เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 12 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงภายหลังการประชุมครม. ว่า กระทรวงยุติธรรมได้นำเสนอครม.เพื่อขอความเห็นชอบในหลักการร่างพ.ร.บ. ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด โดยปัญหาของเรื่องยาเสพติดนี้ แต่เดิมกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมีอยู่ทั้งสิ้น 7 ฉบับ เป็นพ.ร.บ. 6 ฉบับ พ.ร.ก. 1 ฉบับ ซึ่งกฎหมาย 7 ฉบับนี้ เรอ่มตั้งแต่สารออกฤทธิ์ต่อจิตรประสาท การป้องกันใช้สารระเหย ยาเสพติดให้โทษ การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด มาตรการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด การพิจารณาคดีเกี่ยวกับยาเสพติด และการฟื้นฟูสมรรถภาพ ซึ่งแยกกระจายกันอยู่ แต่ปัญหายาเสพติดมีความเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน และยาเสพติดมีวิวัฒนาการไปไกลมาก การกระทำความผิดมีการพัฒนา มีหลายรูปแบบ สลับซับซ้อน
เมื่อเราเห็นปัญหาตรงนี้ทางกระทรวงยุติธรรมจึงได้ดำเนินการที่จะยกร่างประมวลกฎหมายที่เกี่ยวกับยาเสพติด คือเอาทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องมารวมไว้ในฉบับเดียว เพื่อให้ดำเนินการต่อเรื่องของยาเสพติดได้ทั้งกระบวนการ และครบถ้วนตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เพราะรัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับเรื่องภัยของยาเสพติดมาก ดังนั้น สาระสำคัญของร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับยาเสพติดนี้จึงเป็นการแยกแยะผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้ชัดเจนเป็นกลุ่มๆ คือ 1.กลุ่มตัวการใหญ่ ผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก 2.กลุ่มแรงงาน ซึ่งเป็นผู้รับจ้างเข้านำเข้า ขนส่ง ขาย และ 3.กลุ่มเหยื่อ หรือผู้เสพ โดยมีบทลงโทษที่ชัดเจนของแต่ละกลุ่ม ทั้งนี้ ในร่างกฎหมายฉบับนี้ เงินที่เรายึดได้จากผู้ที่กระทำความผิดจะตกเป็นเงินแผ่นดิน แล้วถูกนำกลับไปใส่ในกองทุนที่จะใช้ในการบำบัดฟื้นฟูผู้ที่ติดยาเสพติด นอกจากนี้ ยังมีการลงรายละเอียดไปถึงผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับมาตรการในการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดตั้งแต่ตำรวจ ศาล อัยการ เ้จาหน้าที่สาธารณสุข องค์กรปกครองท้องถิ่นที่จะดูแล ติดตาม ผู้เสพเมื่อได้รับการบำบัดแล้วกลับคืนสู่สังคม ฯลฯ ด้วย ซึ่งครม.เห็นชอบในร่างกฎหมายที่กระทรวงยุติธรรมเสนอมาฉบับนี้

