หน้าแรก การเมือง บทนำ : โจทย์ย...

บทนำ : โจทย์ยากขึ้นเรื่อยๆ

17.07.18 | 13:00 น.

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และประธานกรรมการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจปาฐกถาเนื่องในวาระครบรอบ “45 ปี 14 ตุลา” ครั้งที่ 2 ในหัวข้อ “ประชาธิปไตยกับความท้าทายทางเศรษฐกิจของประเทศไทย” เมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยติดอยู่ในปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำ ที่เป็นต้นตอของความขัดแย้งทั้งในโลกรวมถึงประเทศไทย ทำให้ศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจลดลง อีกทั้งไทยก็กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ขณะที่ประเทศในภูมิภาคนี้ ประชากรส่วนใหญ่อยู่ในวัยหนุ่มสาว ในเชิงเศรษฐกิจจึงเหมือนเอาคนแก่ไปสู้กับคนหนุ่มสาว ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือโอกาสที่คนไทยจะแก่ก่อนรวย หรือจนตอนแก่ มีมากขึ้น

อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยกล่าวอีกว่า การขับเคลื่อนประชาธิปไตยทางการเมืองพร้อมเศรษฐกิจที่เปิดกว้างและเป็นธรรมต้องทำควบคู่กันไป ต้องสร้างความเป็นธรรม ความรับผิดชอบ และถ่วงดุลการตรวจสอบ และความเห็นที่แตกต่างเป็นเรื่องธรรมดา แต่ต้องไม่มุ่งเพียงจะหาจุดด้อยของอีกฝ่าย ซึ่งอุปสรรคของความแตกต่างที่สำคัญคือ อคติ ความขัดแย้งทางการเมืองของเราดูซับซ้อน ยากจะแก้ไข แต่ถ้ามีการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นมากขึ้น ก็จะเอื้อให้การปกครองมีความเป็นประชาธิปไตยและเศรษฐกิจจะเปิดกว้างและเป็นธรรมขึ้น ในโลกที่ซับซ้อนเช่นนี้แทบเป็นไปไม่ได้ที่รัฐบาลส่วนกลางจะสามารถตอบโจทย์ท้องถิ่นที่แตกต่างหลากหลายได้ตรงจุด

เห็นชัดเจนจากคำกล่าวของนายประสารว่า โจทย์ปัญหาของประเทศไทยเป็นเรื่องใหญ่โตและซับซ้อน ซึ่งจะมีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ หากก้าวเดินผิดทาง ทางเลือกข้างหน้า ก็คือ จะใช้รัฐราชการแก้ปัญหา เหมือนที่ได้ดำเนินการมาแล้ว 4 ปี โดยใช้บทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญรองรับและผลักดันการสืบทอดอำนาจ หรือจะใช้การเมืองเข้ามาแก้ไข ด้วยการจัดเลือกตั้งที่เสรีโปร่งใสเป็นธรรม เคารพผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น เปิดโอกาสให้ภาคประชาชนใช้พลังและความชอบธรรมจัดการแก้ไขปัญหา ที่สำคัญจะต้องให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจเลือก มิใช่กลุ่มอำนาจมาคิดแทนภายใต้แนวคิดกลัว “เสียของ” ซึ่งผลที่จะตามมาอาจหนักกว่าที่คาดคิด