนายชวน ชูจันทร์ พรรคพลังประชารัฐ โดยในวงเสวนาได้ตั้งคำถามกับตัวแทนพรรคการเมืองว่า การเลือก ผบ.ทบ.ควรเป็นอำนาจของใคร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ฝ่ายการเมืองควรกุมทิศทางได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์เพื่อไม่ให้อำนาจการเมืองไปทำลายระบบความยุติธรรม


นายธนาธรกล่าวว่า ต้องทำให้รัฐบาลพลเรือนมีอำนาจอยู่เหนือกองทัพ ต้องมีการแก้ พ.ร.บ.กลาโหมทั้งฉบับ ทั้งนี้ ตนอยากให้เชื่อความเป็นไปได้ เชื่อพลังของประชาชนว่าจะทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้

เมื่อถามว่า คนบางกลุ่มบางพวกมีความคิดประเมินค่าคนไม่เท่ากันซึ่งเป็นการขัดขวางกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตย นายจาตุรนต์กล่าวว่า อยู่ที่ประชาชนว่าจะให้ผู้มีอำนาจคุมกองทัพได้มายึดอำนาจ หรือจะให้คนที่มาจากประชาชนมีอำนาจ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องปลูกฝังกัน เรามีหน้าที่ใช้สิทธิเสรีภาพ กฎหมาย และคำสั่งต่างๆ ที่ออกโดย คสช.ต้องยกเลิก เพื่อเปิดโอกาสให้คนสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพได้ เมื่อสามารถใช้เสรีภาพอย่างเต็มที่ได้ความรู้ด้านประชาธิปไตยก็จะก้าวหน้าได้ ทั้งนี้ ยังมีความเป็นไปได้สูงที่พรรค พท.จะได้เสียงข้างมาก แต่การตั้งรัฐบาลเพื่อแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่แค่การได้เสียงเกิน 250 เสียง โจทก์ทางการเมืองวันนี้เปลี่ยน พรรคต้องเดินด้วยความไม่ประมาท อย่ามองเป็นของตาย เพราะไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเจออะไรอีกนอกจากพลังดูด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่ง นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ลุกขึ้นตั้งคำถามว่า การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงจะเป็นครั้งแรกในรอบ 35 ปีที่จะเลือกนายกฯจากสองสภา ดังนั้น หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นแล้วมีประชาชนมาใช้สิทธิจำนวนมาก แน่นอนว่าไม่มีพรรคใดได้ถึง 370 เสียงแน่ ดังนั้น พันธกิจหรือฉันทามติของพรรคการเมืองไม่ว่าประชาชนลงคะแนนให้พรรคใดเกิน 250 เสียง เราจะจับมือกันสนับสนุนพรรคนั้นให้เป็นรัฐบาลหรือไม่ หรือจะปล่อยให้ ส.ว.ร่วมโหวต นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนเห็นว่า ส.ว.ไม่มีสิทธิขัดขวาง พรรคที่ประชาชนลงคะแนนให้เกิน 250 เสียงในการจัดตั้งรัฐบาล ส่วนการสนับสนุนนั้นพรรค ปชป.จะสนับสนุนคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน แต่หากไม่มีก็พร้อมที่จะเป็นฝ่ายค้าน

Advertisement

ขณะที่นายอนุทินกล่าวว่า ยืนยันว่านายกฯต้องมาจากประชาชน และเลือกโดยประชาชน ตนไม่เลือกนายกฯที่ ส.ว.เป็นคนส่งมา

นายวราวุธกล่าวว่า พรรคที่ได้เสียงข้างมากต้องเป็นผู้มีสิทธิที่จัดตั้งรัฐบาล แล้วรวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลต่อ ในส่วนของพรรคชาติไทยนั้น เราต้องดูว่าการยกมือให้นายกฯคนใดเราจะเอานโยบายที่สัญญาไว้กับประชาชนได้หรือไม่ ถ้าทำให้ประชาชนไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะเลือกนายกฯคนนั้น

นายธนาธรกล่าวว่า ตนแฟร์พอที่จะเชิดชูเสียงของประชาชนเพื่อไม่ให้เกิดการรัฐประหารทางอ้อม แม้พรรคการเมืองที่ได้เสียงข้างมากจะเป็นพรรคของนายไพบูลย์ ที่มีความเห็นแตกต่างกันกับเราอย่างสิ้นเชิงก็ตาม

เมื่อถามว่า พล.อ.สุจินดากับ พล.อ.ประยุทธ์ ต่างกันหรือเหมือนกันตรงไหน และจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ หรือไม่ นายสัมพันธ์กล่าวว่า บิ๊กสุเป็นคนอ่อนน้อม อ่อนหวาน ส่วนบิ๊กตู่เป็นคนเข้มแข็ง แข็งแรง ตนว่าดีไปคนละทาง ตนชอบทั้งสองทาง อันนี้ชอบเป็นการส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับทางการเมือง เพราะสมัยบิ๊กสุตนยังมีโอกาสเข้าไปทำงานตามระบอบ แต่กับบิ๊กตู่ ตนยังไม่เห็นทางที่จะเข้าไปร่วมทำงานกับท่านทางไหน