ทั้งๆ ที่รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 เป้าหมายคือจัดการกับพรรคเพื่อไทย ทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เป้าหมายคือจัดการกับพรรคเพื่อไทย
แล้วทำไมจึงเชื่อว่า พรรคเพื่อไทยจะชนะ “เลือกตั้ง”
น่าแปลกที่ความเชื่อเช่นนี้มิได้มีแต่ นายทักษิณ ชินวัตร เท่านั้นที่ยืนยันไม่ว่าเมื่อมาสิงคโปร์ หรือระหว่างจัดงานวันเกิดให้กับน้องสาวที่ลอนดอน
หากแม้กระทั่งพรรคการเมืองอื่นๆ ก็เชื่อ
ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะเป็นพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นพรรคชาติพัฒนา
ล้วนเชื่อว่า พรรคเพื่อไทยจะได้รับเลือกเป็นอันดับ 1
ลึกๆ แล้วบรรดาพรรคการเมืองในเครือข่าย คสช.และตัว คสช.เองก็เชื่อมั่นว่าหากมีการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยก็จะชนะ
ทำไมจึงเกิดความเชื่อเช่นนี้
จุดที่จะต้องยอมรับ “ร่วมกัน” ก็คือ ความเชื่อเช่นนี้ 1 ประเมินจากชัยชนะของพรรคไทยรักไทย ชัยชนะจากพรรคพลังประชาชน
และ 1 ประเมินจากชัยชนะของพรรคเพื่อไทย
ไม่ว่าจะเป็นชัยชนะของพรรคไทยรักไทยเมื่อเดือนมกราคม 2544 หรือเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2548 ถือได้ว่าเป็นข้อมูล “เก่า”
ชัยชนะของพรรคพลังประชาชนเมื่อเดือนธันวาคม 2550 ก็เป็นข้อมูลเก่าเหมือนกัน
หากจะถือว่าชัยชนะของพรรคเพื่อไทยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554 เป็นข้อมูลที่ “ใหม่” กว่า แต่หากนึกถึงการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ก็ถือได้ว่าผ่านมาแล้วเกือบ 7 ปี
การเชื่อในชัยชนะของพรรคเพื่อไทยจึงย้อนแย้งเป็นอย่างยิ่ง
1 ย้อนแย้งว่ารัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 อาจนำไปสู่การยุบพรรคไทยรักไทย แต่กลับไม่ส่งผลสะเทือนถึงพรรคพลังประชาชน
1 ย้อนแย้งว่ารัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ก็จะเป็นเช่นนั้น
ความเชื่อมั่นอันมาจากภายในพรรคเพื่อไทยสามารถเข้าใจได้ว่า พรรคเพื่อไทยต้องให้เครดิตกับพรรคของตนเองในแบบนี้
แต่ความเชื่อจากพรรคการเมือง “อื่น” ยังน่าสงสัย
ยิ่งหากเป็นความเชื่อจากพรรคการเมืองในเครือข่ายของ คสช.อย่างที่เรียกว่า “พรรค คสช.” ยิ่งน่าสงสัยเป็นทบเท่าทวีคูณ
นี่มิเท่ากับยอมรับ “ความพ่ายแพ้” ตั้งแต่เริ่มต้นหรอกละหรือ
นี่มิเท่ากับยอมรับต่อฐานข้อมูล “เก่า” ตั้งแต่ยุคเมื่อเดือนมกราคม 2544 และเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554 ว่าทรงความหมาย
ทรงความหมายมากยิ่งกว่ารัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
ความเชื่อเช่นนี้จากพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติพัฒนา อาจมีเหตุผลเพราะล้วนแต่เคยพ่ายแพ้มาแล้ว
แต่ที่ “คสช.” พลอยเชื่อไปด้วย น่าวิเคราะห์อย่างยิ่ง
น่าวิเคราะห์ว่าอุตส่าห์ลงแรงยกร่าง “รัฐธรรมนูญ” อย่างเต็มเหยียด เหตุไฉนจึงโอละพ่อแบบนี้ อุตส่าห์ไล่ล่าคนของพรรคเพื่อไทยกระทั่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็กลายเป็น “อีหล่าน้อย ตุหรัดตุเหร่”
เหตุใดพรรคเพื่อไทยยังจะได้ชัยใน “การเลือกตั้ง”
น่าวิเคราะห์ว่า อุตส่าห์ลงแรงปิดตาข้างหนึ่งให้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เดินสาย “ดูด” อย่างเต็มพิกัด เหตุใดยังจะพ่ายแพ้ให้กับพรรคเพื่อไทยอีก
นี่มิใช่จะ “เสียของ” เท่านั้น หากแต่ยังอาจจะ “เสียคน” ด้วยซ้ำไป

