กลุ่มสามมิตร ที่นำโดย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมา นายอนุชา นาคาศัย นายจำลอง ครุฑขุนทด และนายภิรมย์ พลวิเศษ ได้จัดพบปะกลุ่มผู้ที่มีความประสงค์จะเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ ที่สนามกอล์ฟไพน์เฮิร์สท กอล์ฟ แอนด์คันทรี คลับ จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยนายสุริยะกล่าวกับสมาชิกว่า ทางกลุ่มมีความชัดเจนที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นนายกฯ ในสมัยหน้า เพราะที่ผ่านมารู้สึกพอใจในการบริหารประเทศตลอด 4 ปี ที่ผ่านมา และสนับสนุนนโยบายยุทธศาสตร์ชาติ ที่ออกมาเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างแท้จริง
การเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตร ทำให้นายชวลิต วิชยสุทธิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย นำไปเปรียบเทียบกับกรณีที่ สมาชิกพรรคเพื่อไทย 3 คน วิจารณ์ ผลงานรัฐบาลในโอกาสครบรอบ 4 ปีการบริหารงาน ผลปรากฏว่า แกนนำ 8 คน ถูกดำเนินคดีตาม มาตรา 116 ประมวลกฎหมายอาญา จำนวน 3 คน อีก 5 คน ถูกดำเนินคดีข้อหาชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน แต่กลุ่มสามมิตรซึ่งประกาศตัวชัดเจนว่าสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ เดินสายถึงถิ่นอดีต ส.ส.เพื่อดูดหรือดึงเข้าร่วมพรรคอย่างโจ๋งครึ่ม เพราะมั่นใจว่าอยู่ฟากฝั่งรัฐบาล มีเกราะคุ้มกัน ไปเจรจาการเมืองเกิน 5 คนก็ไม่ผิด แสดงให้รู้กันไปเลยว่า ฝั่งรัฐบาลทำอย่างไรก็ได้ และแสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติ 2 มาตรฐาน
ข้อสังเกตจากนายชวลิต เป็นเรื่องที่รัฐบาลพึงพิจารณา เพราะเป็นปัญหาที่เชื่อมโยงไปถึงการปลดล็อกที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน และห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม ซึ่งมีเสียงเรียกร้องให้ปลดล็อก แต่รัฐบาลยืนยันว่าทำไม่ได้ เพราะเกรงจะเกิดปัญหาปั่นป่วนหรือปัญหาความมั่นคงทางการเมือง แต่อาจจะผ่อนคลายให้ ส่งผลให้เกิดความลักลั่นในทางปฏิบัติ เพราะหากพรรคการเมืองอื่นเคลื่อนไหว จะกลายเป็นความผิด แต่เมื่อเป็นพรรคที่มีทิศทางสนับสนุน คสช. กลับสามารถทำได้ ทั้งที่ความจริง การเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองในลักษณะดังกล่าวเป็นเรื่องปกติของการเมืองก่อนเลือกตั้ง และทุกพรรคต่างมีความจำเป็นต้องพบปะนักการเมืองและประชาชนด้วยเหตุผลต่างๆ และต้องไม่ลืมว่า นานาชาติไม่เพียงเรียกร้องให้ไทยจัดเลือกตั้งเพื่อกลับสู่การเมืองปกติเท่านั้น แต่ยังเรียกร้องด้วยว่า ต้องเป็นการเมืองที่โปร่งใสและเป็นธรรมด้วย

