นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการเผยแพร่รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ประจำปี 2561 (ทิปรีพอร์ต 2018) ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2561 ที่ในปีนี้ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในเทียร์ 2 ซึ่งเป็นการปรับอันดับขึ้นจากปี 2560 ที่ได้รับการจัดให้อยู่ในเทียร์ 2 เฝ้าระวังว่า แม้ว่าทางสหรัฐอเมริกาได้มีการปรับอันดับให้ไทยดีขึ้น แต่การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องทำต่อไปเพราะได้ประกาศเป็นวาระแห่งชาติและดำเนินการมาแล้วกว่า 3 ปี ซึ่งการปรับอันดับในอดีตเคยมีมาแล้ว หลายเรื่อง เช่น องค์กรการบินระหว่างประเทศ(ไอเคโอ) และเรื่องต่างๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องราวเดียวกัน ที่ไทยได้ปรับมาตรฐานมาอย่างต่อเนื่อง
เมื่อถามถึงความพอใจของผลการจัดอันดับที่ไทยอยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้น นายดอน กล่าวว่า อยากเห็นการก้าวกระโดที่ดีกว่านี้ หากไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจก็ต้องทำให้ดีขึ้นกว่าเดิมและค่อยๆทำต่อไป ดีกว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
เมื่อถามถึงการจัดอันดับในเกณฑ์ที่ดีที่สุดในเอเชียของไทยขึ้นมาเป็นเทียร์ 2 ภายในระยะเวลา 2 ปี เมื่อเทียบกับปากีสถานที่ใช้เวลาถึง 4 ปีว่ามาจากปัจจัยเรื่องใด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า ไม่อยากไปเปรียบเทียบกับประเทศใด เพราะไทยถือหลักการว่าจะทำให้ดีที่สุดและจะทำต่อไป ทั้งนี้การดำเนินการของไทยไม่ได้ทำเพื่อตอบสนองเรื่องการจัดทำทิปรีพอร์ตโดยตรง แต่เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ที่รัฐบาลจะต้องดูแลทุกข์สุขของคนไทย ดำเนินการต่อไปเพื่อความสงบสุขของคนไทยและคนต่างชาติ ทั้งเด็ก สตรี หรือคนใช้แรงงานทั่วไปที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยตามหลักสิทธิมนุษยชน
“เพราะไม่อย่างนั้นคำว่าทาสยุคใหม่จะต้องติดตัวเราไปหากเราไม่แก้ปัญหานี้ เพราะการค้ามนุษย์ก็คือการใช้แรงงานคน ขืนใจโดยผิดกฎหมาย ก็เป็นทาสดีๆนี่เอง เพราะฉะนั้นการขจัดปัญหาการค้ามนุษย์หรือทาสในยุคใหม่จะต้องจริงจังเพื่อทำให้ปัญหาหมดไป”นายดอนกล่าว
นายดอน กล่าวว่า การเดินทางเยือนอังกฤษของนายกรัฐมนตรี ได้รับการชื่นชมจากนางเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่ให้ความสนใจในเรื่องการต้านและกำจัดการค้าทาส ซึ่งตรงกับสิ่งที่รัฐบาลจัดให้เป็นวาระแห่งชาติมา 3 ปี และจริงจังกับการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์อยู่ในขณะนี้
เมื่อถามถึงกระแสการเดินทางเยือนสหภาพยุโรปของนายกรัฐมนตรีในช่วงที่ผ่านมามีผลทำให้สถานการณ์การค้ามนุษย์ของไทยดีขึ้นหรือไม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า การเดินทางเยือนยุโรปเป็นเรื่องดี แต่เป็นคนละเรื่องการการจัดอันดับที่ดีขึ้น เพราะต้องยอมรับว่ารัฐบาลนี้ได้ดำเนินการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่ผ่านมา ทั้งการจับกุมเจ้าหน้าที่ระดับสูง ลงโทษตามกฎหมาย ดำเนินการตามหลักการ 5พี ในการกำหนดนโยบายที่ขัดเจน การป้องกัน ปราบปราม จับกุม และดูแลเหยื่อ รวมถึงมีการจัดตั้งศาลขึ้นมาใหม่ เพื่อดูแลเรื่องการค้ามนุษย์โดยเฉพาะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้รับการยอมรับจนเป็นที่ประจักษ์
“เรายืนยันจะทำต่อไป ไม่ใช่ว่าจะต้องหยุดหรือชะลอ แต่จะทำต่อไป เพราะเป็นวาระแห่งชาติ ไม่มีที่สิ้นสุด ยังทำไปได้เรื่อยๆ ตราบเท่าที่ปัญหายังมีอยู่”นายดอน กล่าว

