‘บุญเลิศ’ ชี้ 2 พรรคใหญ่ไม่รับร่างรธน. งานหนักคสช. แนะเซ็ตซีโร่ ยกร่างฯใหม่

10.04.16 | 18:22 น.
บุญเลิศ คชายุทธเดช

‘อดีตสปช.’ชี้ 2 พรรคใหญ่ไม่รับร่างรธน. งานหนักคสช. แนะเซ็ตซีโร่ ตั้งกมธ.ยกร่างใหม่แล้วประชามติ ประหยัดงบฯ 3 พันล้าน

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. นายบุญเลิศ คชายุทธเดช อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วกับการแถลงจุดยืนของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นเรื่องน่าชื่นชมที่แม้จะบอกว่า พรรคปชป.ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ เป็นคนละเรื่องการบอกว่ารับหรือไม่รับซึ่งอาจถูกวิจารณ์ ว่าเป็นการแทงกั๊ก แต่โดยสาระแล้วก็คืออย่างเดียวกัน เพราะในเมื่อนายอภิสิทธิ์แจกแจงว่าร่างรัฐธรรมนูญมีข้อเสียมากกว่าข้อดี พร้อมกับยกตัวอย่างประเด็นต่างๆในร่างรธน.ที่เป็นข้อเสีย รวมทั้งได้ระบุว่า ร่างรัฐธรรมนูญนี้ไม่ควรเป็นกฏหมายสูงสุดของประเทศก็เท่ากับไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั่นเอง ตนเห็นด้วยกับนายอภิสิทธิ์ที่เรียกร้องให้คสช.ประกาศให้ชัดเจนว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติจะทำอย่างไรต่อ เพื่อแสดงถึงการให้เกียรติและเคารพในสิทธิของประชาชนในฐานะเจ้าของประเทศและเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง ซึ่งควรจะรับรู้

นายบุญเลิศ กล่าวว่า เมื่อพรรคปชป.ประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทย(พท.) จะทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั้งต่อร่างรัฐธรรมนูญ คำถามพ่วง การปฏิรูปประเทศ การบริหารงานของรัฐบาล รวมทั้งคสช.หนักขึ้น เพราะสองพรรคใหญ่มีความเห็นที่สอดคล้องกัน กระทบต่อการจัดให้มีการแสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญระหว่างฝ่ายที่เห็นชอบกับฝ่ายไม่เห็นชอบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจะเป็นผู้ดำเนินการและ กรธ.จะเป็นฝ่ายอธิบาย รวมทั้งสปท. และสนช.ก็จะอธิบายความมายของคำถามพ่วง การวิเคราะห์ของสื่อและผู้คนว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือจะคว่ำจะเกิดขึ้นไปตลอดจนกว่าจะถึงวันที่ 7 สิงหาคมและหลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งล้วนแต่ไม่มีใครตอบได้ว่าอนาคตจะไปอย่างไร

“เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งและความอึมครึมในช่วงเกือบ 4 เดือนนับจากนี้ จึงควรจะเริ่มต้นกันที่ศูนย์แล้วเดินหน้านับหนึ่งกันใหม่ จะเรียกว่า “เซ็ตซีโร่”ก็ได้ นั่นคือการระดมความเห็นว่า เมื่อไม่เอาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยจะทำอย่างไรต่อ อาจจำเป็นต้องแก้รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 จัดให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญกันใหม่ โดยมีคณะบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือ มีที่มาที่ชอบธรรม เป็นที่ยอมรับของหลายๆฝ่าย มาเป็นสภาร่างรัฐธรรมนูญและคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ การร่างรัฐธรรมนูญจะต้องฟังความคิดเห็นประชาชนอย่างแท้จริง เสร็จแล้วค่อยไปลงประชามติ สำหรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยก็น่าจะยุติไม่ต้องนำไปออกเสียงประชามติ เป็นการประหยัดงบประมาณไปได้ 3 พันล้านบาทและเป็นโอกาสตัดตอนปัญหาต่างๆซึ่งต้องรีบตัดสินใจโดยเร็ว ถ้าไม่เลือกแนวทางเซ็ตซีโร่ที่หลายฝ่ายยอมรับ เชื่อว่าปัญหาไม่จบ อย่างไรก็ตามโรดแมปคสช.ที่ให้เลือกตั้งในเดือนกรฎาคม 2560 จะต้องไม่เปลี่ยนแปลง” นายบุญเลิศ กล่าว