กฎหมาย ป.ป.ช.ให้อำนาจรัฐ สั่งเอกชนร่วมมือให้ข้อมูลนาฬิกาหรู ‘บิ๊กป้อม’ ได้

วิญญัติ ชาติมนตรี

ทนายวิญญัติ ชี้ กฎหมาย ป.ป.ช.ให้อำนาจรัฐสั่งเอกชนให้ความร่วมมือนาฬิกาหรู “บิ๊กป้อม” ได้ ระบุกฎหมายสันนิษฐานผู้ครอบครองคือเจ้าของ ยกเคส คำพิพากษาศาลฎีกาฯนักการเมือง รถโฟล์ก “สุพจน์ ทรัพย์ล้อม” เทียบเคียง จี้เวลาผ่านไป 1 ปี ทำได้เเค่นี้ยุบทิ้งเสียดีกว่า เสียดายงบประมาณ

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ (สกสส.) ได้โพสต์เฟซบุ๊กเเสดงความเห็นถึงกรณี ที่มีกระเเสข่าวว่า ป.ป.ช.ไม่สามารถพิจารณาคดีการไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ซึ่งเป็นนาฬิกามีมูลค่าสูงของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงฯได้ เนื่องจากบริษัทตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยไม่ส่งข้อมูลผู้ครอบครองให้ว่า

“#สมควรแก่เวลายุบทิ้ง_อย่ามีให้เปลืองงบประมาณเลย

ข่าวแพร่สะพัดเมื่อวันที่ 10 ก.ค.61 ว่า “ป.ป.ช.” ไม่สามารถพิจารณาได้ “นาฬิกาหรูบิ๊กป้อม” บริษัทตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยไม่ยอมให้ข้อมูลเรื่องซีเรียลนัมเบอร์ว่าใครเป็นผู้ครอบครองที่แท้จริง แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาความคืบหน้ากรณีการครอบครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม โดยไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช. ซึ่งคณะทำงานสอบสวนข้อเท็จจริงได้รายงานให้ที่ประชุม ป.ป.ช.รับทราบความคืบหน้าว่า ได้สอบปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีครบถ้วนแล้วและขอให้ที่ประชุม ป.ป.ช.ทำหนังสือไปยังบริษัทแม่ที่อยู่ต่างประเทศที่เป็นผู้ผลิตนาฬิกาหรูเรือนต่างๆ เพื่อขอข้อมูลหมายเลขซีเรียลนัมเบอร์นาฬิกาหรูแต่ละเรือนว่า มีใครเป็นผู้ซื้อนาฬิกาตัวจริง เนื่องจากบริษัทตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาหรูในประเทศไทยไม่ยอมให้ข้อมูลเรื่องซีเรียลนัมเบอร์ว่าใครเป็นผู้ครอบครองที่แท้จริง ทำให้ ป.ป.ช.ยังไม่สามารถพิจารณาว่าจะตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนในเรื่องดังกล่าวได้หรือไม่นั้น

ดูเผินๆ ก็พอจะเห็นความพยายามของการทำหน้าที่องค์กรอิสระที่มีอำนาจหน้าที่ รวมทั้งดาบอาญาสิทธิ์ให้ตรวจโกง ตรวจความฟุ่มเฟือย ตรวจความไม่โปร่งใสของบรรดานักการเมือง ข้าราชการและประชาชนที่อาจเชื่อมโยงกับคอร์รัปชั่นได้อย่างดี แต่ดีไม่พอหรือไม่ถือว่าดีเลยในความเห็นของผม ถ้าท่านทำได้เพียงเท่านี้ก็จะยุติเรื่องไต่สวนนี้เสีย ก็อย่ามีเลยองค์กรนี้ ผมเสียดายงบประมาณ บุคลากร รวมทั้งเครื่องมืออุปกรณ์ไฮเทคโนโลยีต่างๆ เพราะท่านจะอ้างว่าหาหมายเลขประจำเครื่องเพื่อดูว่าใครเป็นผู้ซื้อนาฬิกาไม่ได้ เมื่อไม่มีข้อมูลหรือไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายก็ดี ถือว่าเสียของมาก


ชาวบ้านชาวเมืองเขาจะเห็นด้วยกับท่านหรือไม่ คงจะรู้คำตอบดี แต่สิ่งที่ท่านทั้งหลายไม่รู้จริงๆ หรือว่า นาฬิกาหลายเรือนพวกนั้นสวมใส่ในข้อมือใคร สังหาริมทรัพย์ใครครอบครอง กฎหมายสันนิษฐานว่าอย่างไร คงไม่ต้องถึงขนาดไปเปิดตำราดู แต่ละเรือนมีมูลค่าเท่าไหร่ น่าจะมาจากการขอยืมมาจริงหรือเป็นผู้มีฐานะจะซื้อได้หรือไม่ ท่านไม่หาต่อหรือ?

ผมกลับเห็นใจจริงๆ ที่ ป.ป.ช. ใช้เวลาเกือบปีแต่ผลที่ได้กลับมีเท่านี้ ไม่มีข้อมูลถึงจนทางตันเดินหน้าต่อไม่ได้ กฎหมายและระเบียบที่ออกมาใช้บังคับให้หาทางไต่สวนเรื่องกล่าวหา เพื่อทราบข้อมูล ข้อเท็จจริงต่างๆ ที่มีข้อกฎหมาย และมาตรการทางกฎหมายสารพัดมีทั้งโทษทางอาญาด้วย อาทิ

1) ดูอำนาจ ป.ป.ช. ให้อำนาจมีหนังสือขอให้หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานเอกชนดำเนินการเพื่อประโยชน์แห่งการปฏิบัติหน้าที่ การไต่สวนข้อเท็จจริง หรือการวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. มาตรา 25(3) ,66 ประกอบ มาตรา 43 มาตรา 118

2) ดูความเป็นเจ้าของ เพราะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1367 มาตรา 1369 มาตรา 1370 เทียบคดีลอตเตอรี่ ถือว่าเป็นสังหาริมทรัพย์ อยู่ในความครอบครองของใคร ให้สันนิษฐานว่า ผู้นั้นเป็นเจ้าของ
3) ดูกฎหมายใช้ที่ใด​ กฎหมายไทยย่อมให้ใช้บังคับแก่การกระทําหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในราชอาณาจักรไทย รัฐสามารถอ้างอํานาจเหนือบุคคลผู้ถือสัญชาติของรัฐหรือเจ้าพนักงานของรัฐ อ้างอํานาจคุ้มครองป้องกันผลประโยชน์สําคัญของรัฐ เพราะผู้แทนจำหน่ายเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายและกฎหมายไทยมีสภาพบังคับได้ตามที่กล่าวมาข้างต้น อยู่ที่จะทำจริงๆ หรือไม่
4) ดูแนวคำวินิจฉัยเทียบเคียง คดีนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความเป็นเท็จ ตามที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษา เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2560 (คดีหมายเลขแดงที่ อม. 210/2560) ทรัพย์สินที่นายสุพจน์ปกปิด คือ รถยนต์ตู้โฟล์ก ศาลฎีกาฯเห็นว่ารถยนต์คันนี้นายสุพจน์และนางนฤมลเป็นผู้ครอบครองและใช้งานจึงเป็นของนายสุพจน์ เมื่อเป็นเจ้าของแล้วไม่ยื่นต่อ ป.ป.ช.จึงถือว่าจงใจปกปิด เป็นต้น

แต่เหตุใดอำนาจที่ท่านมีกลับไม่สามารถใช้หาข้อมูลนาฬิกาเหล่านั้นได้ ทำจริงๆ ได้เท่านี้จริงหรือ สงสัยว่างานนี้ ต้องระดมทีมผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกมางมหรือค้นหาดังเช่นภารกิจถ้ำหลวงแล้วกระมัง!”

บทความก่อนหน้านี้‘ปวิณ วรพฤกษ์’ กับ 2 ปีของการปรับตัวใหญ่ ‘เอชพี’
บทความถัดไป“ฮีโร่”หน่วยซีล-นักดำน้ำต่างชาติเดินทางกลับ หลังปิดฉากภารกิจช่วยชีวิต 13 หมูป่าติดถ้ำ