สื่อออนไลน์ได้เผยภาพนักเรียนคนหนึ่งถูกครูติดป้ายที่หน้าอกว่าค้างชำระค่าเทอม 700 บาท เหตุเกิดขึ้นที่โรงเรียนเทศบาล 1 บ้านในเมือง จ.เพชรบูรณ์ กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเพชรบูรณ์ได้ส่งนักสังคมสงเคราะห์สืบข้อเท็จจริงที่โรงเรียน และลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัวของเด็กและผู้ปกครอง นักสังคมสงเคราะห์ลงความเห็นว่า เด็กได้รับผลกระทบทางจิตใจจากการเผยแพร่ข่าวดังกล่าว ปฏิเสธบุคคลที่ไม่รู้จักและไม่พร้อมที่จะพบปะคนแปลกหน้า ทั้งนี้ ทางนักสังคมสงเคราะห์ได้ให้คำแนะนำมารดาในเรื่องต่างๆ รวมถึงการเลี้ยงดูเด็กที่เหมาะสม และสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับเด็กตามความจำเป็น
สำหรับโรงเรียนดังกล่าว สังกัดเทศบาล ซึ่งขณะนี้ นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ได้สั่งให้ย้ายครูคนดังกล่าวมาช่วยราชการที่กองการศึกษา เทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ เพื่อให้การสอบสวนข้อเท็จจริงพร้อมชี้แจงว่า เงิน 700 บาทที่นักเรียนค้างไว้นั้นไม่ใช่ค่าเทอมแต่เป็นค่าครูสอนภาษาชาวต่างชาติกับค่าประกันอุบัติเหตุ ส่วนเรื่องการติดตามทวงเงินความจริงก็ไม่ใช่หน้าที่ครู แต่เป็นหน้าที่ของฝ่ายงานบริหาร ขณะที่รอง ผอ.โรงเรียนเทศบาล 1 รักษาการแทน ผอ. กล่าวว่า พูดคุยเบื้องต้นกับครูคนดังกล่าว อยู่ในอาการตกใจ เจ้าตัวเองก็ไม่คาดคิดว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตเป็นที่สนใจของสังคม
การกระทำของครูดังกล่าว แม้จะเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่เมื่อรวมถึงข่าวอื้อฉาวต่างๆ ที่ผ่านมา ก็ทำให้สังคมอดตั้งคำถามถึงมาตรฐาน คุณภาพของครู บุคลากรทางการศึกษาในภาพรวมไม่ได้ เป็นภาระของกระทรวงศึกษาฯ และกระทรวงมหาดไทย ต้นสังกัดโรงเรียนในกรณีนี้ จะต้องไปหาทางสร้างมาตรฐานด้านแนวคิด อุดมคติให้กับครู ให้มีทัศนคติในเรื่องสิทธิเด็กอย่างเหมาะสม และถูกต้องแล้วที่ นักสังคมสงเคราะห์ได้เข้าไปให้คำแนะนำแก่ครูเกี่ยวกับเรื่องของการดูแลเด็ก โดยขอให้ดูสังคมรอบด้านไม่ใช่การศึกษาอย่างเดียว และในเรื่องนี้นักกฎหมายหลายท่านระบุว่า เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มีโทษทางอาญา ซึ่งผู้เกี่ยวข้องน่าจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่าง

