นายกรัฐมนตรี เข้าเฝ้าถวายเครื่องสักการะ สมเด็จพระสังฆราช เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ครบรอบ 91 พรรษา “แจง”ชาวบ้านไปต่างประเทศไม่ได้ไปซื้อหรือขายของ ยอมรับบางทีโมโหมากไป
เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 26 มิ.ย.ณ พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา และ คณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าถวายเครื่องสักการะ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 26 มิถุนายน 2561 ทรงเจริญพรรษายุกาล ครบรอบ 91 พรรษา โดยนายกรัฐมนตรีกราบนมัสการสมเด็จพระสังฆราช และกล่าวคำถวายเครื่องสักการะ เปิดกรวยกระทงดอกไม้พานธูปเทียนแพ ถวายพานดอกบัว ผ้าไตร และเครื่องไทยธรรม โอกาสนี้สมเด็จพระสังฆราชได้สนทนาธรรมกับนายกรัฐมนตรี ว่า วันเกิดเป็นแค่วันหนึ่ง อย่าให้ความสำคัญมาก เพราะก็เหมือนทุกๆวัน จึงขอให้ทำทุกๆวันอย่างดีที่สุด และ ขออวยพรให้ นายกรัฐมนตรีและคณะ มีสุขภาพแข็งแรง
ขณะที่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ศาสนาสอนให้ทุกคน มีสติมีความงาม ทั้งนี้การไปต่างประเทศก็เพื่อไปเยี่ยมชมเทคโนโลยีสมัยใหม่ และ นำกลับมาปรับใช้ในประเทศ ซึ่งรัฐบาลขอทำหน้าที่ให้ดีในการรักษาบ้านเมือง และ จะทำคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติ พร้อมระบุว่า รู้สึกไม่สบายใจกับการหายตัวของนักฟุตบอลและผู้ฝึกสอนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยมอบหมายให้พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไปดูแลในการติดตามตัว และ ทุกหน่วยงานก็ช่วยกันหา ซึ่งก็น่าจะสำเร็จได้ด้วยดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จพิธี นายกรัฐมนตรีและคณะ ได้เดินทักทายประชาชนภายในวัด พร้อมเล่าเรื่องที่เดินทางไปต่างประเทศ ว่าได้ทำอะไรบ้างโดยยืนยันว่า ไม่ได้ไปขายของไปซื้อของตามที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ พร้อมกล่าวด้วยว่า ศาสนาพุทธสอนให้เรามีเมตตาธรรมอย่างมีสติ และ จะทำให้เกิดปัญญา แต่บางทีก็ยอมรับว่า นายกรัฐมนตรีก็มีอารมณ์โมโหมากไปนิดนึง

