สถานีคิดเลขที่12 : เป็นกลาง!

14.07.18 | 09:18 น.

สนช.โหวตเลือก 5 เสือ กกต. อีก 2 ไม่ผ่านด่านคัดกรองสุดท้าย ต้องสรรหาใหม่เพิ่มต่อไปอีก 2 เพื่อให้ครบ 7 ราย

สำหรับ 2 คนที่ สนช.ไม่เห็นชอบ เหตุผลตีตก คนหนึ่งมีคดีติดตัวจากการปฏิบัติหน้าที่ในอดีต อีกรายถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นกลางทางการเมือง ซึ่งสำคัญมากในการทำหน้าที่ กกต.

กกต.เป็นองค์กรอิสระ มีอำนาจหน้าที่หลัก คือควบคุมและดำเนินการจัด หรือจัดให้มีการเลือกตั้ง และออกเสียงประชามติให้เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม

ถึงแม้เป็นองค์กรอิสระ แต่การมีที่มาตามการออกแบบ ไม่ยึดโยงกับประชาชน เป็นการแต่งตั้งรูปแบบหนึ่งเท่านั้น

ก็ย่อมจะมีคำถาม แท้จริงแล้ว ดำรงความเป็นอิสระหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องให้โอกาส กกต.ชุดใหม่ที่ได้รับเลือมาถูกต้องต้องพิสูจน์ตัวต่อไป

Advertisement

เนื่องจากได้รับคัดเลือกมาทำหน้าที่แทนชุดปัจจุบัน

ชุดปัจจุบันที่ คสช.ไม่ไว้วางใจให้ทำงานต่อ มีการกดปุ่ม สั่งการเซตซีโร่ โละทิ้ง ตั้งใหม่ เฟ้นคนไว้วางใจเข้ามาทำแทน

เมื่อชุดใหม่ได้รับความไว้วางใจ ซึ่งตีความในทางการเมืองได้กว้างกว่า การทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา

กกต.ก็ต้องพิสูจน์ตัวด้วยงาน จัดเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างสุจริต เที่ยงธรรม

ประชาชนไว้วางใจได้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ประกาศจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปต้นปี 2562
ปฏิทินการเลือกตั้งเบื้องต้น เร็วสุดคือ 24 กุมภาพันธ์ และช้าสุด 5 พฤษภาคม 2562

ในระหว่างนี้ พรรคการเมืองเคลื่อนไหว วางแผนวางตัวผู้สมัคร ส.ส.คึกคัก ทั้งในลักษณะเปิดเผย และดำเนินการอย่างเงียบๆ

มีการต่อสายจีบ ดูด ดึง ทาบทามวุ่น

สูตรดูดพิสดาร ที่อดีต ส.ส.ขุดมาแฉ มีทั้งออฟเฟอร์ เสนอตัวเลขเงินทองสูงๆ นำเอาคดีความมาบีบต่อรอง รับปากช่วยเหลือ แลกกับการย้ายสังกัด

บางเรื่อง มีการยื่นร้องต่อสำนักงาน กกต.ให้ระงับการตั้งพรรค และเอาผิดแกนนำทั้งที่อยู่เบื้องหน้า และเบื้องหลัง การเสนอผลประโยชน์ตอบแทนทั้งทางตรง ทางอ้อม ฯลฯ แล้ว

บางเรื่องเกี่ยวข้องกับ กกต.โดยตรง

เอเยนต์การเมืองเดินสาย เปิดดีลทาบทาม โดยมีการอ้างว่าสามารถให้คุณให้โทษ ในการแบ่งเขตเลือกตั้งได้ หมายถึงว่าจะกลั่นแกล้ง ผ่ากลาง ตัดเฉือนพื้นที่ฐานเสียงของนักการเมืองคนนั้นๆ เพื่อให้ยากต่อการรณรงค์หาเสียง หาคะแนนก็ได้ หรือจัดแบ่ง แบบเอื้ออำนวยให้ได้เปรียบคู่แข่งก็ได้

ทั้งที่การแบ่งเขตเลือกตั้งเป็นอำนาจ กกต. แต่ก็นำไปอ้าง ไปใช้เป็นประโยชน์ทางการเมือง

การพยายามเข้าไปแทรกแซง สั่งการ กกต.โดยฝ่ายการเมืองนั้น มีมาโดยตลอด

ในอดีตมีการใช้เป็นเครื่องมือดำเนินการทางการเมือง เพื่อนำสู่เป้าหมายการชนะเลือกตั้ง ควบคู่ไปกับการใช้กลไกจัดตั้ง เครือข่ายอำนาจรัฐราชการ และวิธีการอื่นๆ ซึ่งคาดหวังผลได้สูง

แต่ไม่ว่าในอดีต หรือปัจจุบัน

สูตรชนะเลือกตั้ง มีไม่กี่แบบ และที่นักการเมืองพูดถึง ความเคลื่อนไหวต่างๆ ก็มีทิศทางการไหลซ้ำรอยเดิม

ฝ่ายการเมือง ฝ่ายนโยบายนั้น

ต้องการใช้อำนาจตามกฎหมาย-ยืมมือ กกต.จัดการ ขจัดคู่แข่งแน่นอน อย่างมิต้องสงสัย ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งเขตบล็อกไม่ให้ได้รับเลือกแต่ต้น จนกระทั่งการแจกใบเหลือง ใบแดงในบั้นปลาย ด่านสุดท้ายขวางเข้าสภา

ขึ้นอยู่กับ กกต.ว่า จะแข็งขืน รักษาจุดยืน ดำรงรักษาความเป็นกลางไว้ได้หรือไม่

หากมีใจ ฝักใฝ่การเมือง การเลือกตั้งก็คงไร้ความหมาย เพราะไม่สะท้อนเจตนารมณ์ ความต้องการของประชาชนอย่างตรงไปตรงมา อย่างแท้จริง

คสช.อาจไว้วางใจ ชื่นชมไม่เสียที-เสียของ

แต่หากประชาชนไม่ไว้วางใจ เนื่องจากไม่ทำหน้าที่ปกป้องสิทธิการเลือกตั้ง ตัวแทนรักษาผลประโยชน์

กกต.ก็คงไม่ต่างกับหน่วยงาน ลูกน้องในสังกัดรัฐ คอยรับคำสั่ง

ทุกสิ่งทุกอย่าง จึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกของ กกต.ทั้งสิ้น

จะเลือกเป็นองค์กรอิสระตามเจตนารมณ์ก่อตั้ง หรือองค์กรอิสระแต่ในนามซ้ายหัน ขวาหัน