กลยุทธ์ถ่วงหน่วง ‘สัมบูรณ์’หรือ‘สัมพัทธ์’ ที่สุดก็ต้องเลือกตั้ง

27.06.18 | 12:20 น.

มีความพยายามยื้อ ถ่วง หน่วง ในเรื่องโรดแมป “การเลือกตั้ง” มาอย่างเด่นชัดตั้งแต่ปี 2558 มาแล้วอย่างที่ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ สรุปอย่างรวบรัดว่า

“เขาอยากอยู่ยาว”

แต่คำถามที่เสนอเข้ามาก็คือ ในที่สุดแล้ว ความพยายามยื้อ ถ่วง หน่วง ในเรื่องโรดแมป “การเลือกตั้ง” ประสบความสำเร็จหรือไม่

ตอบได้ว่า สำเร็จ

เพราะหากไม่สำเร็จก็คงไม่สามารถสัมผัสได้ถึง “ปฏิญญาโตเกียว” อันพูดต่อหน้า นายชินโสะ อาเบะ ก็คงไม่สามารถสัมผัสได้ถึง “ปฏิญญานิวยอร์ก” อันพูดในสหประชาชาติ ก็คงไม่สามารถสัมผัสได้ถึง “ปฏิญญาทำเนียบขาว” อันพูดต่อหน้า นายโดนัลด์ ทรัมป์

Advertisement

ความสำเร็จในที่นี้คือ ยื้อ ถ่วง หน่วง จากปี 2558 มาปี 2559 จากปี 2559 มาเป็น 2560 จากปี 2560 มาปี 2561

แต่คำถามก็คือ เป็นความสำเร็จอย่าง “สัมบูรณ์” หรือ “สัมพัทธ์”

หากดูจาก “ปฏิญญาโตเกียว” มายัง “ปฏิญญานิวยอร์ก” มายัง “ปฏิญญาทำเนียบขาว” ก็จะรับรู้ได้อย่างเป็นรูปธรรมว่า

ไม่ “สัมบูรณ์” หากแต่ดำรงอยู่อย่าง “สัมพัทธ์”

ตัวอย่างนี้ไม่เพียงแต่ “คสช.” จะต้องยอมรับ หากแม้กระทั่งบรรดาคนที่เคยร่วมเป่านกหวีดในฐานะมวลมหาประชาชนร่วมกับ “กปปส.” ที่ชัตดาวน์ “การเลือกตั้ง” เมื่อต้นปี 2557

ก็ต้องยอมรับในความเป็นจริง

คงจำกันได้ อย่าว่าแต่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อย่าว่าแต่ นายถาวร เสนเนียม อย่าว่าแต่ นายวิทยา แก้วภราดัย อันเป็นแกนนำใหญ่เลย

แม้กระทั่ง นายไพบูลย์ นิติตะวัน ซึ่งอยู่ปลายแถว

ต่างล้วนเข้าไปอยู่ในองคาพยพแห่งการเดินหน้าเข้าสู่ “การเลือกตั้ง” ผ่านพรรคประชาธิปัตย์ ผ่านพรรคประชาชนปฏิรูป และผ่านพรรครวมพลังประชาชาติไทย

ทุกวันนี้ต่างประกาศ “ความพร้อม” ใน “การเลือกตั้ง” ทั้งสิ้น

จากนี้จึงเห็นได้ว่า ไม่ว่า คสช.จะพยายามรักษา ประกาศ คำสั่ง อันก่อสถานการณ์ “ติดล็อก” มิให้พรรคการเมืองขยับ ขับเคลื่อน อย่างไร

แต่ในที่สุดก็จำเป็นต้อง “ปลดล็อก”

เพราะหากไม่ปลดล็อก สหายร่วมแนวอย่าง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ขยับไม่ได้ ยิ่ง นายไพบูลย์ นิติตะวัน ยิ่งต้องยากลำบาก

เพราะหากไม่ “ปลดล็อก” ภาพของ “การเลือกตั้ง” ก็ออกมาไม่ดี

คสช.สามารถยื้อ “การเลือกตั้ง” จากปี 2558 เป็นปี 2559 เป็นปี 2560 เป็นปี 2561 ได้ แต่ในที่สุดก็จะต้องจัดการเลือกตั้งภายในปี 2562

หากมิใช่ “กุมภาพันธ์” ก็ต้อง “พฤษภาคม”

แม้การยื้อ ถ่วง หน่วง จะเพื่อชิงความได้เปรียบเหนือพรรคการเมืองอื่น แต่ตลอดสองรายทางจากปี 2558 เรื่อยมาจนถึง 2561 แน่ใจหรือไม่ว่าได้เปรียบ

มีหรือที่ “ชาวบ้าน” จะไม่รู้

ไม่ว่า “คสช.” จะทำขึงขังอย่างไร ไม่ว่า “พรรค คสช.” จะเดินสายเพื่อใช้พลังดูดอย่างไรในทางการเมือง แต่มั่นใจมากน้อยเพียงใดว่าชัยชนะจะเป็นของตน

เพราะโดยพื้นฐานก็ไม่อาจถ่วง หน่วง ได้อย่างนิรันดร์กาล

เพราะในที่สุดแล้วก็จำเป็นต้องอาศัยกระบวนการของ “การเลือกตั้ง” มาเป็นคำตอบและเป็นทางออกของสังคมประเทศไทย

ตรงนี้แหละที่ “อำนาจ” จะอยู่ในมือของ “ประชาชน”