‘มาร์ค’ ไม่หวั่น รปช. แย่งฐานเสียงภาคใต้ บอกเป็นเรื่องปกติ ต้องแข่งตามครรลอง

7.07.18 | 12:15 น.

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ที่ลานหินโค้ง วัดชลประทานรังสฤษดิ์ ปากเกร็ด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาร่วมอวยพรนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย และให้สัมภาษณ์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ว่า ความสัมพันธ์ส่วนตัวไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพราะเคยร่วมงานเคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา ส่วนเรื่องการเมืองก็เป็นเรื่องต่างหากออกไป ต่างคนต่างทำหน้าที่ เมื่อมีพรรคการเมืองเกิดขึ้นมาใหม่ ก็ต้องแข่งขันกันไปตามครรลอง ถือเป็นเรื่องธรรมดา

เมื่อถามถึงฐานเสียงในพื้นที่ภาคใต้ที่อาจถูกแบ่งออกไป นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ทุกพรรคต่างก็แย่งฐานเสียงกันทั้งหมดอยู่แล้วทั้งประเทศ ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เราเพียงหวังว่าในวันข้างหน้าการแข่งขันทางการเมืองจะเป็นการแข่งขันที่ไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้นอีก

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้มีการเช็กชื่อหรือยังว่าในพื้นที่ภาคใต้มีใครที่แสดงเจตนารมณ์ย้ายพรรคบ้าง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าสมาชิกพรรคแต่ละคนก็ต้องตัดสินใจเลือกแนวทางทางการเมืองของตัวเอง ที่ผ่านมาในช่วงเดือนกว่าๆ แต่ละคนก็มีการตกผลึก มีความชัดเจนของตัวเองแล้ว อย่างที่ จ.สุราษฎร์ธานี มีอดีต ส.ส.สองคน รวมทั้งที่จันทบุรี มีความชัดเจนแล้ว ส่วนที่เหลือยังไม่มีอะไรเพิ่มเติม ในส่วนของนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นั้นก็ยังยืนยันว่าจะยืนอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ มีการพูดคุยเรียบร้อยแล้ว ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ส่วนของนายณัฐพล ทีปสุวรรณ นั้นอยู่ระหว่างการตัดสินใจ

เมื่อถามว่าในส่วนของเขตพื้นที่เลือกตั้งที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงใหม่จะมีผลกระทบต่อการตัดสินใจการย้ายพรรคของอดีต ส.ส.หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คงเป็นเพียงส่วนน้อย มีเพียงบางจังหวัดเท่านั้นที่เขตเลือกตั้งลดลงและอาจจะมีการทับซ้อนกันบ้าง ถึงวันนี้ยังไม่ทราบว่าเขตเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร อย่างที่ จ.นครศรีธรรมราชก็มีข่าวเพียงว่าจะลดเขตเลือกตั้งลง ก็ต้องมีการขีดแบ่งเส้นเลือกตั้งกันใหม่

Advertisement

เมื่อถามว่าในพื้นที่ภาคใต้ ชื่อของนายสุรเชษฐ์ แวอาแซ และนายเจ๊ะอามิง โต๊ะตาหยง ยังอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปถามเจ้าตัว สำหรับนายสุรเชษฐ์ก็เคยปรารภอยู่บ้าง แต่ยังไม่ 100%

เมื่อถามว่าจะพิจารณาให้คนเก่าของพรรคลงสมัครก่อนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขณะนี้เขามีไพมารีโหวตแล้ว ซึ่งวันนี้แม้จะยังไม่ชัดเจน แต่ถ้าเขียนไว้ในกฎหมายเราก็พร้อมที่จะเดินหน้าคือตั้งสมมุติฐานว่าเป็นไปตามกฎหมาย

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันโดยเฉพาะเรื่องการดูดสมาชิกซึ่งเป็นนักการเมืองเก่าเข้าไปอยู่ร่วมของกลุ่มสามมิตร ว่า “ผมเป็นห่วงหลังการเลือกตั้งมากกว่า ผมอยากให้การเมืองเดินหน้าหลังจากการเลือกตั้งได้ ไม่อยากให้มีปัญหาความขัดแย้งขึ้นมาอีก โดยเฉพาะการเผชิญหน้ากันระหว่างประชาชนกับกลุ่มต่างๆ เพราะระบบยังมีความลักลั่นอยู่ เนื่องจากยังมีสมาชิกวุฒิสภาอยู่อีก 250 คน ก็ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้ง”

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า เรื่องที่สองที่สำคัญอีกเรื่องก็คือหลังเลือกตั้งแล้วประชาชนคาดหวังว่าเราจะหลุดพ้นจากเรื่องเก่าๆ เพราะขณะนี้เศรษฐกิจมีปัญหาอย่างมาก เรื่องปากท้องและความเหลื่อมล้ำ ประชาชนอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม จึงอยากให้พรรคการเมืองต่างๆ คิดถึงเรื่องเหล่านี้มากๆ ภาพเรื่องการดูด เรื่องการเสนอหรือการต่อรอง เป็นสิ่งที่ประชาชนเบื่อหน่าย และจะเป็นการตอกย้ำว่าถ้าการเมืองยังเป็นแบบนี้ แล้วเมื่อไหร่อนาคตของประชาชนและประเทศจะลืมตาอ้าปากได้ ดังนั้นถ้าใครยังทำเรื่องเก่าๆ แบบนี้ ขอร้องอย่าทำเลย เกรงใจประชาชนกันบ้าง

ผู้สื่อข่าวถามว่ามองอย่างไรที่มีกระแสข่าวว่าซีกรัฐบาลปัจจุบันที่มีกระแสข่าวตั้งเป็นพรรคการเมืองได้เปรียบเนื่องจากมีการสร้างเงื่อนไขเพื่อดูด ส.ส.เข้าไปเป็นสมาชิกพรรค นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อย่างที่เคยบอกว่า ถ้าทำการเมืองให้เป็นเรื่องการต่อรอง แลกเปลี่ยนผลประโยชน์ คนก็จะเบื่อหน่าย ทั้งนี้ไม่ติดใจว่าใครจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบ แต่มองว่าถ้าทำเหมือนเดิม ประเทศไทยและคนไทยจะเสียหายต่อไป เรื่องนี้ถือว่าสำคัญ และที่สำคัญคือ การเมืองจะปฏิรูปไม่ได้ ถ้าเราไม่เริ่มต้นด้วยการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันประกาศอยู่ตลอดเวลาว่าเข้ามาทำหน้าที่เพื่อการปฏิรูป ก็ต้องปฏิบัติให้เห็นว่ามีความตั้งใจที่จะให้เป็นไปตามนี้จริงๆ