กรณี “พลังดูด” จากพรรคพลังประชารัฐประสานเข้ากับบทบาทอันโดดเด่นของกลุ่มสามมิตร
ทั้งๆ ที่มีการปฏิเสธอย่างเด่นชัด
ไม่ว่าจะมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะมาจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
“จะไปดูดให้เมื่อยปากทำไม”
กระนั้น คำถามในทางสังคมก็ยังวนๆ เวียนๆ อยู่รอบหูของทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือแม้กระทั่ง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์
ทำไม
หากฟังแต่ละถ้อยคำอันมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความแจ่มชัด
“ใครจะไปดูดเชิญดูดกันมาแล้วกัน ผมไม่ได้ไปดูดกับใคร”
แจ่มชัดจากเพียงประโยคนี้ประโยคเดียวที่พูดในการไปเปิดอาคารโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง
กระนั้น ภายในความแจ่มชัดก็มีเงื่อนแง่ง
เหมือนกับเงื่อนแง่งอันมาจากการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
“เขารู้จักแล้วจะคุยกันไม่ได้หรืออย่างไร”
เป้าหมายอาจเพียงต้องการ “เคลียร์” ให้กับเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ที่เข้าไปแสดงบทบาทร่วมใน “การดูด”
แต่ก็ฉายสะท้อน “ความเป็นจริง” ออกมา
เพราะบรรดาคนที่มีบทบาทใน “การดูด” ไม่ว่าจะเป็น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่ว่าจะเป็น นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ล้วนมิได้เป็นคนแปลกหน้า
อย่างน้อยก็เคยเป็น “รัฐมนตรี” ในพรรคเดียวกัน
อย่างน้อยก็เคยเป็น “เลขาธิการ” ในพรรคเดียวกันมา
อย่าได้แปลกใจหากประโยคหนึ่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะออกมาเป็น “ใครจะดูดเชิญไปดูดกันมาแล้วกัน”
เด่นชัดว่าบรรยากาศแห่ง “การดูด” ในขณะนี้ ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อยู่ในสถานการณ์ “ขึ้นบนภู” ขณะที่บรรดา “นักดูด” ก็อยู่ในบท
“พี่ไม่ต้อง น้องทำเอง”

