การปรากฏขึ้นของ “พรรคพลังประชารัฐ” ภายใต้การขับเคลื่อนผ่านกระบวนการของ “กลุ่มสามมิตร”ในที่สุดจะกลายเป็นปัญหาภายในพันธมิตรแห่งแนวร่วมของ “คสช.”
ไม่เพียงแต่จากระดับปลายแถวอย่าง พรรคพลังชาติไทย หรือ พรรคพลังธรรมใหม่ หรือ พรรคทางเลือกใหม่
หากแม้กระทั่ง “พรรครวมพลังประชาชาติไทย” ก็ตาม
เพราะพรรคเหล่านี้ได้รวบรวมกำลังจากทั้ง “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” แระสานเข้ากับกำลังจาก “กปปส.” เข้ามาอย่างคึกคัก
พลันที่เห็นชื่อ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ก็ต้องเหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างยิ่ง
คนเหล่านี้ล้วนเคยอยู่ในสิ่งที่เรียกว่า “ระบอบทักษิณ”
อย่าลืมเป็นอันขาดว่าการปราศรัยบนเวทีก่อนรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 ของพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย มีเนื้อหาเป็นอย่างไร
มีการเปิดโปงความเลวร้ายของสนามบินสุวรรณภูมิมิใช่หรือ
และภายในความเลวร้ายของการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิก็มีทั้งชื่อของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และชื่อของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รวมอยู่ด้วยมิใช่หรือ
จำเรื่อง GTX ได้หรือไม่ จำเรื่องรถขนทรายได้หรือไม่
อย่าว่าแต่คนที่อยู่ในพรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคพลังชาติไทย พรรคประชาชนปฏิรูป พรรคพลังธรรมใหม่ พรรคทางเลือกใหม่เลย
แม้กระทั่งแกนนำสำคัญในพรรคพลังประชารัฐก็เคยสาดน้ำร้อน น้ำเย็นเข้าใส่
แล้ววันนี้สถานะของคนเหล่านี้เป็นอย่างไร
พรรคเหล่านี้ก็ประสานเสียงเดียวกันกับ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน
ชู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป
ไม่ว่าจะเคยประณามคนเหล่านี้ว่าเป็นองค์ประกอบแห่ง “ระบอบทักษิณ” เป็นองค์ประกอบแห่ง “ทุนสามานย์”
แต่ทั้ง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน
คือฐานรองรับกับการสืบทอดอำนาจของ “คสช.”
ทั้งหมดล้วนหายใจร่วมจมูกเดียวกัน

