ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.เมื่อวันที่ 12 ก.ค. พิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 7 คน ที่ผ่านขั้นตอนตรวจสอบประวัติมาแล้ว สมาชิก สนช.ลงคะแนนลับ ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องได้คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของ สนช.ทั้งหมด 246 คน หรือ 123 เสียงขึ้นไป ผู้ผ่านความเห็นชอบ 5 ราย ประกอบด้วย 1.นายสันทัด ศิริอนันต์ อาจารย์ประจำสาขาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 2.นายอิทธิพร บุญประคอง อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย 3.นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) 4.นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา 5.นายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ส่วนนายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และนายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า อดีต ผวจ.หลายจังหวัด ไม่ผ่านความเห็นชอบ
ตามขั้นตอน นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. จะนำรายชื่อ กกต. 5 คน ขึ้น
ทูลเกล้าฯไปก่อน เพราะถือว่าทั้ง 5 คน สามารถทำงานได้ทันที และสามารถเลือกประธาน กกต.คนใหม่ได้ เมื่อมีการโปรดเกล้าฯลงมา จะทำให้ กกต.ชุดเก่าพ้นจากตำแหน่งทันที ส่วนการสรรหา กกต.ที่เหลืออีก 2 คน จะใช้คณะกรรมการสรรหาชุดเดิมทำหน้าที่พิจารณาคัดเลือก โดยจะเปิดรับสมัครบุคคลใหม่เข้ามา โดยนายสมชายและนายพีระศักดิ์ที่ไม่ได้รับความเห็นชอบไม่สามารถมาสมัครเป็น กกต.ใหม่ได้อีก
ถือเป็นความคืบหน้าที่สำคัญของกระบวนการเตรียมเลือกตั้งที่กำหนดไว้ในเดือน ก.พ.2562 ตามกฎหมาย กกต.ใหม่ทั้ง 5 คนมีอำนาจในการเข้าทำหน้าที่รับภารกิจเตรียมเลือกตั้งได้ โดยเฉพาะการออกระเบียบต่างๆ เพื่อใช้ในการเลือกตั้ง รวมถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมาย กกต.ฉบับใหม่ ส่วนการดำเนินการให้ กกต.มีความสมบูรณ์ครบ 7 คน ก็เป็นเรื่องจำเป็น ซึ่งกฎหมายเปิดช่องให้ใช้วิธีทาบทามบุคคลมาทำหน้าที่แทนที่จะสรรหา อย่างไรก็ตาม การหา กกต.เพิ่มอีก 2 คน ไม่ใช่ความจำเป็นเร่งด่วนถึงขนาดต้องใช้วิธีการทาบทาม และอาจทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ จึงน่าจะสรรหาตามขั้นตอนปกติ และการเพิ่มเติม กกต.อีกเพียง 2 คน น่าจะใช้เวลาไม่มากและไม่มีความยุ่งยากมากนัก

