บิ๊กตู่ ใช้ ม.44 ผ่อนผัน แรงงานต่างด้าว เดินทางกลับบ้าน เทศช่วงสงกรานต์
เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้ออกประกาศคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่15/2559 เรื่อง การผ่อนผันให้คนต่างด้าวสัญชาติ เมียนมา ลาว และกัมพูชาเดินทางกลับประเทศต้นทาง เพื่อร่วมงานประเพณีสงกรานต์ ประจําปี พ.ศ.2559ใ นเดือน เม.ย.ของทุกปี เป็นช่วงเวลาเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ของสหภาพเมียนมาสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งในข้อเท็จจริงได้มีคนของประเทศเพื่อนบ้านดังกล่าวเข้ามาทํางานในประเทศไทยเป็นจํานวนมาก
ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ จึงสมควรผ่อนผันให้คนต่างด้าวดังกล่าว สามารถเดินทางกลับประเทศต้นทางเพื่อไปร่วมงานประเพณีสงกรานต์ หัวหน้าคสช.จึงมีคําสั่งตามความในมาตรา44ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว)ปี2557ให้คนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา ที่มีเอกสาร คนต่างด้าวที่ถือบัตรประจําตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) โดยระบุปีที่หมดอายุ พ.ศ.2557หรือ พ.ศ.2558คนต่างด้าวที่ถือบัตรประจําตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) (ก) ที่มีวันหมดอายุ (ข)วันที่31มี.ค. 2559(ค)วันที่1พ.ย. 2559(ง)วันที่24พ.ย.59(จ)วันที่31ม.ค. 60วันที่22ก.พ. 60และ(ฉ) วันที่ 31มี.ค. 61 เดินทางกลับภูมิลําเนาเพื่อไปร่วมงานประเพณีสงกรานต์ โดยจะต้องเดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักรไม่เกินวันที่ 20 เม.ย.
ทั้งนี้ ยังรวมถึงคนต่างด้าวที่ผ่านการตรวจสัญชาติหรือพิสูจน์สัญชาติทุกกลุ่ม รวมถึงผู้ติดตามซึ่งเป็นบุตรของคนต่างด้าวดังกล่าวที่อายุไม่เกินสิบแปดปี ไม่ว่าจะได้รับการตรวจลงตรา (VISA)หรือการตรวจลงตรา (VISA)หมดอายุ หรือเอกสารหมดอายุ หรือยังไม่เคยได้รับการตรวจลงตรา (VISA) อย่างไรก็ตาม การเดินทางกลับภูมิลําเนาเพื่อไปร่วมงานประเพณีสงกรานต์ ไม่ถือว่าเป็นการออกนอกเขตพื้นที่จังหวัดที่จัดทําทะเบียนประวัติ หรือจังหวัดที่ได้รับอนุญาตให้ทํางาน ตามที่กําหนดในประกาศกระทรวงมหาดไทย และห้ามมิให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินการตามคําสั่งนี้
ใช้อํานาจ ในตําแหน่งโดยมิชอบ ในกรณีที่ปรากฏว่ามีการกระทําการหรือเพิกเฉยหรือละเลยไม่กระทําการหรืองดเว้นกระทําการของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอํานาจสั่งบรรจุของเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้น ดําเนินการทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครองกับพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้นั้นโดยทันที
สั่ง ณ วันที่ 11 เม.ย.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.

