เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานงาน คณะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ได้ทำเอกสารข่าวชี้แจง กรณีนายวันชัย บุนนาค ทนายความอิสระ ยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้ดำเนินคดีกับธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และอดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ทั้ง 5 คน ประกอบด้วย นายวิโรจน์ นวลแข, ร้อยเอก สุชาติ เชาว์วิศิษฐ, นายมัชฌิมา กุญชร ณ อยุธยา, นายชัยณรงค์ อินทรมีทรัพย์ และนายอุตตม สาวนายน ในความผิดฐานฟอกเงิน คดีการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยให้เครือกฤษดามหานคร เพื่อนำไปชำระคืนเจ้าหนี้เดิม คือ ธนาคารกรุงเทพ เป็นการกระทำความผิดและคดีถึงที่สุดแล้ว และได้พิพากษาแล้วว่า การนำเงินกู้ที่ได้ไปใช้ผิดประเภท ในคดีดังกล่าวเป็นคดีมูลฐาน เข้าข่ายการกระทำความผิดทางอาญาฐานฟอกเงิน และไม่มีกฎหมายใดยกเว้นไว้ว่า บุคคลใดที่เข้าข่ายการกระทำความผิดฐานฟอกเงินนั้น หากถูกดำเนินคดีอาญาแล้ว จะได้รับการยกเว้นโทษในคดีความผิดฐานฟอกเงินด้วย อีกทั้งธนาคารกรุงเทพได้ออกหนังสือปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ซึ่งเป็นที่มาของการลดหนี้ และนำเงินไปใช้ผิดประเภท เข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงินกว่า 3,300 ล้านบาท กระจายไปยังบุคคลต่างๆ มากกว่า 100 ราย แต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าคณะกรรมการ ปปง. เลือกดำเนินคดีร้องทุกข์กับบุคคลที่เข้าข่ายกระทำความผิดเพียงบางรายเท่านั้น โดยไม่ดำเนินคดีกับธนาคารกรุงเทพ และอดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นต้นเหตุของการฟอกเงิน
ทั้งนี้ที่ผ่านมาตนได้เดินทางมายื่นหนังสือพร้อมพยานหลักฐาน ให้ดีเอสไอดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้วกว่า 10 ครั้ง แต่ยังไม่พบว่าดีเอสไอจะดำเนินการอย่างไร โดยเฉพาะการเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการตรวจสอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งในประเด็นดังกล่าวอาจทำให้สังคมตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ ดำเนินคดีกับบุคคลบางกลุ่มเท่านั้น
โดยเอกสารระบุว่า กรณีดังกล่าว ดีเอสไอ พบว่า นายวันชัยได้ยื่นเรื่องมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2558 และพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำ รวมทั้งได้หารือไปยังอัยการสูงสุดว่า ดีเอสไอมีอำนาจดำเนินคดีอาญากับกรรมการธนาคารกรุงไทยอีก 2 คน ที่ยังไม่ถูกดำเนินคดีโดย ป.ป.ช. คือ 1.นายชัยณรงค์ และ 2.นายอุตตม ได้หรือไม่
ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุดมีหนังสือตอบข้อหารือ เลขที่อส.0010.4/6358 ลงวันที่ 23 มิถุนายน 2559 แจ้งว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษไม่มีอำนาจดำเนินคดี ส่วนคดีฐานฟอกเงินนั้น บุคคลดังกล่าวเกี่ยวข้องในชั้นการพิจารณาอนุมัติเงิน อันเป็นคนละขั้นตอนกับการโอน รับโอน หรือดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำผิดอันจะเป็นความผิด จึงไม่มีการดำเนินคดีฐานฟอกเงิน อย่างไรก็ตามกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีหนังสือส่งคำกล่าวโทษของนายวันชัย เรื่องกรรมการทั้ง 2 คนไปยังสำนักงาน ป.ป.ช.เพื่อพิจารณาแล้ว
ส่วนเรื่องของธนาคารกรุงเทพฯ ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งมีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลตามกฎหมาย ได้ตรวจสอบไม่พบความผิดปกติในการดำเนินการของธนาคารฯ กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงมิได้ดำเนินคดี ซึ่งประเด็นของนายวันชัยฯ ทั้งหมด กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีหนังสือแจ้งผลการดำเนินการให้นายวันชัยฯ ทราบแล้ว ตามหนังสือ เลขที่ ยธ 0812/1368 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2559 คำร้องที่ยื่นมานี้เป็นข้อเท็จจริงเดียวกัน


