จับสัญญาณ‘การเมือง’ วัน‘เลือกตั้ง’เริ่มชัด 24 ก.พ. 62

8.07.18 | 12:00 น.

มีความเป็นไปได้อย่างสูงว่า การเลือกตั้งจะมีขึ้นตามกำหนดแรก

วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562

ทั้งนี้ เพราะความเคลื่อนไหวในขณะนี้ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งต่างทำหน้าที่บนหน้าตักตัวเองอย่างแข็งขัน

ขณะที่รอประกาศใช้ พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส. และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ประกาศใช้ รัฐบาลได้เริ่มขยับเข้าหาพรรคการเมือง

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ประชุมร่วมกับตัวแทนจาก กรธ. กกต. และ สนช. ไปเมื่อปลายเดือนมิถุนายน เพื่อหารือเกี่ยวกับกระบวนการจัดการเลือกตั้ง

Advertisement

ต่อมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นั่งเป็นประธานการหารือกับพรรคการเมือง

สรุปวันเลือกตั้งออกมา โดยกำหนดเร็วสุดวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ช้าสุดวันที่ 5 พฤษภาคม 2562

แต่ดูเหมือนว่า 24 กุมภาพันธ์ จะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

ขณะที่รัฐบาลดำเนินการประชุมพรรคการเมืองไปแล้ว และมีกำหนดจะหารือเรื่องกระบวนการจัดการเลือกตั้งเพิ่มเติม

โดยเฉพาะประเด็นไพรมารีโหวต ที่เกี่ยวพันกับสมาชิกพรรคนั้นก็มีกำหนดการพูดคุย พร้อมทั้งมีข้อเสนอเอาไว้ให้

รอเพียงฝ่ายที่เกี่ยวข้อง “เคาะ” ว่าจะให้มีการเลือกตั้ง “ไพรมารีโหวต” หรือไม่

หากมีจะให้เป็นไปตามกฎหมายคือ ต้องใช้สมาชิกประจำจังหวัดเลือก

หรือจะใช้แค่ระดับภาคก็เพียงพอ

ส่วน กกต.ชุดใหม่ ทาง สนช.กำหนดนัดบรรจุเพื่อโหวตรับรองเอาไว้ภายในสัปดาห์นี้

หากได้ตัว กกต. “การกำหนดเขตเลือกตั้ง” กันใหม่น่าจะเดินเครื่องได้

เขตเลือกตั้งนี้ เป็นพื้นที่ที่บรรดา ส.ส.เฝ้ารอ เพราะการขีดเส้นพื้นที่ใหม่ หมายถึงการแบ่งหัวคะแนนในพื้นที่

และเป็นลายแทงสำคัญที่พรรคการเมืองสนใจ

เพราะ “เขตเลือกตั้ง” เป็นอีกปัจจัยที่มีผลต่อชัยชนะหรือความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง

ส่วนพรรคการเมืองซึ่งเป็น “ตัวละคร” สำคัญนั้น เคลื่อนไหวมานานแล้ว

การเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองนั้นลงลึกและเป็นไปอย่างต่อเนื่องหลังจาก กกต.รับจดแจ้งชื่อพรรคใหม่

เช่นเดียวกับพรรคการเมืองเก่าก่อนสมัยการรัฐประหารก็เริ่มออกมาแสดงบทบาทมากขึ้นกว่าเดิม

พรรคใหม่ที่โดดเด่น มีชื่อ “พรรคอนาคตใหม่” ที่มี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นหัวหน้า

พรรคเก่าที่โดดเด่น ยังมีชื่อ “ประชาธิปัตย์” และ “เพื่อไทย” เป็นตัวชูโรงอยู่

พรรคประชาธิปัตย์เปิดตัวดัง เมื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคให้สัมภาษณ์เมื่อมีการสอบถามถึงนายกฯคนนอก

“ใครไม่สนับสนุนหัวหน้าประชาธิปัตย์ ก็ให้ไปอยู่พรรคอื่น”

เป็นคำตอบที่แสดงเจตนาว่า ไม่สนับสนุน “คนนอก”

หลังจากนั้นนายอภิสิทธิ์ก็เดินหมากแข่งขันกับคู่แคนดิเดตทางการเมือง

ในจำนวนนี้มี คสช. และพรรคที่สนับสนุน คสช. รวมอยู่ด้วย

และการเปิดตัวของนายอภิสิทธิ์ ตลอดจนการเดินหมากหลังจากนั้น

ทำให้พรรคประชาธิปัตย์เริ่มมีปัญหาการประสานงาน

โดยเฉพาะการประสานงานกับ คสช.

อีกพรรคการเมืองหนึ่งที่เป็นแชมป์เก่า คือพรรคเพื่อไทยซึ่งมีข่าวคราวว่าได้รับผลกระทบจากพรรคการเมืองใหม่ฝั่ง คสช. อยู่ไม่ใช่น้อย

พรรคเพื่อไทยมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นระยะ และดูเหมือนว่าความเคลื่อนไหวเหล่านั้นจะถูกสกัดอยู่เนืองๆ

แม้แต่การแถลงข่าวประเมินผลการทำงานของรัฐบาลและ คสช.ครบรอบ 4 ปี

สุดท้ายก็ถูกแจ้งข้อหา

ขณะเดียวกัน มีกระแสข่าวว่าสมาชิกพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นแชมป์เก่าได้ถูกทาบทามให้ย้ายพรรคออกไปกันเป็นจำนวนมาก

การทาบทามที่ว่า มีกลเม็ดมากมาย ทั้งให้เงิน ต่อรองคดี ให้ตำแหน่ง และอื่นๆ

กระทั่ง ทักษิณ ชินวัตร ที่อยู่ต่างแดนต้องปรากฏโฉมและพูดจาข้ามประเทศกลับมาเผยแพร่ในไทยอยู่บ่อยครั้ง

ทั้งนี้ ก็เพื่อดึงสมาชิกของพรรคที่กำลังจะย้ายล้มเลิกความคิด

ทั้งนี้ เพราะหลังจากทักษิณ ชินวัตร ต้องคดีและหลบหนีไปอยู่ต่างประเทศ พรรคเพื่อไทยก็มีความเคลื่อนไหวภายในมาโดยตลอด

กลุ่มการเมืองภายในพรรคตั้งคำถามถึงการดำรงอยู่ และการต่อสู้กันบนวิถีการเมือง

ล่าสุด มีข่าวคราวเกี่ยวกับการวางตัวหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ซึ่งยังตกลงกันไม่ได้

น่าสังเกตว่า หลังจากที่ทักษิณวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการดูด ส.ส. จนมีผู้ตั้งประเด็นเพื่อเชื่อมโยงไปยังการยุบพรรคเพื่อไทย

ทักษิณก็เริ่มระวังตัว เพราะรู้ว่ากลไกในประเทศที่ไม่เห็นด้วยกับทักษิณนั้นยังมีอยู่

กลไกดังว่าสามารถทำให้พรรคเพื่อไทยเจ็บตัว

สําหรับพรรคที่สนับสนุน คสช. แม้จะมีอยู่หลายพรรค แต่พรรคพลังประชารัฐดูจะมีชื่อเสียงติดหูขึ้นมาแล้ว

ติดหูเพราะมีข่าวว่า รัฐมนตรีของรัฐบาลชุดปัจจุบันจะไปเป็นแกนนำด้วย

ติดหูเพราะมีข่าวว่า กลุ่มสามมิตรของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน จะนำสมาชิกเข้าสนับสนุน

สมาชิกที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าวมีข้อครหาว่า “ดูด” มาจากพรรคการเมืองอื่นๆ

เสียงบ่นจากพรรคการเมืองเก่า ทั้งเพื่อไทย ประชาธิปัตย์และอื่นๆ ดังกระหึ่ม

อาทิ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ลาออกจากผู้อำนวยการพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีข่าวว่าจะไปเป็นผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ

และยังมีข่าวว่า “คลื่นลูกใหม่” ของพรรคประชาธิปัตย์ก็จะยกไปกัน

ขณะที่ข่าวคราวการเชิญ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข พรรคเพื่อไทยที่จังหวัดเลย ก็หันไปอยู่กับกลุ่มสามมิตร ที่สนับสนุนพรรคพลังประชารัฐแล้ว

เช่นเดียวกับพรรคการเมืองเดิมอื่นๆ ที่ต้องสดับฟังข่าว “การดูด” ส.ส.ในสังกัดตัวเองตลอดเวลา

ขณะนี้ทุกสายตาจับจ้องไปที่พรรคพลังประชารัฐ

รอวันที่มีการประชุมพรรคที่จะมีบรรดา ส.ส.ปรากฏตัว

วันนั้นจะได้รู้ว่า พลังประชารัฐจะทำภารกิจสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯอีกครั้งได้สำเร็จหรือไม่

ดังนั้น จากกฎกติกาที่ร่างเสร็จแล้ว และกำลังจะเสร็จ เมื่อผนวกกับเจ้าหน้าที่และพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องแล้วแสดงว่าการเลือกตั้งกำลังใกล้เข้ามา

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 อาจเป็นวันที่ประชาชนคนทั้งชาติจะได้ออกไปเลือกตั้ง

ออกไปตัดสินว่า ใครจะเป็นผู้เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินต่อจากรัฐบาลชุดนี้

ออกไปตัดสินว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งบอกว่าเดือนกันยายนนี้จะประกาศอนาคตทางการเมืองของตัวเองให้ชัดนั้น จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกหรือไม่

ทุกอย่างยังรอการตัดสินใจบนวิถีประชาธิปไตย ที่มีการเลือกตั้งเป็นเครื่องมือ