ทันทีปรากฎชื่อเป็น ใน 1 ใน 3 ส. แห่ง”สามมิตร” ส.สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จึงมีความโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง
โดดเด่นเพราะเคยมีชื่อชั้นถึงเลขาธิการพรรคไทยรักไทย
เมื่อขยับทางการเมืองมาเป็น“คีย์แมน“ของพรรคพลังประชารัฐ เดินสายทาบทามอดีตส.ส.ค่ายเพื่อไทยเข้าร่วมหอลงโรงเดียวกัน
จึงเข้าลักษณะ “ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่”กับ“ทักษิณ ชินวัตร“ตัวจริงเสียงจริงแห่งพื่อไทย
อีเวนต์เปิดตัว ส.สุริยะ อย่างเป็นทางการปลายเดือนมิถุนายน ที่สนามกอล์ฟไพน์เฮิร์สท ศูนย์บัญชาการชั่วคราวพรรคสีเขียว
นัดรวมพลเช็คชื่อนักการเมืองที่จะไหลมาร่วมกันภายใต้ร่มเงาพลังประชารัฐครั้งแรก
งานนี้ส.สุริยะเปิดหน้าไม่มีกั๊ก หนุน “บิ๊กตู่” ต่อท่ออำนาจนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีต่อ
มือถือไมค์ประกาศตัวบนเวทีชัด
“อยากสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ต่อไป ผมได้เข้าไปรู้เบื้องลึกที่ท่านจะทำต่อไป
…ทำให้ผมเต็มใจที่จะช่วย พล.อ.ประยุทธ์
ผมไม่ได้ชอบการรัฐประหาร เพราะเคยโดนมาตอนเป็นรัฐมนตรี
แต่ครั้งนี้ได้เห็นความตั้งใจของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าตั้งใจแค่ไหน”
พร้อมสำทับสร้างความมั่นใจให้กับพลพรรคที่จะร่วมลงเรือลำเดียวกันว่า
“ผมเล่นการเมืองมาพรรคเดียวตลอดชีวิตคือ พรรคไทยรักไทย ผมอยู่พรรคไหนพรรคนั้นสบาย ได้เป็นรัฐบาล”
ทำให้นึกถึงท่วงทำนองที่คลับคล้ายคลับคลากับผู้เฒ่าวังน้ำเย็น “เสนาะ เทียนทอง”ที่เคยลั่นวาจา เป็น“ผู้ปั้นนายกรัฐมนตรี“ประมาณนั้น
ย้อนเวลาไปประมาณ 16 ปีที่แล้ว “สุริยะ” เคยนั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และถัดมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
โดยเฉพาะสมัยเป็น“เจ้ากระทรวงหูกวาง”โดนส.ส.ฝ่ายค้าน นำทีมโดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซักฟอกจนคางเหลือง
กรณีจัดซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดCTX ในสนามบินสุวรรณภูมิ
ส.สุริยะ ตอนนั้นต้องอ่านสคริปต์แก้ต่างให้ตัวเองในสภาหินอ่อน
ที่ว่ากันว่า นักการเมืองคนดังเป็นกุนซือเขียนให้
แม้แต่คำอุทาน อย่างดูหมิ่นดูแคลนฝ่ายค้าน ว่า “พุทโธ่ เป็นเพียงข้อมูลเก่า” ยังอ่านตามไม่มีตกหล่น
ถ้าเป็นมวย ประมาณว่าโดนน็อค นับ 10 คาเวทีไปเลย
เพราะตอบโต้หักล้างฝ่ายค้านอย่างทุลักทุเล
หลังจากโดนแช่แข็งทางการเมือง 5 ปีในฐานะกรรมการบริหารไทยรักไทย คดียุบพรรคการเมือง
จนถึงวันนี้ได้“รีเทิร์น”สนามการเมืองอย่างเป็นทางการ
เขย่าขวัญนักการเมืองในค่ายเดิมเคยสังกัด จากหัวแถวถึงท้ายแถว
เพราะในสายตาของนักการเมืองอาชีพ ส.สุริยะ คือความมั่นคงทางการเงิน “หัวจ่าย” พลังสูงที่ทรงประสิทธิภาพ
วันนี้หลายฝ่ายถอนหายใจ การเมืองไทยยังอยู่ในวังวนแบบเดิมๆ ที่ประกาศว่าปฏิรูปนั้น แค่ราคาคุย!

