เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการประสานข้อมูลสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าในช่วงวันที่ 7-12 กรกฎาคม บริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานีขึ้นมามีกำลังแรง คลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร ส่งผลให้บริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ซึ่งปริมาณฝนที่ตกสะสมในพื้นที่อาจทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลาก ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสาน 15 จังหวัด ภาคกลาง 2 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ภาคตะวันออก 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ 9 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี พัทลุง ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 4 ประจวบคีรีขันธ์ เขต 11 สุราษฎร์ธานี เขต 12 สงขลา และเขต 18 ภูเก็ต เตรียมพร้อมอย่างต่อเนื่อง จัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็วและเครื่องมืออุปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที พร้อมทั้งแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งในช่วงวันที่ 7-12 กรกฎาคม
นายชยพลกล่าวว่า นอกจากนี้ได้กำชับให้ประสานหน่วยงานเจ้าท่า ประมง และตำรวจน้ำออกลาดตระเวนแจ้งเตือนการเดินเรือทุกประเภท ทั้งเรือเล็ก เรือประมง เรือท่องเที่ยว เรือข้ามฟาก และเรือเฟอร์รี่ ให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง และงดการเดินเรือหากทะเลมีคลื่นสูงและกำลังแรง รวมถึงเน้นย้ำให้มีการตรวจสภาพความพร้อมและความปลอดภัยก่อนออกเรือทุกครั้ง ทั้งความพร้อมของพนักงานขับเรือและพนักงานประจำเรือ และตรวจสอบให้มีอุปกรณ์ชูชีพประจำเรืออย่างเพียงพอ สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก ขอให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด ส่วนชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ ตลอดจนนักท่องเที่ยวควรงดการประกอบกิจกรรมทางทะเลทุกประเภท เนื่องจากขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ทะเลจะมีคลื่นลมแรง ก่อให้เกิดอันตรายได้ ทั้งนี้สามารถติดต่อแจ้งเหตุและติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสาขาในพื้นที่ หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชม. เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

