ผู้ตรวจการแผ่นดิน จ่อใช้หลักฐานใหม่ยื่นฟ้องเรียกคืนทรัพย์สิน ปตท. ยันไม่ใช่คดีเก่า เตือนอย่าทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ระบุ เอาท่อก๊าซไปให้เจ้าอื่นเช่าต้องจ่ายคืนรัฐด้วย
เมื่อวันที่ 11 เมษายน ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีราชา วงศารยางกูร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงการยื่นฟ้องคดีเรียกคืนทรัพย์สินปตท.ต่อศาลปกครอง ว่า การดำเนินการของผู้ตรวจการแผ่นดินพบพยานหลักฐานใหม่จำนวนมากว่าคำฟ้องของน.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตส.ว. ที่ก่อนหน้านี้ศาลปกครอง ได้มีคำพิพากษาไปแล้ว ซึ่งหลักฐานใหม่ค้นพบเพิ่มขึ้นจำนวน 58 รายการ มูลค่า 68,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิม 52,000 ล้านบาท ยืนยันว่าคดีนี้เป็นอีก 1 คดี มีเพียงบางเรื่องที่คาบเกี่ยวกับคดีของน.ส.รสนา เท่านั้น จึงขอให้ปตท.อย่านิ่งเฉยทำเป็นทองไม่รู้ร้อน เพราะเรื่องนี้มีความชัดเจนว่ากระบวนการคืนทรัพย์สินไม่เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ผ่านสตง. และไม่มีการนำกลับไปให้ ครม.พิจารณาอีกครั้ง อีกทั้งในส่วนของกรมธนารักษ์ เจ้าหน้าที่ผู้รับมอบทรัพย์สิน ไม่ได้รับมอบหมายจากอธิบดี แต่ไปดำเนินการด้วยตัวเอง จึงทำให้เรื่องนี้มีตำหนิ
นายศรีราชา ยกตัวอย่าง กรณีที่ ปตท. นำท่อแก๊สไปให้เช่า มีผลประโยชน์เข้า ปตท.จำนวนมาก ซึ่งประโยชน์ในส่วนนี้ต้องคืนให้กับรัฐด้วย เพราะเป็นประโยชน์ของแผ่นดิน ที่ได้ไปก็ได้ในช่วงที่เป็นรัฐวิสาหกิจ แต่เมื่อแปรรูปแล้วผลประโยชน์ทุกอย่าง ตกอยู่กับผู้ถือหุ้น จะมาอ้างว่ากระทรวงการคลังถือหุ้นไม่ได้ เพราะกระทรวงกางคลังถือหุ้นไม่ถึงร้อยละ 51 จึงถือว่าเป็นเรื่องของเอกชน
“ หากเขามีสำนึก ก็ต้องคืนมา ผู้ตรวจการแผ่นดินทำตามหน้าที่ เมื่อมีผู้ร้องมาก็ต้องตรวจสอบให้ดีที่สุด อะไรที่เป็นของรัฐก็ต้องคืนมา อะไรที่ก็ตามที่เป็นเงินก็ต้องคืนมา ปตท.อาศัยอำนาจรัฐทุกอย่าง ไปดำเนินการ ดังนั้นทุกอย่างทุกอย่างต้องเป็นของรัฐ” นายศรีราชา

