สัญญะ ต่อท่อ ปม ‘ลากพิษ’ ติดหาง จาก ‘สามมิตร’

6.07.18 | 22:30 น.

เหมือนกับว่า การเคลื่อนไหวของ “กลุ่มสามมิตร” ในการดูดเอาอดีต ส.ส.อดีต ส.ว. จะมีเป้าหมายเพื่อสร้าง ความแข็งแกร่งให้กับ “พรรคพลังประชารัฐ”

แต่ถามว่า “เป้าหมาย” ของพรรคพลังประชารัฐคืออะไร

คำตอบไม่ว่าจะออกมาจาก นายจวน ชูจันทร์ ผู้จดแจ้งชื่อพรรคพลังประชารัฐต่อ กกต. ไม่ว่าจะมาจากบรรดาลูกหาบที่ถูกกวาดต้อนไปอยู่กับ “กลุ่มสามมิตร”

ตรงกัน

นั่นก็คือ เห็นด้วยกับการสืบทอดอำนาจของ คสช. เห็นด้วยกับการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป

Advertisement

ตรงนี้แหละที่อาจจะกลายเป็น “ปัญหา” ในอนาคต

เพราะเท่ากับหากว่าพรรคพลังประชารัฐสามารถบรรลุเป้าหมายได้ ก็เท่ากับบีบบังคับให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องรับผิดชอบกับทุกการกระทำจาก ณ วันนี้ จนถึงวันเลือกตั้ง

ไม่ว่าจะจาก “กลุ่มสามมิตร” ไม่ว่าจะจาก “พรรคพลังประชารัฐ”

อย่าคิดง่ายๆ ว่าเมื่อใครประกาศแสดงการสนับสนุน แสดงการหนุนเสริมจะเป็นความรับผิดชอบของใครคนนั้น เจ้าตัวที่ได้รับการสนับสนุนไม่จำเป็นต้องไปรับผิดชอบด้วย

ที่สำคัญก็คือ บทบาทและสิ่งที่เป็นอยู่ของคนคนนั้น

อย่าคิดว่าเมื่อเสียงสนับสนุนดังมาจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แล้วก็เป็นเรื่องของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

มิใช่เรื่องของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

อย่าคิดว่าเมื่อทั้ง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายสมศักดิ์ เทพสุทินต่างเรียงแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่งมายกย่องผลงานและความล้ำเลิศของ คสช.และของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นับแต่เดือนพฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา

\จะเป็นเรื่องของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และเป็นเรื่องของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน

หน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือ นั่งรอเสลี่ยงที่ท่านเหล่านั้นจะนำมามอบให้และขึ้นไปนั่งให้พวกเขาหามแห่

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ มิได้มาคนเดียว ตรงกันข้าม ยังมาพร้อมกับ “มวลมหาประชาชน” ยังมาพร้อมกับวีรกรรมหาญกล้า

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การ “ชัตดาวน์”

ไม่เพียงแต่ยึดสถานที่ราชการ หากแต่ยังล้อมคูหาเพื่อยับยั้งมิให้การเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2557 ดำเนินไปด้วยความราบรื่น

เช่นเดียวกับ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า 2 ท่านนี้เคยสัมพันธ์กับพรรคกิจสังคมในยุคของ นายมนตรี พงษ์พานิช อย่างไร และสัมพันธ์กับพรรคไทยรักไทยอย่างไร

คำว่า “รัฐมนตรีเรียงหิน” คงมิได้ว่าได้มาอย่างง่ายดาย คำว่า “รัฐมนตรี GTX” คงมิได้ว่าลอยมาจากความว่างเปล่า

นี่คือสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาต้องมี “คำอธิบาย”

หากมองจากทางด้าน คสช. หากมองจากทางด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ คล้ายกับว่าทุกอย่างราบรื่น

ราบรื่นยิ่งกว่ายืนอยู่บนเนินเขา

เพียงแต่ยังคงคำสั่ง ไม่ยอมให้มีการปลดล็อก “พรรคการเมือง” ขณะที่การเคลื่อนไหวโดย “กลุ่มสามมิตร” ก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น การสร้างพรรคพลังประชารัฐก็ฉลุยเหมือนเรือใบแล่นตามสายลม คสช.ก็คอยแต่จะหยิบชิ้นปลามัน

เท่านั้นจริงละหรือ