หมายเหตุ – ความคิดเห็นของฝ่ายการเมืองและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อกรณีการประชุมร่วมระหว่างพรรคการเมืองกับรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มีความชัดเจนในการปลดล็อกพรรคตามกรอบเวลา 3-3-5 เดือน เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งตามโรดแมปเร็วสุดกุมภาพันธ์ 2562 และช้าสุด พฤษภาคม 2562

ชูศักดิ์ ศิรินิล
ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.)
ผลการหารือกับพรรคการเมืองของ คสช.และรัฐบาลกับพรรคการเมืองเข้าใจว่าจะเลือกใช้วิธีคลายล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมบางอย่างได้ในขณะที่รอเวลากฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.จะมีผลบังคับใช้ภายใน 90 วัน เข้าใจว่ารัฐบาลเลือกวิธีคลายล็อกมิใช่ปลดล็อกก็ไม่ว่ากัน เพราะที่เกี่ยวข้องมีอำนาจจะทำอย่างไรก็สุดแต่ สำหรับเรื่องกำหนดวันเลือกตั้งที่ออกมาเป็นตุ๊กตานั้นมีข้อสังเกตว่าการเลือกตั้งภายใน 150 วันนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องนับเวลาอย่างไร เพราะเข้าใจว่า 150 วัน หมายความว่าการเลือกตั้งแล้วเสร็จ ประกาศผลแล้ว นอกจากนั้นกฎหมายกำหนดให้ กกต.ประกาศผลเลือกตั้งภายใน 60 วัน ไม่ทราบท่านกำหนดวันเลือกตั้งโดยรวมระยะเวลาประกาศผลของ กกต.ไว้ด้วยหรือยัง ที่บอกมาเพราะเกรงว่าจะกำหนดวันเลือกตั้งขัดกับรัฐธรรมนูญ 2560 ได้

ศุภชัย สมเจริญ
ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
การประชุมแนวทางเลือกตั้งกับรองนายกรัฐมนตรีนั้น หลายพรรคการเมืองได้เสนอขอให้ คสช.ปลดล็อกให้พรรคการเมืองสามารถจัดการประชุมได้ และงดเว้นการทำไพรมารีโหวต รวมทั้งยกเลิกเงินทุนประเดิมพรรค 1 ล้านบาท และไม่ต้องให้สมาชิกจ่ายค่าบำรุงพรรค เพื่อให้โรดแมปเลือกตั้งเดินไปตามกรอบเวลา 3-3-5 เดือน
ตามกรอบของกฎหมายทำไม่ได้ สิ่งเหล่านี้เป็นอุปสรรคของพรรคการเมือง ที่ประชุมโดยเฉพาะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบปัญหา อาจต้องมีการคลายล็อก ขึ้นอยู่กับ คสช.ที่จะพิจารณา ทั้งเรื่องการใช้อำนาจตามมาตรา 44 กำหนดเรื่องการทำไพรมารีโหวตว่าจะใช้แนวทางใด รวมทั้งการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองในห้วงที่รอร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.จะมีผลบังคับใช้อีก 90 วัน ทั้งการแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต. การประชุมจัดตั้งสาขาของพรรคการเมือง จะต้องรอดูรายละเอียดที่ คสช.จะผ่อนคลายล็อกให้กับพรรคการเมืองอีกครั้ง แต่ในทางกฎหมาย กกต.ก็ต้องปฏิบัติตามจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง เช่น การทำไพรมารีโหวต หากยังไม่มีการแก้ไขกฎหมาย ก็ต้องดำเนินการต่อไปตามนั้น

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)
การหารือกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ช่วยให้พรรคการเมืองที่เข้าร่วมในการประชุมได้รับความกระจ่างในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะทางออกที่เกี่ยวกับคำสั่งของหัวหน้า คสช.รวมถึงคำสั่งที่ 53/2560 ถือว่าไปขัดแย้งกับกฎหมายพรรคการเมือง ในประเด็นนี้ถือว่าพรรคการเมืองได้รับความกระจ่างขึ้นในเรื่องของการคลายล็อกให้พรรคการเมืองสามารถปฏิบัติตามกฎหมายพรรคการเมืองได้ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมาพรรคการเมืองไม่สามารถปฏิบัติตามข้อบัญญัติทางกฎหมายของกฎหมายพรรคการเมืองที่กำหนดให้พรรคการเมืองต้องจัดตั้งสาขาพรรค หาสมาชิกพรรค แก้ไขประกาศทำอุดมการณ์พรรค และทำนโยบายพรรค หรือแก้ไขข้อบังคับพรรค รวมไปถึงการประชุมใหญ่พรรคเพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค ทุกอย่างทำไม่ได้ตามกรอบกฎหมายพรรคการเมืองที่ต้องทำภายใน 180 วันภายหลังกฎหมายพรรคการเมืองประกาศใช้ ซึ่งตอนนี้เลยเวลามามากแล้ว พวกเราทำไม่ได้เพราะติดคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 และคำสั่งอื่นๆ อีกมากมายที่ห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง
การประชุมเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมาเลยช่วยให้ได้รับความชัดเจนในเรื่องดังกล่าวว่า คสช.จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากคำสั่ง คสช.ทั้งหมด จะคลายล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมต่างๆ ตามกฎหมายพรรคการเมือง โดยจะให้พรรคการเมืองหาสมาชิกพรรค จัดตั้งสาขาพรรค รวมถึงการแก้ไขข้อบังคับพรรค และการจัดประชุมใหญ่ของพรรคได้ ใน 90 วันหลังจากที่กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ได้รับการโปรดเกล้าฯลงมา
สำหรับบรรยากาศในที่ประชุมเป็นไปได้ด้วยดี ผมได้ถามคำถาม 4 ข้อ หนึ่งในนั้นผมได้สอบถามไปยัง รองนายกรัฐมนตรีว่า ยังมีเงื่อนไขอะไรนอกเหนือจากที่เป็นกันโดยทั่วไปในขณะนี้หรือไม่ ที่จะทำให้เงื่อนเวลาในการเลือกตั้งไปเลื่อนออกไปจากสูตรการเลือกตั้ง 3-3-5 ผมได้รับคำตอบจากรองนายกฯ วิษณุ เครืองาม ว่า ไม่คิดว่าจะมี
นอกนั้นเป็นคำถามที่เกี่ยวกับเรื่องแนวคิดการทำไพรมารีโหวตภาค ได้คำตอบว่า เป็นเพียงแนวคิด ยังไม่มีอะไรชัดเจน ส่วนเรื่องการทำไพรมารีโหวตในภาพรวมนั้นยังไม่มีข้อสรุปทั้งหมดขึ้นอยู่กับ คสช.หลังจากนี้ไป คสช.จะเอาความเห็นในที่ประชุมร่วมกับพรรคการเมืองไปพิจารณากันในที่ประชุมของ คสช.อีกครั้งหนึ่ง เพื่อสรุปภาพรวมของการทำไพรมารีโหวต แล้วเข้าใจว่า เมื่อได้ข้อสรุปอย่างไร คงจะเอามาชี้แจงให้พรรคการเมืองทราบอีกครั้งหนึ่งในภายหลัง
ศุภชัย ใจสมุทร
รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.)
การพูดคุยกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา ผมสรุปได้ 2 ประเด็น คือ 1.คสช. มีความเข้าใจสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นของพรรคการเมืองอันเป็นผลจากคำสั่งของหัวหน้า คสช.3 ฉบับ โดยเฉพาะคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ทำให้พรรคการเมืองไม่สามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้ คสช.รับปากว่าจะดำเนินการแก้ไขข้อขัดข้องเหล่านั้นให้ ผมค่อนข้างพอใจเพราะจะทำให้พรรคสามารถดำเนินการต่างๆ ได้สะดวกขึ้น 2.เรื่องกำหนดเวลาการเลือกตั้งเป็นไปตามที่พรรคภูมิใจไทยเคยพูดมาตลอดว่าหากการเลือกตั้งไม่เกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ อย่างช้าก็ไม่ควรเกินกลางปี 2562 คสช.บอกว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นอย่างช้าในวันที่ 5 พฤษภาคม ดังนั้น สูตร 3-3-5 เดือน จึงเป็นเรื่องที่พรรคภูมิใจไทยคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว และมองว่าเป็นไปตามกรอบเวลาของกฎหมาย
นอกจากนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยังบอกว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้กำหนดแนวปฏิบัติไว้ว่าหลังจากเดือนพฤศจิกายน 2561 จะไม่มีการรับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เข้าไปพิจารณาแล้ว เพราะเมื่อคำนวณจากระยะเวลาที่เหลืออยู่ไปจนมีสภาชุดใหม่ การพิจารณากฎหมายอาจจะไม่ทัน ถือเป็นการยืนยันว่าทุกฝ่ายในประเทศนี้เห็นพ้องต้องกันว่าสภาชุดใหม่ควรต้องมีขึ้นหลังการเลือกตั้งภายในกลางปีหน้า ส่วนการมีหรือไม่มีไพรมารีโหวตนั้น คสช.เข้าใจถึงข้อขัดข้องของพรรคการเมืองเกี่ยวกับเรื่องเงื่อนเวลา ขณะที่การพบปะหารือครั้งที่ 2 นั้น เข้าใจว่านายวิษณุยังไม่ได้แจ้งในการหารือ

ชำนาญ จันทร์เรือง
ว่าที่รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.)
ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ คสช.แถลงหลังจากพบปะหารือกับพรรคการเมืองเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา คือการหาทางออกหรือทางตันให้พรรคการเมืองกันแน่ เพราะไม่ได้ทำอะไรให้กระจ่างขึ้นเลย ได้ฟังนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุถึงวันเลือกตั้งที่มีความเป็นไปได้ทั้งหมด 4 วัน ในปี 2562 คือ 24 กุมภาพันธ์, 31 มีนาคม, 28 เมษายน และ 5 พฤษภาคม ก็ไม่ต้องตีความอะไรอีก เพราะเชื่อว่าคงจัดเลือกตั้งในวันที่ 5 พฤษภาคม 2562 แล้วก็ยังไม่รู้ว่าจะเลื่อนออกไปอีกหรือไม่ เมื่อมีคนถามว่าการเลือกตั้งจะสามารถเลื่อนออกไปได้อีกหรือไม่ นายวิษณุยังตอบว่าไม่ทราบ ส่วนตัวคิดว่า คสช.คงอยากเลือกตั้งให้ไวที่สุด พรรคอนาคตใหม่กำลังโตอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ในขณะที่คนของ คสช.น่าจะยังไม่พร้อม
พรรคอนาคตใหม่ยืนยันเสมอว่ายิ่งยืดการเลือกตั้งออกไป อนาคตใหม่ยิ่งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ แต่เราจะไม่ขอรับโอกาสนี้ เพราะเห็นว่ายิ่งเลือกตั้งช้าเท่าไร ความเสียหายต่อประเทศชาติก็ยิ่งมาก ดังนั้น เลือกตั้งเร็วที่สุดยิ่งดี ไม่ว่าพรรคจะพร้อมหรือไม่แต่ยินดีสู้ตามกติกา ส่วนเรื่องไพรมารีโหวตที่อาจจะมีหรือไม่มีนั้นก็แล้วแต่ พรรคอนาคตใหม่ไม่มีปัญหา ถ้ามีจะเป็นข้อผูกมัดสำหรับพรรคที่หากทำไม่ได้ก็จะทำให้ผิดระเบียบกฎหมาย แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พูดชัดเจนแล้วว่าจะไม่ยุ่งกับการทำไพรมารีโหวต เว้นแต่จะมีข้อร้องเรียน อย่างไรเสียพรรคอนาคตใหม่ก็ทำไพรมารีโหวตอยู่แล้ว เราออกแบบพรรคให้ขึ้นมาจากระดับพื้นที่ หมดสมัยแล้วที่จะให้ส่วนกลางจิ้มลงไปแล้วเลือกใครก็ได้ เราเชื่อว่าไม่มีใครรู้ปัญหาในพื้นที่ดีเท่าคนในพื้นที่ สิ่งที่ต้องคิดต่อคือจะทำให้การทำไพรมารีโหวตเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีส่วนร่วมจากฐานรากได้อย่างไร
ส่วนนายวิษณุชี้แจงถึงความจำเป็นของการเลื่อนบังคับใช้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ออกไปอีก 90 วันเพื่อไม่ให้ขั้นตอนต่างๆ เช่น การแบ่งเขตเลือกตั้งและการทำไพรมารีโหวตล้ำเข้าไปในช่วง 150 วันที่ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งนั้น ถือว่าฟังไม่ขึ้น เพราะ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ได้ผ่านการเสนอ กลั่นกรอง และอภิปรายโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้รับความเห็นชอบด้วยเสียงถล่มทลาย คนที่นำ พ.ร.ป.ฉบับนี้ไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความก็เป็นคนที่ไม่ได้เข้าประชุม พูดไปก็อายเขา ทำกติกาให้ยุ่งยากและเอาเปรียบคนอื่น ตัวอย่างในประเทศเพื่อนบ้านก็มีให้เห็น เช่น กัมพูชาออกกฎให้ศาลยุบพรรคฝั่งตรงข้าม จะเลือกตั้ง ส.ส.กลางเดือนหน้าก็กันท่าเขาหมด สหภาพยุโรป (อียู) นำโดยประเทศเยอรมนีก็คว่ำบาตรแล้ว ถ้าประเทศไทยทำอย่างนี้ สายตาต่างประเทศก็จับจ้องอยู่ คิดว่าการเลือกตั้งต้องเสรีและเป็นธรรม ฝ่ายรัฐบาลก็ได้เปรียบทุกวิถีทาง ถ้าแพ้ขึ้นมาก็น่าดู การเลือกตั้งในปี 2554 เป็นตัวอย่างแล้วว่าแม้จะทำทุกอย่างแต่ก็ยังแพ้


