“บิ๊กตู่”ลงพื้นที่”ชัยนาท” บอกชาวบ้าน อยากให้คนไทยมีสุข-เท่าเทียม-มีเสรีภาพ

22.01.16 | 21:35 น.

“บิ๊กตู่”ลงพื้นที่ชัยนาท ปราศรัยแนะประชาชนปลูกพืชตามโซนนิ่ง ระบุรัฐบาลมีข้อมูล แต่ถ้าประชาชนไม่ร่วมมือก็ไม่มีประโยชน์ แจงไม่ได้เอากฎหมายไปสู้กับใคร หลังถูกกล่าวหาละเมิดสิทธิจับกุม นศ. ระบุต้องถามกลับไปละเมิดก่อนหรือเปล่า ขออย่าคล้อยตามสื่อ

เมื่อเวลา 16.10 น. วันที่ 22 มกราคม ที่อ.หนองมะโมง จ.ชัยนาถ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินทางตรวจราชการและติดตามงานโครงการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ อ.หนองมะโมง จ.ชัยนาท อย่างบูรณาการ โดยนายคณิต เอี่ยมระหงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาถและส่วนราชการต่างๆ รอต้อนรับและนำชมนิทรรศการเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำและการแสดงสินค้าโอท็อปต่างๆ และชมการแสดงจากนักเรียนโรงเรียนวัดศรีสโมสร อ.หนองมะโมง จ.ชัยนาทที่ร้องเพลง “เพราะเธอคือประเทศไทย” ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ร้องเพลงคลอตามและชวนให้ผู้ที่ร่วมงานร่วมร้องเพลงด้วย

จากนั้นนายคณิตได้กล่าวรายงานต่อนายกรัฐมนตรีโดยระบุว่า ชัยนาถมีพื้นที่ 1,543,591 ไร่ แบ่งเป็น 8 อำเภอ มีพื้นที่เกษตรกรรมร้อยละ 82 มีแหล่งน้ำสำคัญคือแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำน้อย โดยมีเขื่อนเจ้าพระยาทำหน้าที่ทดน้ำเข้าสู่ระบบชลประทาน อย่างไรก็ตาม ในส่วนอำเภอหนองมะโมง อำเภอเนินขาม และอำเภอหันคา เป็นพื้นที่ไม่มีแม่น้ำไหลผ่านและอยู่นอกเขตชลประทาน จึงทำให้ประสบปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งอยู่เสมอ

ทั้งนี้ในการแก้ไขปัญหาในระยะสั้น จึงขออนุมัติโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูสระเก็บน้ำบ้านหนองดู่ ต.หนองมะโมง อ.หนองมะโมง จ.ชัยนาท มีพื้นที่ 533 ไร่ ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่นากว้าง ดินลูกรังและพื้นที่รกร้างเสื่อมโทรม รวมทั้วเป็นพื้นที่ที่มีน้ำท่วมซ้ำซาก จึงเลือกใช้พื้นที่ส่วนนี้ในการขุดสระประมาณ 200 ไร่ มีความจุ 8 แสนลูกบาศก์เมตร โดยขุดสระลึก 3.5-4 เมตร แต่ในปัจจุบันสามารถจุน้ำได้ 4 แสนลูกกบาศก์เมตรเนื่องจากอยู่ในช่วงน้ำแล้ง นอกจากนี้ ในปีงบประมาณ 58-59 จะดำเนินโครงการอีก 21 โครงการ งบประมาณ 280 ล้านบาท โดยเป็นการขุดลอกคลอง สร้างฝายกักเก็บน้ำ และขุดสระขนาดเล็กโดยประชาชนบริจาคพื้นที่จำนวน 149 บ่อ โดยประโยชน์ที่จะได้รับคือลดปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง เป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร อุปโภคบริโภค และทำระบบประปาขนาดใหญ่ โดยมีประชาชนได้รับประโยชน์ 8,312 ไร่ มีประชาชนได้ประโยชน์ 900 ครัวเรือน และยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา และสถานที่พักผ่อน ทั้งนี้คาดว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นตัวอย่างให้กับประชาชนในจังหวัดอื่นๆ ต่อไป

จากนั้นเวลา 17.15 น.พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวปราศรัยกับประชาชนที่มารอต้อนรับตอนหนึ่งว่า เป็นครั้งแรกพบปะประชาชนชาวชัยนาท มีความสุขที่เห็นรอยยิ้ม พื้นที่ไหนมีน้ำ มีพืชผัก ถือเป็นความสุขของคนในชาติ เราต้องจะทำให้น้ำเพิ่มเติมให้ได้ ประเด็นสำคัญคือต้นน้ำ ตนและคณะทุกคนเอา กำลังใจเกินร้อย ไม่ต้องการอะไร แต่เอากำลังใจมาฝาก และตนจะทำช่วงเวลาที่มีอยู่ให้ดีที่สุด และต้องทำให้คนทั้งประเทศ ไม่ได้ทำให้คนใดคนหนึ่ง และขอให้ทกคนคิดว่าจะทำอย่างไรให้คนอ่อนแอกว่าลืมตาอ้างปากได้ ขอให้เกียรติกัน ช่วยเหลือกัน ประเทศไทยมี 76 จังหวัด ต้องรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย เป็นประชารัฐ แม้ตนเป็นรัฐบาลที่มาจากอะไรก็ตามก็มีการทำงาน ติดตาม ในจังหวัดต่างและทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งเรื่องสระน้ำในหนองมะโมงเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ทำอย่างไรให้คนชัยนาทมีน้ำใช้ ซึ่งการบริหารจัดการน้ำต้องมาจากน้ำต้นทุน โดยทุกคนต้องรู้ว่ามีน้ำจากที่ไหน ไปที่ไหนบ้าง ปลูกอะไรใช้น้ำมากหรือน้อย ต้องแข็งแรงเป็นภูมิภาค โดยต้องสร้างความเจริญจากภายในตั้งแต่หมู่บ้านต้องแข็งแรงก่อนจากชุมชนไปจังหวัด ต้องรู้สาเหตุปัญหา วิธีการแก้ปัญหา และไปสู่ความสำเร็จ ตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา

Advertisement

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ต้องทำให้ทุกอย่างดีขึ้นจากท้องถิ่นด้วยความร่วมมือทุกคน ทุกส่วนต้องร่วมมือกัน ให้เข้มแข็งขึ้นในพื้นที่ วันนี้ประเทศเดินไปไม่ได้เพราะความไม่เข้าใจ ติดกับดักตัวเองด้วยความไม่เข้าใจ ขัดแย้ง สถานการณ์การเมืองและเรื่องอื่นๆ ทั้งหมด และเป็นปัญหาของทุกคนไม่ใช่ของตัวเองคนเดียว รวมทั้งประชาคมโลกก็มีปัญหาเช่นกัน ซึ่งเราต้องมองรอบตัวด้วย ไม่ใช่เอาแต่ดีใจที่ผลผลิตได้ราคาดี ตนไม่อยากให้อยู่กับภาพลวงตา แต่ถ้ามีความสุข ก็ไม่ว่า ตนอยากให้มีอนาคตให้ลูกหลาน มีรายได้ มีเกียรติยศ อย่าให้ยากจนเหมือนเรา ตนขอเวลาในการปฎิรูปซึ่งตนมีเวลาถึงเดือนก.ค. ปี 60 ก่อนเลือกตั้ง ทุกคนที่อยากเลือกกตั้งก็รอไปก่อน แต่ะที่สำคัญตนอยากให้เป็นรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล เพราะต้องบริหารแผ่นดิน ดูแลคนทั้ง 70 ล้านคน พื้นที่ 5 แสนตารางกิโลเมตร ไม่ใช่ดูแลรายจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราต้องใช้กฎหมายเพื่อให้เกิดความเท่าเทียม ทุกคนยากดีมีจน ให้มีความเท่าเทียม อยู่อย่างมีเสรีภาพ ไม่ได้เอากฎหมายมาต่อสู้กัน ไม่ใช่ไปจับใครแล้วบอกว่าละเมิดสิทธิ ต้องถามกลับเขาละเมิดก่อนหรือเปล่า ขออย่าไปคล้อยตามสื่อวันนี้ตนพูดเยอะ ถ้าเบื่อก็ปิดทีวี เพราะ2 ทุ่ม ตนก็มาอีกแล้ว เอาให้เบื่อไปข้างหนึ่ง แต่เวลาพูดตนมีความสุขเพราะไม่มีคนเถียง อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้อยู่ช่วงการเปลี่ยนผ่าน อยู่ระยะที่ 1 เราทุกคน ทุกกระทรวงจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เหมือนรักลูก รักเท่ากัน ถ้ารบกับทุกคนก็ไปไม่ได้ แต่คนที่เกเร ขี้เกียจก็ต้องดูแลมากขึ้น วันนี้ต้องเอาปัญหาที่แก้ได้ก่อน ไม่ใช่เอาเรื่องใหญ่ๆ มาแก้ทั้งหมด มันไปไม่ได้ ทำสิ่งที่ทำได้ก่อน ไม่ใช่เอาสิ่งที่ร่วมกันไม่ได้มาแก้ ก็เป็นการปรองดองไม่ได้โดยพฤตินัยอยู่แล้ว จึงต้องแก้ปัญหาร่วมกันอย่างบูรณาการ อย่างเรื่องยางพาราถ้าไม่เป็นไปตามเกณฑ์ก็ไม่ได้

ส่วนการเป็นหนี้ครัวเรือนต่างๆ ให้รัฐบาลช่วยเหลือทั้งหมดโยนหนี้มาให้รัฐบาล จึงกลายเป็นวงจรให้ประเทศติดกับทั้งหมด การเดินหน้าประเทศอย่าเอาปัญหาเก่ามาพูดกัน ปัญหาไหนแก้ได้ก่อนทำก่อน อย่ามาเรียกร้องกับตน เพราะไม่มีประโยชน์ถ้าจะยื่นต้องทำเป็นหนังสือขึ้นมา ปีแรกมีปัญหาแจ้งศูนย์ดำรงธรรม 8 แสนเรื่อง เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ร้อง ปีนี้รวมกันกว่า 2 ล้านเรื่อง ซึ่งแก้ทั้งหมดไม่ได้ แต่ต้องเดินหน้าทำงานร่วมกันในระดับล่างก่อน ไม่ใช่อะไรก็ขอๆ มันไม่ได้

ที่ผ่านมาเราไปช่วยต่างประเทศรบ ไปช่วยปลูกพืชในทะเลทรายได้ผลผลิตดี แต่ไทยทำไม่ได้ เพราะแก้ปัญหาไม่ยั่งยืน ดังนั้น ประชาชนต้องเป็นผู้นำปฏิรูปตัวเอง อย่างเรื่องการเกษตรมีปัญหาเรื่องต้นทุนการผลิต ต้องแก้ให้ได้ เช่นยาฆ่าแมลงเลิกใช้ ต้องใช้อินทรี และค่อยๆ ลดไปเรื่อยๆ นอกจากนี้ตนขอร้องเรื่องกฎหมายคือกฎหมาย ถ้าชะลอไปเรื่อยๆ ก็ไม่มีประโยชน์ทั้งสิ้น อย่างเรื่องที่ดินทำกิน จะใช้มาตรการกฎหมายเท่าที่จำเป็นสำหรับผู้ที่บุกรุกป่า แต่ปล่อยให้บุกรุกอีกไม่ได้ อย่าร้องเรียนกับตนเรื่องนี้อีกเพราะถือว่าทำผิดกฎหมาน

ทั้งนี้เรื่องน้ำ ต้องโซนนิ่งให้ได้ และการคิดคำนวนของรัฐบาล มองภาพรวมทั้งประเทศ โดยนำข้อมูลจากดาวเทียม ไม่ใช่ไม่เชื่อมโยงกัน การขุดลอกต่างๆ มีการคิดมาก่อาทั้งหมดแล้ว อย่างหนองมะโมงต้องเกิดตั้งนานแล้ว เมื่อน้ำแล้งจะปลูกข้าวจะคุ้มไหม ถ้ายังทำต่อน้ำอุปโภคบริโภคก็หมดจะทำอย่างไร วันนี้จึงต้องจัดโซนนิ่งให้ได้ว่าพื้นที่โรงงานควรอยู่ตรงไหน พื้นที่เพาะปลูกข้าวควรอยู่ตรงไหน ถ้ากำหนดแล้วถ้าอนุญาตที่เดียวโครงการอื่นๆ อีก 100 โครงการก็ตามมาหมด ดังนั้นอะไรที่ปลูกแล้วมันฝืนก็ขออย่าปลูกอีกเพราะเสียหายก็มาเรียกร้องกันอีก รัฐบาลมีข้อมูลทั้งหมด แต่ถ้าไม่ช่วยกันจะแก้อะไรได้

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินเท้าเพื่อตรวจเยี่ยมโครงการสระเก็บน้ำหนองดู่ พร้อมถ่ายรูปและรับของที่ระลึก รวมทั้งดองไม้จากประชาชนที่มอบเป็นกำลังใจให้นายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะเดินทางกลับ