ปฏิบัติการช่วยค้นหาโค้ชและนักฟุตบอลเยาวชนทีม”หมูป่าอะคาเดมี่” ทั้ง 13 ชีวิต ที่เข้าไปติดในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา แม้ประชาชนทั้งประเทศจะรู้สึกโล่งใจมาได้เปลาะหนึ่ง คือทีมนักดำน้ำจากประเทศอังกฤษที่ประสานงานกับทีมหน่วยซีลของกองทัพเรือได้พบเยาวชนและโค้ชทั้ง 13 ชีวิตว่ายังมีความปลอดภัย
แผนการปฏิบัติต่อไปคือการนำทั้ง 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมี่ ออกมาจากถ้ำหลวงฯกลับคืนสู่อ้อมอกของครอบครัวให้มีความปลอดภัยมากที่สุด
ปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมี่ ภาพรวมในการช่วยเหลือทั้งหมด ทั้งมวล ทุกคน ทุกฝ่าย คือ “ฮีโร่” แต่ในสถานการณ์ย่อมสร้างผู้นำ โดยเฉพาะบทบาทของ “ผู้ว่าฯหนึ่ง” ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่โยกย้ายข้าราชการระดับผู้ว่าราชการจังหวัดเมื่อ วันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา
แต่ปัจจุบันผู้ว่าฯณรงศักดิ์ ยังคงเป็น ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จนกว่าภารกิจครั้งนี้จะสำเร็จลุล่วงนำทั้ง 13 ชีวิตออกมาจากถ้ำได้ตามคำสั่งของกระทรวงมหาดไทย
บทบาทการเป็นผู้บัญชาการศูนย์ฯ ของผู้ว่าฯณรงศักดิ์ ต้องถือว่าได้คนทำงานถูกที่ ถูกเวลา กับการทำหน้าที่ผู้บัญชาการเหตุการณ์ที่ต้องใช้ทักษะการบริหารจัดการบุคลากรนับพันคนจากหลายหน่วยงานให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน ตามแผนงานที่วางเอาไว้ ทั้งแผนระยะสั้น ระยะยาว แผนหลักและแผนรอง
รวมทั้งการสื่อสารผ่านสื่อมวลชนแบบชัดเจนตรงไป ตรงมา เคลียร์ทุกประเด็นข้อสงสัยทั้งข่าวเท็จ ข่าวลือ เพื่อให้การทำงานเป็นไปตามเป้าหมายหลักที่วางไว้
ในแวดวงคนมหาดไทย แม้ผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์ จะไม่ได้อยู่ในวัฒนธรรมของสิงห์สีต่างๆ ที่ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย รับรู้และแบ่งเป็นสิงห์สีต่างๆ เช่น “สิงห์ดำ” คือ คนที่จบจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย “สิงห์แดง” คือ คนที่จบจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ “สิงห์ขาว” คือ คนที่จบจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ “สิงห์ทอง” คือ คนที่จบจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
แต่ผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์ แม้จะไม่ได้จบมาจากรั้วของสิงห์สีต่างๆ เพราะจบมาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต (วิศวกรรมโยธา) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ.2528 ตามด้วยปริญญาตรีอีก 3 คณะ โดยจบนิติศาสตร์บัณฑิต พ.ศ.2536 พร้อมประกาศนียบัตรกฎหมายการที่ดินและทรัพย์สิน พ.ศ.2535 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เทคโนโลยีบัณฑิต (เทคโนโลยีสารสนเทศธุรกิจ) มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ.2545 รัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ.2556 รวมทั้งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการสำรวจ ในสาขาวิศวกรรมสำรวจและสารสนเทศภูมิศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตท พ.ศ.2531 อีกด้วย
แต่การทำงานในกระทรวงมหาดไทยก็ทำได้ครบเครื่อง โดยก่อนที่นายณรงค์ศักดิ์ จะมารับหน้าที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเมื่อเดือนเมษายน 2560 เคยผ่านการทำหน้าที่ทั้ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เขตตรวจราชการที่ 7 (ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง), ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมสำรวจของกรมที่ดิน, ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีทำแผนที่ของกรมที่ดิน, ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลแผนที่ของกรมที่ดิน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นบัญชีของกระทรวงการคลัง และเคยเป็นทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมสำรวจของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า
แม้การทำงานของผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์ จะยึดแนวตงฉิน ยอมหัก ไม่ยอมงอ ยึดความถูกต้อง บางครั้งอาจไม่เป็นที่พอใจของหน่วยงานที่ต้องทำงานเป็นกลไกเดียวกันกับจังหวัด อย่างหน่วยงานของท้องถิ่น จนหลายฝ่ายมองว่าอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ถูกย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา
ในเรื่องการโยกย้าย คนในมหาดไทยต่างรับรู้กันดีว่าการย้ายจากจังหวัดใหญ่ไปจังหวัดที่เล็กกว่า ดูจะเป็นการลดชั้น ถูกลงโทษ แม้จะสวนทางกับเหตุผลในการโยกย้ายของผู้บริหาร คือเพื่อความเหมาะสม เป็นไปตามวงรอบการโยกย้ายปกติแต่ผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์ ก็ไม่หวั่นไหวพร้อมกับยืนว่า “อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้และจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด”
สอดรับคำให้กำลังใจของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ที่ระบุว่า “ผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์ เป็นคนมีความสามารถ คนดี คนเก่งอยู่พื้นที่ไหน ที่นั่นก็เจริญ”
พร้อมกับเน้นย้ำการทำงานของผู้ว่าราชการทุกจังหวัดโดยยึดโยงกับการทำหน้าที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจากเหตุการช่วยทั้ง 13 ชีวิตที่ติดถ้ำด้วยว่า “ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องทำงานแบบบูรณาการกับทุกหน่วยงานให้ได้ ต้องทำงานให้เหมือนเป็น นายกฯของจังหวัดนั้น”
ส่วนการทำงานของระบบราชการจะเป็นไปตามที่นายกฯ และที่ทุกฝ่ายคาดหวัง ในยุคการปฏิรูปประเทศทุกด้านได้มากน้อยเพียงใดนั้น ผลงานจะเป็นเครื่องพิสูจน์

