‘รมว.วธ.’ จ่อชง ครม. 24 ก.ค.นี้ ตั้ง คกก.เฉพาะกิจ มีรองนายกฯเป็นประธาน กำกับการสร้างหนังถ่ายทอดภารกิจช่วยชีวิต ‘ทีมหมูป่า’ เผย มี 5 บริษัทตปท. ติดต่อมาแล้ว ยังกั๊ก รบ.สร้างหนังด้วยหรือไม่ บอก ให้คกก.พิจารณา
เมื่อเวลา 16.15 น. วันที่ 19 กรกฎาคม ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า สืบเนื่องจากที่มีบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์ให้ความสนใจทำภาพยนตร์และสารคดีเกี่ยวกับภารกิจช่วยชีวิตนักฟุตบอลและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีรวม 13 ชีวิตออกจากถ้ำหลวง ภายในวนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ที่ประชุมได้เห็นชอบตั้งคณะกรรมการระดับชาติ มีตัวแทนจากกระทรวงมหาดไทย(มท.) กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) กระทรวงกลาโหม(กห.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา(กก.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาพยนตร์ ประมาณ 10-20 คน โดยมีรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน เพื่อดูแลกรณีถ้ำหลวงเป็นการเฉพาะ
โดยกระทรวงวัฒนธรรมจะเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่(ครม.สัญจร) ที่ จ.อุบลราชธานี ในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ ซึ่งคณะกรรมการชุดดังกล่าวมีหน้าที่ 3ด้าน คือ 1.ดูแลเรื่องบทภาพยนตร์ สารคดี และวีดีทัศน์ ซึ่งต้องได้รับการตรวจสอบ ถือเป็นเรื่องปกติในการทำงาน 2.กำกับดูแลการถ่ายทำให้เป็นไปตามบทที่ส่งมา และ 3.ส่งเสริมบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์ทั้งในและต่างประเทศที่จะถ่ายทอดเรื่องของทีมหมูป่าในรูปแบบภาพยนตร์หรือสื่อวีดีทัศน์ และดูแลลิขสิทธิ์เกี่ยวกับเรื่องราวและเนื้อหาตลอดจนคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของทั้ง 13 คน ครอบครัว และบุคคลเกี่ยวข้อง รวมถึงภาพลักษณ์ของประเทศไทย
“ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่บิดเบือนได้ลำบากเพราะมีข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่ไปทั่วโลก ในด้านภาพลักษณ์ของประเทศไทยนั้น จะเห็นได้ว่ากรณีถ้ำหลวงสามารถถอดบทเรียนได้ทั้งเรื่องความสามัคคี การมีสติ การนั่งสมาธิ และการบริหารจัดการภาวะผู้นำ นอกจากนี้ยังมีการสูญเสียและความยินดี ในแง่ความดราม่านั้น เรื่องนี้จึงมีอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ มีครบทุกรส ” นายวีระกล่าว
นายวีระ กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์จากต่างประเทศ จำนวน 5 ราย แสดงความสนใจติดต่อผ่านทางกระทรวงการต่างประเทศและภาคเอกชน โดยบางบริษัทได้เริ่มลงสำรวจพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลรายละเอียดบ้างแล้ว ขณะที่บริษัทในประเทศไทยก็แสดงความสนใจแต่ยังไม่ได้ลงรายละเอียด ส่วนรัฐบาลไทยจะสร้างภาพยนตร์เองด้วยหรือไม่นั้น คณะกรรมการที่จะตั้งขึ้นคงจะพิจารณาเรื่องนี้ด้วย

