เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ตลาดเทิดไท อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา นายภิรมย์ พลวิเศษ เลขาฯกลุ่มสามมิตร ได้ออกมาแถลงถึงการเดินสายพูดคุยกับกลุ่ม นปช.ในพื้นที่ภาคอีสานว่า เนื่องจากบ้านเมืองในอดีตแตกแยกทางความคิด แบ่งเป็นสีๆ การเลือกตั้งจะสมบูรณ์แบบไม่ได้เลยถ้าหากว่าเรายังมีความคิดเห็นที่แตกแยกออกเป็นหลากสีเหมือนเช่นในอดีต ดังนั้น กลุ่มสามมิตรจึงได้พยายามเดินสายเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับหลายกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่ม นปช. ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ในภาคอีสาน หากว่าเราได้หลอมรวมความคิดในเรื่องของการสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชน เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนาได้ ก็จะเป็นแนวทางการปรองดองเพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติ ซึ่งจะส่งผลให้บ้านเมืองสามารถเดินต่อไปได้ดี
“ดังนั้น แนวทางของกลุ่มสามมิตรจะสนับสนุนและช่วยทำให้การปรองดองได้ดีขึ้น จึงได้เดินสายเชิญชวนพี่น้องคนส่วนใหญ่ของภาคอีสาน เช่น นปช. มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ตนเองก็ได้ทำไทม์มิ่งไปได้เป็นส่วนใหญ่ในภาคอีสานแล้ว และจะมีการนัดคุยกันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ส่วนกลุ่ม กปปส.ในพื้นที่ภาคอีสานยังไม่ได้พูดคุยกัน โดยจะขอเน้นไปที่กลุ่ม นปช.ก่อน ทั้งนี้ สำหรับการเดินทางไปพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับกลุ่ม นปช.นั้น ไม่ได้เป็นการไปดูดทางการเมือง แต่เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อที่จะทำอย่างไรให้พี่น้องชาวอีสานได้ประโยชน์สูงสุด จากการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดต่อไป และยืนยันว่าทุกคนที่มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเป็น นปช.ตัวจริงทั้งหมด เพราะมีบัตร นปช.มายืนยันตัวตนทุกคน ซึ่งการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นนั้นก็มีอยู่หลากหลายประเด็น โดยเฉพาะกับกลุ่มขอนแก่นโมเดลที่เหลืออยู่ 20 คน มีการมาระบายความรู้สึกให้กับกลุ่มสามมิตรฟังหลายเรื่อง แต่ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่จะย้ายมาอยู่กับกลุ่มสามมิตร ซึ่งกลุ่มสามมิตรจะนำเรื่องที่พูดคุยกับกลุ่มขอนแก่นโมเดลและกลุ่ม นปช.ภาคอีสานและภาคอื่นๆ ไปหาแนวทางให้เกิดความปรองดองอย่างแท้จริงในอนาคต
“จุดยืนสามมิตรวันนี้ยังยืนยันอยู่ว่าเห็นการทำงานของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังเดินหน้าให้ประชาชนทั้งประเทศได้ประโยชน์สูงสุด แต่บางเรื่องอาจไม่ทันใจประชาชน เช่น นปช.ส่วนใหญ่บอกว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นขวัญใจ นปช.จริงๆ บัตรคนจนจากบัตรรูดเป็นสิ่งของ ขอรูดเป็นเงินสดไปซื้อของเองเลย ไม่ใช่ให้เฉพาะร้านธงฟ้าจุดเดียวตำบลเดียว ร้านค้าตามหมู่บ้านจะเจ๊งหมด ให้เงินโอนเงินเข้าบัญชีเลย นายกฯประยุทธ์จะเป็นขวัญใจ นปช.แน่นอน เขาว่ามาอย่างนี้”
ส่วนเรื่องที่จะนัดพูดคุยกับกลุ่ม นปช.ทั้งหมดอย่างเป็นทางการนั้น ขณะนี้ยังต้องรอดูสถานการณ์ก่อน โดยจะต้องขออนุญาต คสช.ว่าสามารถทำได้หรือไม่ เพราะกรณีนี้เป็นการพูดคุยเพื่อสร้างความปรองดองของคนในประเทศชาติ เป็นไปในเชิงบวก ถ้า คสช.อนุญาตให้ทำได้ ก็จะรีบนัดประชุมพูดคุยกันให้เร็วที่สุด ส่วนจะเป็นที่ไหนนั้นก็จะต้องหารือกันอีกครั้ง ซึ่งการประชุมพูดคุยกับกลุ่ม นปช.ครั้งนี้คาดว่าจะมี นปช.ให้ความสนใจเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 1,000 คนแน่นอน ส่วนสถานที่อาจจะเป็นอิมแพคเมืองทองธานีหรือที่อื่นใดจะต้องรออนุญาตจาก คสช.ก่อน

นายภิรมย์กล่าวต่ออีกว่า การเดินสายของกลุ่มสามมิตรในครั้งนี้ เริ่มจากพบปะพูดคุยกับกลุ่มนักการเมืองก่อน ต่อมาก็เป็นกลุ่ม นปช. ในครั้งต่อไป อาจจะไปพบปะกับพระสงฆ์ หรือหลวงพ่อตามวัดต่างๆ เนื่องจากท่านเป็นผู้นำทางความคิดของคนอีสานด้วย เราจะไม่ปิดกั้นการพบปะพูดคุยกับทุกกลุ่ม
ทั้งนี้ นายภิรมย์ได้นำรายชื่อ นปช.ที่ได้เดินสายไปพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวคิดในจังหวัดต่างๆ ของภาคอีสาน ประกอบไปด้วย 1.นปช. จ.สกลนคร นายศักดิ์ธนภูมิ มหิทธิสินโสภณ, ดร.ดิษย์ชัย แก่นท้าว, นายรัตนรัตน์ ถิ่นปัญจา และนายทรงเดช กลณีย์, 2.นปช.จ.มุกดาหาร นายจิตรกรรม เชื้อคำฮด, นายสมชัย เจริญไกร, 3.นปช.จ.อำนาจเจริญ นายสมบัติ วันทอง, นายโชคสมัย โชคชัย, นายอนุภาพ วงจร, 4.นปช.จ.สุรินทร์ นายธีระสิทธิ์ สังขาว, นายธีระชาติ สังขาว, นายพรหมพัฒน์ ธันกรกุลพิพัฒน์, 5.นปช.จ.บุรีรัมย์ ดร.กฤชเทพ อุปจันแพงวงศ์, นายณัฐนนท์ อะพรรัมย์, นายวิยะ ศรีพร, 6.นปช.จ.นครราชสีมา นายเสนอ นันธนกุล, 7.นปช.จ.ขอนแก่น นายคำบง ศิริ, นายวินัย สิงหาด, นายณัฏฐกฤตา พิจารโต, นายบุญจันทร์ เช้าวันดี, พ.ท.สรวิชญ์ จันทลือชา, ร.ต.ต.รับเสด็จ ยศติณเธียร, 8.นปช.จ.ศรีสะเกษ นายสมบัติ ศรีเลิศ, 9.นปช.จ.ชัยภูมิ นางพรทิพย์ ปราชญ์นาม, 10.นปช.จ.มหาสารคาม นางสมศรี อินทวงศ์, 11.นปช.จ.ร้อยเอ็ด นายทุย ครูรา, 12.นปช.จ.หนองบัวลำภู ร.ต.ต.เกษม บุญวิจิตร (ประธาน นปช.หนองบัวลำภู), นายสังคม อิ่มนาง, นายสมาน นวลไชยดี, 13.นปช.จ.บึงกาฬ นายธนพล สำราญรม, นายศรัทธาวุฒิ ทองสำริด, นายเจริญสุข ทวยจันทร์, 14.นปช.จ.หนองคาย นางจุไรรัตน์ บุทเสน, นางสงบ โลหะปาน และ ร.ต.ท.สมพร บุทเสน พร้อมกับโลโก้ กลุ่มสามมิตร บวก นปช.ปรองดองแห่งชาติ โดยมีแผนที่ประเทศไทยอยู่ตรงกลางมาเสนอต่อผู้สื่อข่าวด้วย
นายภิรมย์กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปจัดประชุม ครม.สัญจรที่ จ.อำนาจเจริญและ จ.อุบราชธานี และถูกนักการเมืองบางคนออกมาโจมตีว่ามีนัยทางการเมืองและเป็นการดูดอดีต ส.ส.นั้นว่า การประชุม ครม.สัญจรที่ผ่านมาก็เห็นแล้วว่าจังหวัดนั้นๆ ได้ประโยชน์จริง เช่น จ.บุรีรัมย์ ฉลาดทำ คือนำคนกว่า 30,000 คน มาปรบมือต้อนรับนายกฯในสนามฟุตบอล หลังจากนั้นก็ได้รับการจัดสรรงบประมาณพัฒนาจังหวัดมากมาย แต่ถ้ามา จ.นครราชสีมาอีกครั้ง อย่าว่าแต่ 30,000 คนเลย จะเป็นแสนคนก็ได้เพราะเป็นจังหวัดใหญ่ ส่วนหลายคนจะคิดว่าท่านเดินทางไปอย่างมีนัยยะทางการเมืองหรือไม่นั้น ก็สุดแล้วแต่ความคิดของใคร ของมัน แต่ตนเชื่อว่ายิ่งนายกฯมาจังหวัดไหน ก็ยิ่งทำให้จังหวัดนั้นได้รับการพัฒนามากยิ่งขึ้น อย่าคิดอะไรมากไปนัก ซึ่งจากการพูดคุยกับชาวอำนาจเจริญ เขาก็ไม่อยากให้ไปจัด ครม.สัญจรที่ศาลากลางจังหวัด เพราะจะดูเป็นทางการเกินไป ควรที่จะไปจัดอยู่ในศาลาของวัดใดวัดหนึ่งจะเหมาะกว่า ซึ่งจะทำให้สามารถพบปะประชาชน เพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรงและใกล้ชิดมากกว่า



