ครอบครัว 13 ชีวิตร้องไห้ ขอ ‘นายกฯ’ ช่วยลูกหนูด้วย ขณะ ‘บิ๊กตู่’ ขอพรเทพ เทวดา ให้ทุกคนปลอดภัย พอใจการทำงานเจ้าหน้าที่ แนะเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสยกระดับมาตรฐานกู้ภัย
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 29 มิถุนายน ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินการและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการช่วยเหลือ 13 ชีวิต ทีมฟุตบอลเยาวชน “หมูป่าอะคาเดมี” พร้อมโค้ช ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย รวมถึงให้กำลังใจผู้ปกครองของทั้ง 13 คน โดยนายกฯสวมเสื้อเหลืองลายฝีพระหัตถ์ในหลวง รัชกาลที่ 10 พร้อมผ้าพันคอจิตอาสาที่ได้รับพระราชทานเมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา
โดยนายกฯเดินทางด้วยรถยนตร์ฟอร์จูนเนอร์ หมายเลขทะเบียน กธ 1415 เชียงราย ทันทีที่มาถึงนายกฯฟังบรรยายสรุปจาก นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ถึงการระบายน้ำออกจากถ้ำ การสำรวจโพรงถ้ำ ตลอดจนการขุดเจาะ โดยนายกฯกล่าวแสดงความห่วงใยเรื่องความปลอดภัยของกระแสไฟฟ้าที่ใช้กับเครื่องสูบน้ำ ให้มีระบบตัดไฟอัตโนมัติป้องกันกระแสไฟรั่ว เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และเด็ก พร้อมระบุว่า ให้ระบายน้ำออกหลายๆ ท่อ หลายๆ เครื่อง ขาดเหลืออะไรบอกมา รัฐบาลเต็มที่ เรื่องนี้ถือเป็นภัยพิบัติเร่งด่วน จะมีการประสานงานกับทางการพม่าให้การช่วยเหลือเกี่ยวกับการลดระดับน้ำ เพื่อไม่ให้ไหลเข้าถ้ำด้วย ขณะเดียวกัน ยังกำชับการปฏิบัติหน้าที่บนพื้นที่สูง ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุโดยเด็ดขาด รู้ว่าใจถึงทุกคน แต่อะไรที่พ้นพื้นไปแล้วมันต้องระวัง ขอให้ปลอดภัย บนยอดเขาสูง หากอันตรายอย่าไปดันทุรังลงไป
นายกฯกล่าวอีกว่า ไม่ได้กังวลกับการทำงาน แต่กังวลกับเวลา กับผู้ที่เขาหลงอยู่ข้างใน นั่นเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุด มาวันนี้มาให้กำลังใจ ไม่ได้อยากเป็นภาระใคร พร้อมกล่าวกับผู้ว่าฯ ว่าห้ามหยุดงาน ห้ามมารับตน ทุกคนทำตามหน้าที่ ตนก็อยากมาดูพื้นที่ ไม่ได้อยากมามีข่าวอะไรให้เห็น ความจริงไม่อยากบอกด้วยซ้ำว่าจะมา แต่ตนจัดเวลามา เพราะมีงานเยอะพอสมควร การมาครั้งนี้เพื่อมาให้กำลังใจ ไม่ได้มาเพื่อการเมืองหรือหาเสียง
จากนั้นนายกฯได้พบกับผู้ปกครองของเด็กๆ โดยนั่งพูดคุยให้กำลังใจ นำความห่วงใยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาแจ้งให้กับผู้ปกครองรับทราบ พร้อมกล่าวว่า เหตุการณ์นี้ถือเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งของประเทศ ทำให้เห็นน้ำใจของคนไทยและจากต่างประเทศที่เข้าให้การช่วยเหลือโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ขอให้ทุกคนมีความหวังอย่าท้อแท้ ขอให้เชื่อมั่นว่าเด็กทุกคนจะปลอดภัย เจ้าหน้าที่จะสามารถช่วยเหลือเด็กทุกคนได้ ตนเข้าใจความรู้สึกของพ่อแม่ผู้ปกครองดี ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นและศรัทธาตัวเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ และเชื่อมั่นรัฐบาล ตนอยากให้ทุกคนปลอดภัยไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายกฯพูดคุย ผู้ปกครองบางคนได้ร้องไห้และเช็ดน้ำตาอยู่ตลอดเวลา และในจังหวะหนึ่งมีผู้ปกครองของเด็กคนหนึ่งได้พูดขึ้นว่า “ช่วยลูกหนูด้วย” โดยนายกฯกล่าวว่า ตนเข้าใจทุกคน เราพยายามที่จะช่วยอย่างดีที่สุด แต่ก็มีอุปสรรคเรื่องของน้ำและดินโคลน และขอให้ทุกคนช่วยกันบนบานศาลกล่าวขอเจ้าป่าเจ้าเขาช่วยคุ้มทุกคน พร้อมกันนี้ นายกฯได้พุดคุยกับผู้ปกครองเด็กถึงเรื่องการเกษตร เรื่องชีวิตความเป็นอยู่ เพื่อให้ผู้ปกครองคลายความเครียดลง พร้อมระบุว่าเป็นห่วงเรื่องสุขภาพ โดยเฉพาะโรคน้ำกัดเท้า
พล.อ.ประยุทธ์แถลงและกล่าวกับเจ้าหน้าที่ว่า ด้วยพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยแรงศรัทธาจะต้องสำเร็จ ซึ่งพระองค์ทรงเป็นห่วง การเดินทางมาวันนี้ด้วยความห่วงใย และนายกฯไม่ต้องการสร้างภาระให้ใคร สิ่งสำคัญคือขวัญและกำลังใจ เจ้าหน้าที่แต่ละหน่วย เพราะแต่ละหน่วยมีคุณภาพที่แตกต่างกัน เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียน ซึ่งในวันหน้าจะต้องมีการฝึกกู้ภัยให้มากขึ้น โดยเฉพาะเหตุการณ์แบบนี้ เราต้องใช้วิกฤตเป็นโอกาส สร้างมาตรฐาน ยกระดับเรื่องนี้
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อย่าคิดว่าเจ้าหน้าที่อยากห้ามสื่อมวลชน ขอให้เข้าใจด้วย เพราะในต่างประเทศก็มีมาตรฐานสูง มีการจำกัดพื้นที่สำหรับสื่อ เราเองก็ต้องลองทำ ซึ่งต้องจัดให้เป็นระเบียบในทุกด้าน เพราะการช่วยเหลือครั้งนี้ได้ถ่ายทอดออกไปทั่วโลก บ้านเมืองจะต้องเป็นอย่างนี้ต่อไป โดยทุกคนต้องช่วยกัน ไม่ว่าจะช่วงใดก็ตาม แม้หลังเลือกตั้ง และการเลือกตั้งจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน ทั้งนี้ คาดว่าการช่วยเหลือครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ ขณะที่โซเชียลมีเดีย เป็นเรื่องน่ากังวล เพราะก่อให้เกิดการแบ่งออกเป็นหลายฝ่าย สิ่งสำคัญวันนี้คือโอกาสที่ประเทศมีความสงบ มีมาตรฐานของเรา รู้ว่าทุกคนตั้งใจแต่ขอให้เป็นหนึ่งเดียว สร้าง Impact ให้ต่างประเทศเห็นมาตรฐานของเรา
ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไรจะต้องเพิ่มเติมในส่วนใดบ้าง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่มีอะไรเพิ่มเติม แต่ความยากง่ายในการช่วยเหลือนั้น มีน้ำเป็นอุปสรรค ทำให้หน่อยซีลไม่สามารถเข้าไปได้ และในพื้นที่เป็นน้ำโคลน อย่างไรก็ตาม ทหารได้สำรวจด้านบนภูเขาหมดแล้วเพื่อหาปล่อง และมีการเบี่ยงเบนทางน้ำ ซึ่งทำได้พอสมควร ดังนั้น จึงต้องลดระดับน้ำจากด้านบนลงมา และลดระดับน้ำใต้ดินที่จะเข้าถ้ำด้วย ทั้งนี้ ทางการเมียนมา แจ้งว่าหากไทยต้องการความช่วยเหลือก็สามารถประสานได้ทันที ดังนั้น จึงมีทั้งลาว อังกฤษ สหรัฐและพม่ามาช่วย จึงขอขอบคุณชาวต่างชาติ
“วันนี้พอใจเจ้าหน้าที่ เพราะได้เตรียมมาตรการต่างๆ ไว้หมดแล้ว ทั้งการระบายน้ำ การเข้าไปค้นหา พร้อมวางแผนร่วมกันภายใต้ศูนย์บัญชาการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มีหน่วยงานเตรียมพร้อม 24 ชั่วโมง จึงถือเป็นการทำงานแบบประชารัฐ คือรัฐกับประชาชน วันนี้ขอให้ทุกคนช่วยกัน ขอเทพเทวดาทั้งหมด ขอให้ฝนอย่าตกอีกเลย ให้ฟ้าเปิดเถอะ ขอให้ทุกคนมีความสุข คิดว่าประสบความสำเร็จแน่นอน ขอให้ทุกอย่างเรียบร้อย ขอให้ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ด้วยใจ ด้วยแรงรัก ศรัทธา และห่วงใย ใต้ร่มพระบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งท่านทรงติดตามทุกข่าว ดังนั้น การเสนอข่าวอะไรไป ท่านทอดพระเนตรหมด และยังพระราชทานคำแนะนำกลับมาด้วย ในนามของรัฐบาล ขอให้ทุกคนช่วยกันแล้วจะสำเร็จ ขอให้คิดแต่สิ่งดีๆ” นายกฯกล่าว
พร้อมกันนี้ นายกฯยังได้ร่วมทำอาหารกับโรงครัวพระราชทาน และได้นั่งรับประทานอาหารมื้อเที่ยงเป็นข้าวกล่องผัดกะหล่ำปลีหมูยอ ไข่เจียว ร่วมกับผู้ปกครองของเด็กๆ ด้วย ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ


